• Menu
  • Menu

พบพระแม่มารีบนยอดเขา San Cristobal

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

ฉันมายืนอยู่ตรงปากทางขึ้นสู่ยอดเขาซานคริสโตบัล (Cerro San Cristobal) เป็นครั้งที่ 2 หลังจากเมื่อวานตอนเย็นมาถึงที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง เพื่อจะขึ้นไปบนจุดชมวิวของเมืองซานติเอโก ชิลี ชมเทือกเขาแอนดีส (Andes mountain) ทอดตัวยาวขนานผ่านเมืองไปอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด แต่เมื่อมาถึงพบว่ารถรางที่พาขึ้นไปเสีย นักท่องเที่ยวต้องรอคิวรถบัสซึ่งมีเพียง 1 คันที่จัดมาแทนหรือไม่ก็เหมาแท็กซี่ขึ้นไป ฉันยืนรอคิวรถบัสซึ่งคิวยาวและนานมากเลยตัดสินใจกลับเพราะขี้เกียจรอ แต่พอกลับมาถึงที่พัก กลับเสียดายที่มาถึงทั้งที น่าจะขึ้นไปดูซะหน่อย เผื่อว่าวันข้างหน้าได้มีโอกาสไปบราซิลแล้วไปชมรูปปั้นใหญ่พระเยซู จะได้รู้สึกภูมิใจว่าครั้งหนึ่งเคยได้มาถึงแทบเท้าพระแม่มารีด้วยคู่กัน เนื่องจากมีตำแหน่งและความคล้ายๆกัน (อันนี้คิดเองทุกอย่าง) ในที่สุดคืนนั้นเลยตัดสินใจว่าเช้าพรุ่งนี้มีเวลาถึงก่อนเที่ยงจะออกเดินทางต่อ ช่วงเช้าจะต้องไปบนยอดเขานั้นให้ได้

ปรากฎว่าเช้าวันนี้รถรางก็ยังเสีย และที่สำคัญคือตอนเช้านี้รถบัสยังไม่เปิดให้บริการจนกว่าจะ 10 โมง รถแท็กซี่ก็ยังไม่มีมาให้เห็น ทั้งที่กะว่าจะยอมจ่ายเงินเพื่อขึ้นไปยังยอดเขาโน่น ระหว่างรีรอ ถามไถ่จากคนที่เดินผ่านไปมา ส่วนใหญ่แนะนำให้เดินขึ้นไป อันที่จริงมองขึ้นไปก็คิดว่าพอเดินไหว แต่ไม่ค่อยมั่นใจเรื่องเส้นทาง ลอง search google ดูทางเดินก็บอกว่าใช้เวลาเดินขึ้นเกือบ 2 ชั่วโมง ในใจก็คิดว่าไม่น่าจะใช้เวลาขนาดนั้น เมื่อวานนี้ google ก็บอกทางผิด มีเส้นทางตัดใช้เวลาใกล้กว่าที่บอกใน google เยอะเลย ก็เลยลองเสี่ยงเดินขึ้นไปตามทางหวังว่าพออยู่ใน route จะค่อยๆปรับไปเรื่อยๆ หรือค่อยไปเดินตามคนที่น่าจะขึ้นไปบนยอดเหมือนกันซึ่งน่าจะมีบ้าง

ตัดสินใจเดินแล้ว ก็เลยรีบขึ้นไป googleทำให้สับสนตั้งแต่เลี้ยวแรกจนต้องปิดเครื่องแล้วเดินไปเอง มีคนเดินริมถนนอยู่บ้าง ฉันเดินตามๆไป กับคนที่น่าจะมาเดินออกกำลัง บางคนเดินริมถนนไปเรื่อยๆ มีคนเลี้ยวเข้าทางเล็กๆริมทาง จะวิ่งไปถามก็เดินเร็วมากจนลับตาไป ฉันตัดสินใจเดินไปตามเส้นทางลูกรังดูคล้ายจะตัดพาขึ้นไปบนยอด ทั้งทางเดินค่อนข้างชันและความกังวลเรื่องเวลาทำให้ต้องเร่งเดินเพราะกลัวจะกลับมาขึ้นรถไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องต่อช่วงบ่ายไม่ทัน ทำให้ยิ่งเดิน ยิ่งเหนื่อย แล้วช่วงนี้ก็ไม่มีใครเดินสวนผ่านไปมาซักคน จนเริ่มกังวลใจ ในที่สุดตัดสินใจหันหลังกลับ คิดว่าอย่างน้อยลงไปริมถนน หรือประตูทางเข้าอาจมีแท็กซี่ให้เหมาพาขึ้นไปส่งน่าจะดีกว่า มีโอกาสทันแน่นอน
แต่พอหันหลังกลับ ก็เจอกับผู้หญิงเดินสวนขึ้นมา ฉันเลยวิ่งเข้าไปถามว่าใช่เส้นทางขึ้นไปที่พระแม่มารีรึป่าว คุยกันไม่รู้เรื่อง สุดท้ายต้องควักมือถือมาช่วยกันคุย ทั้งแปลภาษา ทั้งรูป เธอถึงเข้าใจแล้วบอกว่าทางนี้แหละ ถูกทางแล้ว ฉันถามว่าเธอจะไปที่นี่รึป่าว เธอบอกว่าไป ฉันเลยขอเดินตามเธอไปด้วย

เธอเดินช้าๆ เป็นจังหวะ หลังตรง ดูไม่เหนื่อยแม้ทางจะชันมาก ในขณะที่ฉันอาการเหมือนแทบคลาน เหนื่อย เหงื่อแตก ตัองรีบก้าว ก้าว เพื่อให้ทันเธอ เพราะกลัวเธอจะเดินหายไปแบบคนแรกที่ฉันเจอ ระหว่างทางยังคงไม่มีคนอื่น เพียงแค่เราสองคนเดินตามกันไป ป้ายบอกทางไป view point เริ่มปรากฎให้เห็นเมื่อเดินต่อมาอีกสักพัก จนเจอเก้าอี้นั่งพักริมทาง ฉันต้องร้องขอนั่งพัก แล้วบอกให้เธอไปก่อนก็ได้ แต่เธอก็ยืนรอฉันเพื่อไปด้วยกัน ฉันนั่งพักซักค่อยมีแรงเดินต่อ อาจเพราะความกังวลหายไป มั่นใจในเส้นทาง เวลาก็ยังเหลือเฟือทันเวลาตามแผน เราเดินตามเนินเขาชันขึ้นไปไม่นานก็มาถึงบนยอดเขา เธอชี้ให้ฉันดูรูปปั้นพระแม่มารีที่สูงตระหง่านบนยอดเขาที่ฉันถามหา แล้วมาส่งตรงจุดชมวิว จากนั้นขอตัวกลับ จากที่ google คุยกัน เธอบอกว่าต้องรีบกลับไปทำงานเพราะเวลานี้สายแล้ว ฉันถามว่าเธอทำงานอะไร เธอบอกว่าเป็นครูพละในโรงเรียนไม่ไกลนี้
ก่อนลาจากกัน ฉันถามชื่อเธออีกครั้งเพื่อขอบคุณ
“มารี” เป็นชื่อของเธอ

มารี ครูพละที่พาฉันเดินขึ้นมาบนยอดเขา

เราร่ำลากัน ฉันเดินเล่นรอบๆ ชมวิวที่ไม่กระจ่างชัดท่ามกลางหมอกและแดดยามเช้าของเมือง เพราะที่นี่เหมาะจะมาเยือนยามบ่ายมากกว่า ในที่สุดฉันก็มาถึงแทบเท้าพระแม่มารี อย่างที่ตั้งใจว่าจะไว้เป็นความทรงจำคู่กับพระเยซูที่บราซิล ต้องขอบใจมารี
อ๊ะ ฉันเพิ่งนึกได้ “มารี”
โอ้ว พระแม่มารีส่งมารับ กลัวฉันจะไม่เดินขึ้นไปขนาดนี้เชียวเหรอ

การมาที่นี่เป็นความตั้งใจอย่างหนึ่ง แต่การที่ต้องเดินขึ้นมาอาจเป็นพรหมลิขิต ที่พระแม่มารีบนนี้คิดว่าการเดินขึ้นมานั้นเหมาะสมกับฉันมากกว่านั่งรถราง (funicular) นั่งรถบัส หรือนั่งแท็กซี่ แต่ก็คงกลัวฉันถอดใจเลยส่งคนมาพาขึ้นมาก็ได้555

ขาลงเดินลงเขาไม่ยากเย็น ฉันค่อยๆเดินลง ไม่นานก็ถึงเชิงเขาตรงประตูด้านหลัง นั่งรถไฟใต้ดินกลับไปเก็บของเตรียมตัวเดินทางสู่ดินแดนปาตาโกเนีย

เนินเขาซานคริสโตบัล (Cerro San Cristobal)

เป็นยอดเนินเขาสูง 880 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เดิมมีชื่อภาษาท้องถิ่นว่า Tupahue ต่อมาในเจ้าอาณานิคมชาวสเปนได้เปลี่ยนชื่อให้เป็น Cerro San Cristobal (Saint Christopher Hill) ตามชื่อของนักบุญ Saint Christopher บริเวณยอดเขามีประติมากรรมปูนปั้นพระแม่มารีขนาดความสูง 22.5 เมตรซึ่งได้รับการบริจาคจากฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1908 เนินเขานี้เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สูงที่สุดของกรุงซานติอาโก และมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น สวนพฤกษศาสตร์ สวนสาธารณะ สวนสัตว์ เป็นต้น ผู้สนใจสามารถเดินทางขึ้นเขาได้ทั้งโดยรถยนต์ รถราง และรถกระเช้า สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุด คือ Baquedano station เดินจากสถานีประมาณ 10-15 นาที ผ่านย่าน Bellavista แหล่งกินดื่มยามเย็นของซานติเอโก

เมืองซานติอาโก และเทือกเขาแอนดีสที่เป้นแนวยาวด้านหน้า จะชมวิวสวยๆบนนี้ต้องมาช่วงบ่าย
บันทึกการเดินทาง Patagonia เดือนธันวาคม 2017

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: