• Menu
  • Menu

สัมผัสชีวิตผู้เลี้ยงกวางเรนเดียร์ กลุ่มสุดท้ายแห่งป่าสนมองโกเลีย

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

ภาระกิจตามล่ากวางสำเร็จสมใจอยาก ได้ไปลูบไปคลำ ไปเกลือกกลิ้ง วิ่งเล่นแถมเดินตามหา วิ่งไล่จับกวางเรนเดียร์ฝูงใหญ่กับคนเลี้ยงกวางรอบป่าสน

ทีแรกเค้าจะไม่ยอมให้ไป เพราะต้องเดินไกลทางไม่ดี เพราะต้องลุยทุ่งหญ้า เดินในป่า ทางไม่เรียบ เลยต้องโชว์รูปงานวิ่งให้ดู ว่าสามารถ 😂

ตอนเดินจริงๆขาแทบพลิกเหมือนกัน ดีที่ใส่รองเท้าหุ้มข้อไป ช่วงหน้าหนาวคนเลี้ยงกวาง นำกวางลงมาเลี้ยงแถวๆตีนเขา เนื่องจากพอมีมอส มีหญ้าที่เป็นอาหารกวางได้ และพวกเขาก็จะได้หนีอากาศหนาวเย็นจากบนเขาด้านบน มาอยู่ในที่พักช่วงหน้าหนาวนี้

ข้อดีอีกอย่างคือเส้นทางจากหมู่บ้านสุดท้ายทางเหนือสุดของมองโกเลีย Ulaan uul soum เราไม่ต้องขี่ม้าฝ่าอากาศหนาวเย็นขึ้นไป แต่สามารถเอารถ4WD ตะลุยขึ้นไปได้เลย เพราะเส้นทางจับตัวแข็ง ไม่เละเป็นโคลนจนต้องขี่ม้า
ถึงแม้จะอดเสียดายมากๆที่ไม่ได่ขี่ม้าอย่างที่หวังในรอบนี้ แต่ถ้าต้องขี่จริงๆคงหนาวตายแหงๆ

ผู้เลี้ยงเรนเดียร์หรือTsataan (Tsa ชื่อเรียกกวางเรนเดียร์ในภาษามองโกเลีย ผู้เลี้ยงกวางเรนเดียร์จึงมีชื่อเรียกว่า Tsataan) ปกติจะอยู่รวมเป็นกลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องกัน แต่ละบ้านจะมีกวางเรนเดียร์ที่รับผิดชอบดูแลหรือเป็นเจ้าของ แต่การเลี้ยงดูก็จะช่วยๆกัน
Tsataan จะนำกวางเรนเดียร์ไปปล่อยในป่าบริเวณที่มีอาหารสมบูรณ์สำหรับกวางคือหญ้ามอสซึ่งส่วนใหญ่จะมีมากในป่าสนไทก้า (Tajga)เพื่อให้กวางได้หาอาหารของมันเองตอนหลังอาหารเช้า และไปตามกลับในช่วงบ่ายๆ หลังอาหารกลางวัน
เราไปถึงช่วงบ่าย หลังอาหารกลางวันจึงขอตามป้าเจ้าของบ้านที่เราจะพักเข้าไปในป่าด้วย เพราะหลังจากนั่งรถมาหลายวัน อยากจะยืดเส้นยืดสาย ออกแรงบ้าง
ต้นไม้ส่วนใหญ่ในป่าไทก้าเป็นต้นส้นประเภทLarches  และต้นไม้ขึ้นเตี้ยๆ ป่าไทก้าเป็นป่าที่อยู่ในเขตภูมิอากาศหนาวเย็นในพื้นที่ที่ไม่สูงมาก (Low land) แต่ไม่เย็นมากเท่ากับป่าทุนดรา (Tundra)ซึ่งจะพบในแถบขั้วโลก
เราเดินออกหาตั้งแต่อากาศสดใสอบอุ่นจนอากาศเริ่มเย็นฟ้าจะเริ่มมืด ใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่า ระยะทางประมาณ 5 กม.

ไม่รู้เพราะป้าตื่นเต้นกับแขกที่มาเยือน หรือกวางเรนเดียร์เกิดอยากจะเล่นซ่อนหาขึ้นมา เราเลยได้เดินอ้อมวงใหญ่ทั่วป่าแถบนั้น จนป้าเธอเกรงใจจะส่งเรากลับมาก่อน แต่ฉันยืนยันว่ายังไปได้ แม้ว่าเพื่อนที่มาเริ่มเดินจนหอบแล้วก็ตาม 555
ป้าส่งเสียงร้องเรียกกวาง “วู้ วู้” และไปสมทบกับคนอื่นที่ออกมาช่วยหาด้วยจากทางอื่น
ในที่สุดเราก็เจอกวางเรนเดียร์กลุ่มใหญ่ที่กำลังแทะเล็มมอสที่ขึ้นทั่วไปในพื้นป่าและตามต้นสน

เมื่อกลับมาถึงที่ เจ้าของกวางแต่ละคนก็มารับกวางและแยกย้ายกวางของตัวเองไปดูแล ซึ่งก็อยู่ใกล้ๆหลังบ้าน หลังเต้นท์กระโจม (Tipi) ของตนเพื่อป้องกันไม่ให้หมาป่าหรือหมีมาทำร้ายกินกวางของพวกเขา
เป็นกิจวัตรประจำของ Tsataan ที่ทำเช่นนี้ทุกวัน ช่วงเวลาที่เหลือก็จะตัดฟืน ซ่อมแซมข้าวของเครื่องใช้ ทำอาหาร
Tsataan เลี้ยงกวางเรนเดียร์เพื่อผลผลิตไม่ต่างจากการเลี้ยงแพะ แกะ ม้า หรือ Yak ของชนเผ่าเร่ร่อนกลุ่มอื่น คือเพื่อน้ำนมของมัน และเนื้อมาทำอาหาร ส่วนใหญ่จะฆ่ากวางเมื่อกวางเริ่มอ้วน และแก่ตามอายุซึ่งจะมีอายุประมาณ 14-15 ปี ส่วนเขาสวยๆของมันก็จะถูกตัดมาทำเครื่องประดับ หรือของที่ระลึกขายนักท่องเที่ยว
ฉันสังเกตุว่า Tsataan กลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิง เค้าบอกว่าผู้ชายออกไปล่าสัตว์บนเขาที่ไกลออกไปซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และบางส่วนก็ไปทำงานตามโรงงานต่างๆในเมือง


การเดินทางครั้งนี้ฉันติดต่อกับ คุณ Ogie ไกด์ซึ่งเคยพบกันเมื่อครั้งได้ไปเที่ยวมองโกเลียครั้งที่แล้ว เธอดูแลต้อนรับและรับฟังปัญหาอย่างดี หากใครสนใจอยากไปเที่ยวมองโกเลีย ก็สามารถติดต่อเธอได้โดยตรงที่ fb ของเธอhttps://www.facebook.com/ecovoyagemongolie/


ขอออกตามป้าเข้าป่าสนไปตามกวางเรนเดียร์กลับบ้าน
ทิวทัศน์รอบๆ ท่ีหมู่บ้านเล็กชั่วคราวในหน้าหนาวของ Tsataan เห็นแล้วน่าอิจฉาจริงๆ
มองเห็นเป้าหมายของเราแล้ว
ก้มหน้าก้มตากินมอส อาหารที่มีอยู่เฉพาะในป่าสนนี้เท่านั้น เราจึงไม่สามารถเห็นกวางเรนเดียร์นอกป่านี้ได้เลย
ต้อนกลับบ้าน
ซึจือเร่ ขึ้นขี่กวางเรนเดียร์ของตัวเอง วิธีขึ้นกวางต้องไปขึ้นจากตอไม้ที่สูงพอจะขึ้นคร่อมมันได้
การตัดไม้เป็นปัญหาสำคัญของมองโกเลียยังแก้กันไม่ตก เพราะจำเป็นต้องใช้ ตอนนี้เลยเก็บภาษีตัดไม้ไปก่อนเพื่อจำกัดจำนวนการตัดไม้ พอดีมีจนท. มาเก็บ เลยเข้าไปเ_ือกเค้าด้วย
ฟืนเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะช่วยก่อไฟทำอาหาร ใส่ในเตาผิงช่วยให้ความอบอุ่นโดยเฉพาะหน้าหนาวแบบนี้
ฟืนเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะช่วยก่อไฟทำอาหาร ใส่ในเตาผิงช่วยให้ความอบอุ่นโดยเฉพาะหน้าหนาวแบบนี้

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: