Lunar Travel WorldA Legend of Travel
Home » Blog » Asia » เที่ยววัดเก่า ชมพระเครื่อง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี

เที่ยววัดเก่า ชมพระเครื่อง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เคยเป็นศูนย์กลางของเมืองสุพรรณภูมิ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง สันนิษฐานว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี ปรางค์ใหญ่องค์ประธานเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้

ต่อมาปี พ.ศ. 2456 (ค.ศ.1913) ชาวบ้านลักลอบขุดค้นหาทรัพย์สินจนทรุดโทรมไปมาก พระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีที่โด่งดัง อันเป็นหนึ่งในเบญจภาคี ก็ได้ไปจากกรุในองค์พระปรางค์นี้

พระปรางค์เก่าสมัยอยุธยาตอนต้น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

หลังจอดรถเราเดินชมพระปรางค์ที่ก่ออิฐแดงสูงใหญ่ ด้านข้างมีปีกปรางค์ หรือปรางค์ขนาดเล็กขนาบอยู่ เดินไปตามทางระเบียงคตล้อมอยู่โดยรอบ เที่ยวหาหลักฐานที่ยืนยันความเก่าแก่ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุว่าได้สร้างมาตั้งแต่ต้นกรุงศรีอยุธยา ซึ่งคือประติมากรรมปูนปั้นประดับเจดีย์ราย ที่เหลือครึ่งล่างเพียงครึ่งเดียวสันนิษฐานว่าประกอบไปด้วย เทวดา ครุฑ ยักษ์ ลิง อันเป็นส่วนยืนยันว่าวัดนี้น่าจะสร้างในราวสมัยอยุธยาตอนต้น รวมกับหลักฐานเดิมจากแผ่นลานทองที่เจอในกรุ จารึกถึงกษัตริย์สองพระองค์ที่ทรงสร้างและซ่อมพระปรางค์องค์ดังกล่าว ซึ่งน่าจะเป็นสมัยเจ้าสามพระยา

แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเกิดสงสัยและอยากได้ความกระจ่างในฐานะที่มาถึงวัดนี้พร้อมกับเซียนพระ พี่เกียง ก็คือ คำว่า “เบญจภาคี” ที่เขียนอธิบายถึงวัดนี้สั้นๆในข้อมูลของวัดที่เปิดดูจากมือถือ

เบญจภาคี เป็นการจัดชุดพระพิมพ์ โดยเริ่มมีขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) จากกลุ่มผู้นิยมสะสมพระเครื่อง โดยมีร้านขายกาแฟของมหาผัน สมัยนั้นนักนิยมพระเครื่องทั้งหลายมักเรียกกันว่า “บาร์มหาผัน”

เดิมทีการจัดพระชุดเริ่มจากไตรภาคี ซึ่งประกอบไปด้วย

  1. พระสมเด็จฯ วัดระฆัง พุทธคุณครอบจักรวาล ตัวแทนองค์พระเครื่องที่สร้างสมัยรัตนโกสินทร์
  2. พระนางพญาพิษณุโลกพิมพ์เข่าโค้ง เด่นทางเมตตามหานิยม อยู่ยงคงกระพันชาตรี ตัวแทนองค์พระเครื่องที่สร้างสมัยอยุธยา
  3. พระรอดพิมพ์ใหญ่ กรุมหาวัน ลำพูน เด่นทางด้านแคล้วคลาดนิรันตราย ตัวแทนองค์พระเครื่องที่สร้างสมัยทวารวดีตอนปลาย (หริภุญชัย)

ต่อมาเพิ่มอีก 2 องค์เพื่อความสมดุล กลายเป็นชุดเบญจภาคี

  • 4. พระกำแพง ซุ้มกอ เด่นทางด้านโชคลาภ โภคทรัพย์ ตัวแทนองค์พระเครื่องที่สร้างสมัยสุโขทัย
  • 5. พระผงสุพรรณพิมพ์ หน้าแก่ อันเป็นสถานที่เรามาดูกรุพระ และได้ไปเห็นว่ารูปทรงเป็นอย่างไร มีพุทธคุณเด่นทางด้านโภคทรัพย์ แคล้วคลาด อยู่ยง ตัวแทนองค์พระเครื่องที่สร้างในสมัยอู่ทอง

นอกจากนี้พี่เกียง ยังบอกว่าเบญจภาคี ตอนนี้แบ่งเป็น 2 เนื้อ คือเนื้อดิน และเนื้อชิน โดยเบญจภาคีชุดแรกนั้นจะเป็นเนื้อดิน หรือพระผง ส่วนเนื้อชินเป็นเนื้อโลหะ เริ่มมีการจัดลำดับในปี พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) โดยท่านตรียัมปวาย เรียกว่า “ชุดเบญจภาคีพระยอดขุนพลเนื้อชิน” ประกอบไปด้วย

  1. พระร่วงรางปืน จ.สุโขทัย
  2. พระหูยาน จ.ลพบุรี
  3. พระท่ากระดาน จ.กาญจนบุรี
  4. พระชินราชใบเสมา จ.พิษณุโลก
  5. พระมเหศวร จ.สุพรรณบุรี (อยุ่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เช่นเดียวกัน) มีลักษณะแปลกโดยองค์พระเป็นสองหน้าและให้พระศอสวนทางกัน สำหรับพระพิมพ์รูปพระมเหศวรทำให้เราตื่นใจกับความแปลกขององค์พระที่มีลักษณะเป็นสองหน้า แต่เป็นสองหน้าแบบสลับสวนทางกัน
พระผงสุพรรณ และ พระมเหศวร เป็นพระเครื่องที่อยู่ในเบญจภาคีเนื้อดินและเนื้อชินตามลำดับ
niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.