• Menu
  • Menu

The Painted Viel

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

Picture 4

  

 

ช่วงนี้ห่างหายการดูหนัง ดูซีรี่ส์ไปนาน ไม่รู้ว่าชีวิตช่วงที่ผ่านมาไปขลุกทำอะไรนักหนา ทั้งหนัง ทั้งซีรี่ส์หลากชาติ หลากภาษา ที่บ้าขนซื้อกันไว้ช่วงหนึ่งทำยังกับว่าเดี๋ยวมันจะหมดไปจากโลก หาซื้อไม่ได้อีกแล้ว วางเรียงไว้ในชั้นเก็บอย่างสงบ ผ่านไปมาได้แต่เยี่ยมๆ มองๆ กล่องแล้วก็เดินจากไป
คราวไปเที่ยวตุรกี เห็นว่าน่าจะมีโอกาสดีๆ เลยได้เอาหนังใส่เครื่อง  Ipod touch ติดตัวไปหลายเรื่อง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เปิดดู ก็แหม ไปต่างบ้านต่างเมือง จะมัวแต่ก้มหน้า ก้มตาดูหนังอยู่ได้ไง นั่งดูชีวิตผู้คน วิวสวยๆ ที่โอกาสจะไปเที่ยวแค่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะดีกว่า คิดงั้นก็เลยได้แต่พกไป พกกลับ
The Painted Viel เป็นหนึ่งในหนังหลายเรื่องที่อัดใส่ Ipod หวังจะไปนั่งดูเล่นๆ แต่ก็ไม่ได้ดูอย่างที่ว่า วันนี้มานั่งเยี่ยมๆ มองๆ ที่ชั้นเก็บหนังมือดีไปคว้าเอาเรื่องนี้มาเปิด เท่านั้นแหละค่ะ ติดหนึบ กับหนังโรแมนติกท่ามกลางเชื้อโรค น่าจะประมาณนั้นได้เลย เรื่องนี้ถ่ายทำกันที่ประเทศจีน ไม่รู้ใช่กุ้ยหลินรึเปล่า แต่ทิวเขาสวยๆอย่างนี้ เห็นแล้วนึกถึงกุ้ยหลินระหว่างล่องแม่น้ำลี่ ที่เพิ่งไปเที่ยวเมืองปีที่แล้วขึ้นมาจับใจ
ตัวหนังสือเล็กๆ ของหนังข้างล่างชื่อเขียนโปรยไว้ว่า “Sometimes the greatest journey is the distance between two people.” นั่นเป็นคำโปรยที่บอกเรื่องราวของหนังได้เป็นอย่างดีถึงเรื่องราวของคนสองคนในที่ที่ห่างไกล เพื่อจะเรียนรู้จักกันและกันให้มากขึ้น
วอลเตอร์และคิตตี้ กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางทุ่งนากว้างใหญ่ในประเทศจีน ระหว่างการเดินทางไปเมืองเมทันฟู  ทั้งสองคนนั่งรอรถลากเพื่อมารับโดยไม่ใส่ใจกันและกัน ทั้งที่เดินทางมากันเพียงสองคน ภาพตัดกลับไปยังเมืองลอนดอน เพื่อให้เราได้รู้เหตุผลของการเดินทางมาสู่เมืองเล็กๆแห่งนี้
ความรักของวอลเตอร์มีต่อคิตตี้เกิดขึ้นที่ลอนดอนและนำไปสู่การแต่งงานอย่างรวดเร็ว ในขณะที่คิตตี้ซึ่งเป็นเด็กสาวจากครอบครัวฐานะดี ถึงแม้จะยังไม่พร้อมและไม่มีความรักต่อวอลเตอร์ แต่ความเป็นเด็กสาวทันสมัยต้องการหนีจากความกดดันของครอบครัวซึ่งเธอมองว่าหัวโบราณ ประกอบกับการได้ออกเดินทางสู่โลกใหม่ ทำให้เธอตัดสินใจแต่งงานกับวอลเตอร์
ความแตกต่างกันเริ่มปรากฎให้เห็นชัดเจนมากขึ้น เมื่อยิ่งอยู่ด้วยการนานขึ้นและมีเพียงคนสองคน ในขณะที่คิตตี้ยังคงเป็นความเป็นเด็ก ต้องการความสนุกสนานกับชีวิต การใช้ชีวิตร่วมกับวอลเตอร์ซึ่งเป็นนักวิชาการไม่สามารถสร้างความสุขใดๆให้กับเธอ ยิ่งเธอได้พบกับชายอีกคนชาร์ลี ทาวเซนต์ ซึ่งดูเหมือนจะเข้าใจตัวเธอได้ดีกว่า และเธอเรียกมันว่าความรัก แม้ว่าทาวเซนต์จะมีภรรยาอยู่แล้วก็ตาม
วอลเตอร์เรียกร้องให้เธอตัดสินใจระหว่างการเดินทางไปยังเมทันฟู หมู่บ้านเล็กๆที่ห่างไกล ที่กำลังมีโรคระบาดอย่างหนัก หรือเลือกจะโดนฟ้องหย่าเนื่องจากคิตตี้มีชู้ เหตุการณ์เกิดขึ้นทำให้เธอได้รับรู้ความจริงใจของทาวเซนต์ ?? และนำไปสู่ทางเลือกที่เธอไม่อยากจะเลือกคือการเดินทางไปสู่เมทันฟู เมืองที่เต็มไปด้วยความลำบากห่างไกลความเจริญ ท่ามกลางความเกลียดชังของชาวจีนที่มีต่อคนต่างชาติ
สำหรับวอลเตอร์การพาคิตตี้มากับเขาเปรียบเสมือนการแก้แค้นคิตตี้ แต่ความยากลำบาก และการใช้เวลาร่วมกัน โดยมองกันและกันมากขึ้น ทำให้ต่างฝ่ายต่างเข้าใจ และเริ่มมองตัวตนของคนรักของตนใหม่ ดังคำพูดที่ว่า “เราไม่ควรมองหาสิ่งที่อีกฝ่ายไม่มี” เป็นประโยคโดนใจของฉันที่สุดสำหรับหนังเรื่องนี้
ความรักของหลายคนเริ่มต้นด้วยความเห็นแก่ตัว คิดว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลงตามใจที่ตนต้องการเมื่อถึงเวลาหนึ่ง วอลเตอร์ต้องการให้คิตตี้เข้าใจงาน และวางตัวให้ฉลาด ไม่ใช่เด็กสาวรักสนุก การนำเธอมาสู่เซี่ยงไฮ้ ทั้งที่รู้ว่าคิตตี้ยังไม่ได้รักเขา แต่เป็นเพียงต้องการหนีจากครอบครัวของคิตตี้ ก็เป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวเนื่องจากต้องการเป็นเจ้าของในสิ่งที่ตนรัก ทั้งที่ยังไม่ได้รับความรักตอบกลับมา ถึงแม้เขาจะพยายามเอาใจ พูดคุยกับคิตตี้ แต่ถึงที่สุดเมื่อไม่ใช่ตัวตนของเขา นั่นจึงทำให้เขาเกิดความเบื่อหน่าย และสร้างความห่างเหินกับภรรยา จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่คิตตี้เลือกทางออกไปมีความสัมพันธ์กับชายอีกคน ในขณะที่คิตตี้ก็เลือกแต่งงานกับคนที่เธอไม่รัก อาศัยประโยชน์จากวอลเตอร์เพื่อหนีจากครอบครัว โดยไม่ได้มองถึงอนาคตและตัวตนของวอลเตอร์ว่าจะสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ ทั้งที่เธอยืนยันกับครอบครัวของเธอเองว่าจะแต่งงานกับคนที่เธอรักเท่านั้น
ช่วงเวลาแห่งความยากลำบากทำให้พวกเขาได้มองถึงตัวตนของอีกฝ่าย และยอมรับความแตกต่าง จนสามารถผสมผสานการใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยเฉพาะวอลเตอร์ซึ่งมีความรักต่อตัวคิตตี้เป็นพื้นฐาน ทำให้คิตตี้เปลี่ยนแปลง และเติบโตขึ้นจากเด็กสาวกลายมาเป็นผู้ใหญ่ที่มองโลกที่เป็นอยู่อย่างเป็นจริงมากขึ้น ทำให้ระยะห่างของเขาสองคนใกล้กันจนเป็นเรื่องราวที่แสนโรแมนติก

นาโอมิ วัตต์ และ เอ็ดเวอร์ด นอร์ตันเป็นสองนักแสดงฝีมือดี ที่แสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง และสายตา ได้ดีมากจนฉันไม่สามารถละสายตาไปจากหนัง แม้ในความรู้สึกว่าดูคิตตี้แก่เกินกว่าจะเล่นบทเด็กสาว แต่ด้วยท่าทาง  การแต่งกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายตา ตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงการเปลี่ยนแปลงในตอนหลังๆ ก็ทำให้เรามีความเชื่อว่าเธอเป็นเด็กสาวที่เปลี่ยนไปแล้วจากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา ฉันดูนอร์ตันแสดงมาหลายเรื่องในหลายบทบาท สำหรับบทบาทนักวิชาการเย็นชาที่มีความรัก และมุ่งมั่นในการทำงาน ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง แถมยิ่งเทใจให้มากๆ เพราะบทเรื่องนี้หล่อจริงๆ

นอกจากการแสดงของตัวละครหลักที่พูดถึงแล้ว การเลือกประเทศจีนเป็นฉากหลังของหนังทำให้หนังน่าสนใจสำหรับฉันมากขึ้น เพราะทิวทัศน์ที่สวยงาม  ทั้งภูเขา แม่น้ำ และท้องทุ่งเขียวๆ บรรยากาศแบบเอเชีย ทำให้รู้สึกคุ้นเคยและแปลกๆ กับภาพคนตะวันตกอย่างคิตตี้เดินถือร่มแต่งตัวสวยๆ ในหมู่บ้านเล็กๆ ทำให้เห็นระยะห่าง ความแตกต่างทางวัฒนธรรม แม้จะเข้ามาเพื่อช่วยเหลือคนในหมู่บ้านจากโรคระบาด ซึ่งผู้มีอำนาจในเมืองหลวงไม่สนใจแล้ว ทั้งสองคนก็ยังต้องเผชิญกับการยอมรับของคนในหมู่บ้าน เนื่องจากการเข้ามาของพวกเขาเหมือนกับการมาเปลี่ยนความเชื่อพื้นบ้านเช่นเรื่องการฝังศพ การนับถือศาสนา การแบ่งฝักฝ่ายของคนจีนเอง ท่ามกลางความไม่ไว้วางใจชาวตะวันตกเป็นทุนเดิม ถือเป็นเรื่องราวรอบข้างที่ได้เห็นภาพชีวิตของชาวจีนในยุคก่อนเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์ไปอีกทางหนึ่งด้วย

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: