Lunar Travel WorldA Legend of Travel

The High Atlas : มุ่งหน้าสู่ Hollywood of Morocco

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

รูป : Tizi n' Tichka

ต้องขอบคุณ ข้อมูลจากเว็บไซต์เทรคกิ้งไทย ที่ทำให้เราได้แผนการเดินทางสู่ทะเลทรายที่ง่ายและประหยัด บ่อยครั้งที่เว็บนี้มักจะเป็นตัวช่วยให้กับฉันเสมอ เมื่อคิดจะออกเดินทางท่องโลกในแต่ละครั้ง

ที่จริงเราคิดจะเดินทางไปเที่ยวทะเลทรายซาฮาร่าด้วยตนเอง ด้วยการขึ้นรถบัส แล้วไปหาซื้อทัวร์ขี่อูฐกันที่นั่นเอง แต่เนื่องจากเวลาการเที่ยวอันจำกัดจำเขี่ยของเรา ทั้งเงื่อนไขต้องรีบกลับมาทำงาน เงื่อนไขของตั๋วที่อยู่ได้แค่นั้น เนื่องจากติด block out date ไม่ให้เดินทางจากคาซาบลังกามาเมืองไทย ตั้งแต่วันที่ 10-25 ธันวาคม ไม่งั้นก็ต้องอยู่ยาวไปจนปีใหม่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่ๆ และยิ่งเมื่อดูข้อมูลการเดินทางโดยซื้อทัวร์แบบนี้ จะได้แวะชมความสวยงาม kasbah สวยๆ ที่ Ait Benhaddou ดูโตรกผาที่เป็นช่องเขาที่ Todra gorge รวมทั้งได้ขี่อูฐไปที่ Erg Chebbi อันเป็นปลายทางเป้าหมายของเรา เรียกว่าได้ครบถ้วน อย่างที่ต้องการ แถมได้แวะจุดต่างๆเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดังนั้นการซื้อทัวร์จึงเป็นทางออกที่สวยงามสำหรับคนที่มีเวลาน้อยๆอย่างเรา

อันที่จริงในมาราเกซมีร้านขายทัวร์ทะเลทรายอยู่ทั่วๆ ไป โดยเฉพาะรอบๆ จตุรัส Djemaa el Fna แต่เราอุตสาห์เจาะจงไปหา Itenerary Plus ตามที่แนะนำในเว็บไซต์ TKT ก็เจอแหละค่ะ เห็นป้ายใหญ่เลย อยู่ชั้น2 อย่างที่ คุณโรม ในtkt ว่าไว้  ก็เลยตรงเข้าไปถาม มีเด็กหนุ่มยืนเรียกลูกค้าอยู่ พอเข้าไปสอบถาม กลับพาเราไปอีกที่หนึ่งชื่อ Hilali Tour เปิดราคามาที่ 900 DH ตรงตามที่ได้้ข้อมูลมา จึงตกลงใช้บริการทัวร์ที่นี่ เพราะถึงจะไม่ใช่เอเย่นต์ทัวร์ที่เราตามหา แต่ก็ดูน่าเชื่อถือ ในส่วนของเราจะเดินทางไปกับทัวร์ 3วัน 2 คืน โดยคืนแรกแวะพักที่ Dades Valley คืนที่สองไปนอนเต้นท์ที่ Erg Chebbi แต่เราจะไม่กลับมากับทัวร์ค่ะ จะเดินทางด้วยรถบัสเที่ยวกลางคืนจากเมือง Rissani ไป Fez กันเลย

เรานัดเจอกัน 7 โมงเช้า เพื่อออกเดินทาง ก่อนออกเดินทางเราก็ต้องสลับสับเปลี่ยนรถ กันหลายที จึงได้รู้ว่าซื้อทัวร์ไหน ก็คงจะมารวมตัวกันที่นี่ แต่ละเจ้าก็จะพาลูกค้าของตนมาส่งแล้วสลับขึ้นรถตามโปรแกรมที่ลูกค้าแต่ละคนเลือก กว่าเราจะออกจากมาราเกซกันได้ก็ปาเข้าไปเกือบ 9 โมง สมาชิกที่เดินทางร่วมกันกับเรา 2 คนจากเมืองไทย ก็มีคู่สามีภรรยาจากเบลเยี่ยม 1 คู่ จากฝรั่งเศส 1 คู่ และ หนุ่มๆ สาวๆจากอังกฤษอีก 3 คน

รูป : ทิวเขาสีแดง ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียวระหว่างเส้นทาง Tizi n'Tichka

เมื่อออกจากมาราเกซ เรามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ย้อนรอยเส้นทางกองคาราวานจากทะเลทรายในอดีต เราต้องผ่านเขาสูงกว่า 2000 เมตร ผ่านเส้นทาง  Tizi n’ Tichka ซึ่งถนนกว้างขวางและได้รับการดูแลอย่างดี แต่ก็เต็มไปด้วยโค้งมากมาย ทำให้ฉันถึงกับเมารถ เมาความสูงไปเลย ความสวยงามของเส้นทางทำให้เราไม่สามารถละสายตาจากทิวเขาสีแดง ที่ปกคลุมด้วยต้นไม้สีเขียวตามเส้นทาง โชคดีที่รถจอดแวะให้เราได้ลงไปถ่ายรูปกัน ฉันเลยมีโอกาสได้พักแวะดื่มน้ำชาด้วยหวังว่าจะดีขึ้น แต่พอเดินทางต่อเราก็ยังคงผ่านทางโค้งอีกหลายโค้ง อาลี คนขับรถกับคุณป้าจากฝรั่งเศสซึ่งเรารู้ว่าเธอเป็นคนโมร็อคโคนี่เอง แต่ไปโตที่ฝรั่งเศส มาเที่ยวคราวนี้เพราะสามีพามาฉลองวันเกิดที่ประเทศบ้านเกิด ก็ช่างคุยกันเหลือเกิน ยิ่งทำให้ขับรถเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเข้าไปอีก 🙁 กว่าจะลงเขาเข้าสู่เส้นทางตรง ทำเอาฉันแทบแย่ไปเหมือนกัน

Ait Benhaddou เป็นจุดสำคัญจุดแรกวันนี้ที่เราแวะเที่ยวกัน เดินเข้าไปนิดนึง ก็เจอกับ Kasbah ที่ใหญ่โตดูใหม่เอี่ยม เพราะได้รับการดูแลไว้เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญ

Ait มีความหมายว่า of family เช่น Ait Ben Haddou หมายถึงตระกูลหรือครอบครัวของ Ben Haddou

ในอดึต Ait Ben Haddou อยู่ระหว่างเส้นทางการค้าเกลือ งาช้างและทองคำของชนเผ่าจากทะเลทรายเมื่อประมาณศตวรรษที่ 11 ได้สร้างป้อมปราการ (ksar) ขนาดใหญ่ขึ้นที่นี่ ประกอบด้วย ปราสาท (Kasbah) และบ้าน ขึ้นภายหลังกำแพงเมืองขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่เชิงเขาเล็กๆ ด้านหน้ามีแม่น้ำสายเล็กๆ ผ่านสร้างความชุ่มชื้น ทำให้มีความสมบูรณ์ในการเพาะปลูกพืชและต้นไม้

รูป : ภายใน Ksar ที่ Ait Ben Haddou

เมื่อแรกที่ฉันเห็นประตูเมืองด้านหน้าปราสาทก็ทำให้นึกถึงฉากหนังเก่าๆ เพราะปราสาทสีแดงของ Ait Ben Haddou ได้ปรากฎในหนังดังหลายเรื่องเช่น Lawrence of Arabia, Gladiator, Alexander  ตามปกติการเข้าชมที่นี่ไม่เสียค่าเข้าชม แต่ก็มีชาวบ้านคอยตามเก็บเงินและให้เราเข้าไปชมในบ้านได้ เราจึงจ่ายไปคนละ 10 DH วิวด้านบน Kasbah ได้เห็นหมู่บ้านทั้งหมดและเนินเขาเล็กๆที่อยู่รอบๆ รวมทั้งฝั่งตรงข้ามแม่น้ำได้อย่างชัดเจน ที่นี่ยังมีคนอาศัยอยู่ แต่เจ้าของปราสาทย้ายไปอยู่ที่อื่นหมดแล้ว ความเป็นอยู่ก็ทันสมัยพอควรอย่างเช่นครัว  ห้องรับแขก ที่พาเราไปดู

เราแวะทานอาหารกลางวันกันที่เมือง Quarzazate (วาซาเซ็ต) เมืองนี้เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของแถบทะเลทราย และยังเป็นเมืองฮอลลีวู้ดแห่งโมร็อคโค เนื่องจากเป็นโลเกชั่นที่หนังฮอลลีวู้ดใช้ถ่ายทำหนังหลายๆเรื่อง ภายใน musee du cinema เป็นเมืองหนังที่สร้างฉากสำหรับหนังฮอลลีวู้ด เมืองเป็นอาคารสไตล์ตึกสี่เหลี่ยมสีแดง  เขตเมืองใหม่มีร้านอาหาร อาคารบ้านเรือนที่ทันสมัย ฝั่งตรงข้ามmusee du cinema ก็มี Kasbah เปิดให้เข้าชม

รูป : ถนนที่มุ่งหน้าไปสู่ทะเลทรายซาฮาร่า

หลังทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อย เราเดินทางกันต่โดยมีจุดหมายที่ Dades Valley ที่เราจะพักกันคืนนี้ โชคดีที่ถนนไม่มีทางโค้งมากเหมือนเมื่อเช้า และถนนก็ดีมากๆ อาลีเล่าให้ฟังว่าถนนเส้นนี้ได้รับการตัดผ่านไปยังทะเลทรายเนื่องจากกษัตริย์โมฮัมหมัดจะเสด็จไป Merzouga ทำให้การเดินทางโดยรถมีความสะดวกกว่าเมื่อก่อน ปัจจุบันถนนตัดไปถึง Taouz ใกล้ๆเขตทะเลทราย

เมื่อเข้าใกล้ที่พักทางก็เริ่มคดเคี้ยวอีกครั้ง เราแวะถ่ายรูปกันที่ Tamnalt Valley ซึ่งบริเวณนั้นมีเขาหินรูปแปลกๆ เป็นหย่อมๆ เรียกว่า Valley of Human Bodies แล้วรีบเดินทางเข้าโรงแรมก่อนจะค่ำ คืนนี้อากาศเย็นมากๆ ประกอบกับเรานอนในหุบเขา  ยิ่งมาเจอห้องนอนโล่งๆ คืนนี้หลายคนก็เลยพร้อมใจกันไม่อาบน้ำ แล้วก็ชักหนาวกับอากาศที่น่าจะเย็นกว่าที่นี่ในคืนพรุ่งนี้ที่ทะเลทราย

Berber เป็นเผ่าสำคัญที่อาศัยกระจายอยู่ทั่วทั้งโมร็อคโค ส่วนใหญ่อยู่ในเส้นทางคาราวานอูฐจากทะเลทรายไปจนถึงเมืองมาราเกซ

[nggallery id=8]

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: