slow life กับรถไฟไทยสู่ขอนแก่น

Home » Blog » Asia » Thailand » slow life กับรถไฟไทยสู่ขอนแก่น

+ ขาไปรถไฟด่วนตู้นอน ชุมทางแก่งคอย-ขอนแก่น

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (23-24/1/2016) ฉันมีแผนการเดินทางไปวิ่งงานที่จ.ขอนแก่น เป็นงานแข่งขันมาราธอนใหญ่ประจำปีงานหนึ่งของเมืองไทย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 13 แล้วสำหรับขอนแก่นมาราธอน แต่เป็นครั้งแรกของฉันและเพื่อนๆในกลุ่ม ตามประสาคนชอบเที่ยว ชอบเดินทาง ฉันต้องหาความหลากหลายให้ตนเองซักหน่อย นอกจากไปทำความรู้จักกับจังหวัดขอนแก่นเพิ่มขึ้นอีกนิด ฉันและน้องอีก 2 คน จึงเลือกเดินทางไปขอนแก่นด้วยรถไฟ ขาไปไปด้วยรถไฟด่วน ตู้นอน ปรับอากาศ ชั้น2 ตามข้อมูลที่เขียนไว้หน้าตั๋ว เราจองตั๋วไว้ให้นอนใกล้ๆกัน แต่ต่างคนก็ต่างขึ้นตามความสะดวกของตนบนเส้นทางที่รถไฟผ่าน มีสถานีรถไฟสามเสน สถานีหลักสี่ และฉันขึ้นที่สถานีชุมทางแก่งคอย ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน แผนนี้เริ่มต้นด้วยการถูกเตือนจากหลายๆคนให้เตรียมพร้อมกับความล่าช้าของรถไฟไทย ซึ่งเอาแน่นอนไม่ได้ แต่พวกเราทั้งสามก็ไม่ได้กังวลเพราะการเดินทางเราเผื่อเวลาไว้มากมายอยู่แล้ว หากจะล่าช้าไปบ้าง ก็คงไม่เกินไปเป็นวันๆ จนไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้มั้ง

image

วันเดินทางจริงมาถึงรถไฟด่วน Express ของเราก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ดีเลย์สมชื่อรถไฟไทยไปเกือบ 2 ชั่วโมง สำหรับฉันโชคดีที่เป็นคนขึ้นหลังสุด จึงได้รับการส่งข่าวจากน้องๆ ที่รอขึ้นก่อนว่าควรจะออกไปที่สถานีเวลาไหน ทำให้ไม่ต้องไปนั่งตบยุงที่สถานีเหมือนกับน้องๆ ที่ต้องไปแกร่วรอที่สถานี… สบายไป 555

เกือบเที่ยงคืนรถไฟก็มาถึงชานชาลาสถานีแก่งคอย ซึ่งฉันยืนคอยไม่นานนัก
กว่า 20 ปี เห็นจะได้ที่ฉันไม่เคยใช้บริการรถไฟไทยเลย ทั้งที่ชีวิตฉันก็วนเวียนอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟนัก ตั้งแต่สถานีสามเสน จนมาถึงสถานีแก่งคอย ความสะดวกสบาย มีรถส่วนตัวใช้ รถไฟจึงไม่เคยเป็นทางเลือกในหัวเมื่อคิดจะเดินทาง แม้ว่าระหว่างนั้นเมื่อเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศก็ใช้บริการรถไฟมาไม่น้อยในหลายประเทศ ฉันไม่คาดหวังกับรถไฟไทย แต่ก็ไม่คิดว่าตู้นอนชั้น 2 จะเป็นแบบที่เดินขึ้นมาบนรถไฟ ด้วยเตียง 2 ชั้นที่ต่อยาวพรืดทั้งตู้ ไม่มีการแบ่งห้องเป็นสัดส่วนแบบที่เคยใช้บริการ แต่ทุกอย่างที่มองเห็นก็สนุกตื่นเต้นดี ฉันทักทายกับน้องๆที่ขึ้นมาก่อนแล้วกำลังจะหลับที่ได้ที่นอนเตียงล่าง ส่วนฉันจองที่นอนเป็นเตียงบนมา เตียงเล็ก แต่เพียงพอสำหรับฉัน ถ้าคนตัวใหญ่ไม่แนะนำอย่างเด็ดขาดที่จะนอนเตียงบน

รถไฟวิ่งเคลื่อนตัวไปบนรางตามเส้นทาง มีโยกคลอนบ้าง และกลิ่นจางๆของรถไฟที่ถ้าใครเคยขึ้นรถไฟจะรู้ว่ากลิ่นนี้เป็นอย่างไร ก็ทำให้ฉันเริ่มคุ้นเคยกับมัน แต่ยอมรับว่าคืนนี้บนรถไฟนอนหลับไม่ค่อยสนิทนัก พอ6โมงเช้า พนักงานประจำตู้ก็มาเดินปลุกบอกว่าใกล้ถึงสถานีขอนแก่น ข้อดีของการดีเลย์ก็ทำให้เรามาถึงขอนแก่นในเวลาเช้ากำลังดี ไม่อย่างนั้นเที่ยวนี้จะต้องมาถึงที่นี่ตอนตี4 ซึ่งไม่สะดวกนักที่จะเดินทางต่อเพราะเราต้องไปเจอเพื่อนอีกกลุ่มที่มาทางเครื่องบิน และจะมาถึงเวลา 8.30 น. บนรถไฟขบวนกรุงเทพ-หนองคาย ยังมีนักวิ่งบางส่วนไม่กี่คนที่ใช้บริการรถไฟมาแข่งขันรวมถึงนักวิ่งผิวดำอีก 3-4 คนที่เข้ามาถามทางไปสถานที่แข่งขันจากพวกเราด้วย รถไฟจอดที่สถานีไม่นานนักก็เคลื่อนขบวนเดินทางต่อไป

ถึงแม้จะง่วงมากแค่ไหนแต่วันนี้เรามีภาระกิจที่ต้องไปจัดการเพื่อรับ bib หมายเลข และเสื้อแข่งขันที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากนั้นไปทานอาหารเช้า – กลางวัน เที่ยววัดหนองแวง ไหว้พระธาตุ และมานั่งชิลล์ที่ร้านกาแฟเก๋ๆในตัวเมือง ก่อนจะกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมเพื่อเตรียมตัวแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนแรกของปี ในวันพรุ่งนี้


+ ขากลับรถไฟท้องถิ่นชั้น 3 ขอนแก่น-ชุมทางแก่งคอย

หลังจบการแข่งขันในวันที่อากาศดีเพราะคลื่นความหนาวเข้าสู่ประเทศไทยในเช้าตรู่วันนี้พอดี เป็นวันวิ่งที่สบายที่สุด แม้จะมีฝนตกโปรยปรายในยามเช้า และฝนก็เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับอากาศที่เย็นลง ฉันต้องแยกย้ายกับเพื่อนๆ เพื่อไปขึ้นรถไฟกลับแก่งคอย ในตอนบ่าย ซึ่งเที่ยวนี้เป็นขบวนท้องถิ่น รถไฟนั่งธรรมดาชั้น 3 สำหรับคนไทยได้ขึ้นฟรี เพียงยื่นบัตรประชาชนและไปรับตั๋วในวันที่รถไฟออกเดินทาง ยิ่งเป็นขบวนธรรมดายิ่งหวาดเสียวว่าจะดีเลย์ ไม่ตรงเวลา แต่ปรากฎว่าขบวนนี้ออกตรงเวลา ถึงตรงเวลาเป๊ะตามกำหนด

เหรียญรางวัลฮาล์ฟมาราธอน
เหรียญรางวัลฮาล์ฟมาราธอน งานนี้จัดดีมาก ขอชื่นชม ถ้ามีโอกาสก็อยากไปร่วมงานอีกค่ะ

อากาศวิปริตแปรปรวน ลมเย็นทำให้ฉันไม่ต้องนั่งตากลมร้อนๆแบบที่คิด วันนี้อากาศหนาว มีฝนตกตลอดทาง ช่วงแรกๆไม่ค่อยมีคนมากนัก ระหว่างทางเริ่มมีคนมากขึ้นโดยเฉพาะเขตสถานีหลักๆ แถวๆโคราช ผู้โดยสารก็เป็นคนท้องถิ่น ชาวบ้าน บ่อยครั้งที่ฉันมีโอกาสได้ใช้บริการสาธารณะต่างๆ ฉันพบว่าเราได้เห็นชีวิตจริงๆ ที่ไม่ดัดจนเกินงาม ได้ยินการพูดคุยทักทายของผู้คน ได้เห็นน้ำใจใกล้ชิดของเด็กๆ และผู้ใหญ่ รถไฟต่างจากรถบัสตรงที่ไม่มีขีดจำกัดมาก เพราะมีพื้นที่มากมายกว่ารถบัส เครื่องบิน และรถส่วนตัว  เราไม่ต้องนั่งเพียงแค่หน้าตรงแล้วมองไปข้างหน้า แต่ให้โอกาสเราเดินไป เดินมา หรือนั่งรื่นรมย์เคิดอะไรเรื่อยเปื่อยงียบๆ ขบวนท้องถิ่นช้าๆ จอดทุกสถานีก็ทำให้เรามองเห็นภาพวิว ชีวิตสองข้างทางรถไฟซึ่งขอบเขตไม่ห่างกับรางรถไฟ ทุ่งนาสองข้างดูมืดมนเหงาๆเพราะอากาศวันนี้ ผู้โดยสารวันนี้ก็ไม่ต่างจากเวลาฉันเคยใช้บริการขบวนท้องถิ่นในต่างประเทศ เด็กวัยรุ่น ผู้ใหญ่บางคนคาดหูฟังนั่งฟังเพลงฆ่าเวลา บางคนเล่นมือถือ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงนั่งคุยทักทายกันบ้าง และมุ่งมองไปยังปลายทางข้างหน้า พร้อมกับเหลือบสายตาชมวิวรับลมหนาวผ่านหน้าต่างด้านข้าง บางช่วงคนขึ้นจนเต็มขบวนบางส่วนต้องตีตั๋วยืน
ฉันนั่งสายยาวจากต้นสายจนถึงปลายสาย พอพ้นเขตจังหวัดนครราชสีมาผู้คนเริ่มบางตา ฟ้าเริ่มมืดขึ้น และเหลือฉันกับชายหนุ่มอีกคนในโบกี้ที่ฉันนั่ง แอบหวาดกลัวและนึกถึงเหตุการณ์ตามข่าวต่างๆ ทั้งฆ่า ข่มขืน ชิงทรัพย์ ฉันตระหนักได้ว่าช่วงเวลาที่ฉันนั่งเปลี่ยวๆอยู่ตอนนี้ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายคนไม่กล้าขึันรถไฟ ฉันพยายามป้องกันตัวเองโดยมองผ่านกระจกรถที่สะท้อน และหันกลับไปมองยังตู้อื่นๆว่ามีคนนั่งอยู่รึป่าว รวมทั้งมองหาเจ้าหน้าที่ประจำรถ (ซึ่งหาไม่เจอ) หากมีอะไรเกิดขึ้นจะได้หาทางหนีทีไล่ทันท่วงที ฉันพบว่ามีเพียง 2-3 คนที่นั่งอยู่ตู้ถัดไป ระหว่างนี้ต้องมีสติและคอยระแวดระวัง จนกระทั่งชายหนุ่มที่นั่งด้านหลังลงไป และอีกไม่นานก็จะถึงปลายทางแก่งคอย รถไฟค่อยๆพ้นจากพื้นที่มืดทึบ สองข้างทางเหมือนป่า เข้าสู่เขตเมือง ฉันก็อยากจะรู้และเห็นเส้นทางที่ผ่านช่วงมืดๆนี้เหมือนกันนะว่าในช่วงกลางวันมันเป็นยังไง

พอมาถึงชุมทางแก่งคอย สถานีสุดท้าย ฉันพบว่ามีผู้โดยสารประมาณ 20 คนลงที่สถานีนี้เหมือนฉัน แต่เรากระจายออกไปอยู่หลายตู้นี่เอง อากาศยิ่งเย็นและลมแรงเมื่อเราก้าวเท้าลงมา จบการเดินทางโดยรถไฟของฉันเที่ยวนี้  ฉันรู้ว่าหลังจากนี้จะยังคงมีการเดินทางโดยรถไฟไทยเกิดขึ้นกับตัวเองอีกแน่นอน แม้บริการรถไฟจะไม่พัฒนาเท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งฉันหวังว่าต่อไปควรจะดีขึ้น แต่ฉันก็จะไม่ลืมว่าในการเดินทางยังมีรถไฟเป็นอีกหนึ่งทางเลือก วันนี้รถไฟอาจจะไม่ดีนัก แต่ถ้าเรามองว่ามันเป็นเสน่ห์ คือการท่องเที่ยว คือการเดินทาง คืออะไรหลายๆอย่างในโลกนี้ที่ไม่เคยสมบูรณ์แบบ แต่เราก็อยู่กับมัน สนุกกับมัน ใช้เวลากับมัน เพื่ออย่างน้อยวันหนึ่งข้างหน้าหากรถไฟพัฒนาขึ้นไปแบบต่างประเทศ เราจะได้ไม่ต้องมาตีโพยตีพายขอให้เก็บรักษาเอกลักษณ์ห่วยๆของรถไฟไทยอย่างนี้ไว้ทั้งที่คนบ่นไม่เคยได้ใช้บริการมันเลยในวันที่มีโอกาส

>>>สนับสนุนสินค้าของเรา<<<

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: