• Menu
  • Menu

Prologue to Tibet

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

ทริปนี้เกิดจากเกริ่นกับเพื่อนๆร่วมทริปที่สิกขิมไว้เมื่อปีที่แล้ว แล้วในที่สุดฝันก็เป็นจริง แต่เหลือผู้ร่วมคำสัญญาจริงๆแค่พี่เขตและฉันเพียงแค่ 2 คน จากนั้นก็หาเพื่อนๆมาร่วมทีม เพื่อไม่ให้บรรยากาศหงอยเหงาจนเกินไป สุดท้ายไปมาหาคนมาร่วมชะตากรรมได้รวมทั้งฉันเป็น 7 คน และแล้วทริปทิเบตของเราก็เริ่มต้นขึ้น
ทิเบตไม่ใช่เป้าหมายหลักสำหรับการเดินทางของฉัน แต่เป้าหมายที่จริงแล้วคือการนั่งรถไฟที่เค้าว่าสูงที่สุดในโลก และยาวนานขบวนนึงต่างหาก คืออีกหนึ่งฝันของการเดินทางทริปนี้ แม้ระยะทางจะยาวนานใช้เวลานาน แต่ก็เป็นอีกอารมณ์หนึ่งของประสบการณ์การเดินทางที่น่าสนใจ แต่ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะที่นี่คือทิเบต หนึ่งในดินแดนที่มีความออ่นไหวทางการเมืองที่สุดแห่งหนึ่งของเขตดินแดนในการปกครองของมหาอำนาจจีน ทุกอย่างจึงต้องขออนุญาติหรือมีคำเชิญอย่างเป็นทางการก็คือ permit ดังนั้นทุกอย่างในการเดินทางอย่างถูกต้องจึงต้องมีเอเยนต์หรือตัวแทนตามกฎหมายของจีนเป็นผู้ดำเนินการให้ หลังจากหาเอเย่นต์ทัวร์เพื่อจัดการการเดินทาง ฉันมาสรุปได้ที่เอเย่นต์จากทางเนปาลซึ่งเสนอราคามาถูกที่สุด และดูน่าเชื่อถือ ของคุณนิรู http://www.tibetexpedition.com
เส้นทางการเดินทางของฉันเริ่มต้นที่เมืองเฉิงตู เมืองหน้าด่านใหญ่แห่งหนึ่งของการขึ้นรถไฟไปสู่ลาซาเมืองหลวงของทิเบต  ขึ้นรถไฟที่นี่ใช้เวลา 2 วัน 2 คืน นั่งและนอนกันเต็มอิ่มเต็มคราบไปเลย หลายคนบอกว่านานไปน่าเบื่อ และวันแรกวิวก็งั้นๆ แต่สำหรับฉันและเพื่อนๆ ต่างลงความเห็นว่า ไม่น่าพลาดเพราะมีความสวยทั้งสองวัน เราต่างนั่งชมวิวระหว่างทางตามเส้นทางที่รถไฟวิ่งผ่านทั้ง 2 วันอย่างไม่เบื่อหน่าย ทั้งวิวที่สวยงาม และเพื่อนต่างชาติ ต่างภาษาที่ยิ้มแย้มและเป็นมิตรกับพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นชาวจีน ทิเบต หรือแม้แต่พนักงานบนรถไฟ
ฉันแทบไม่เชื่อสายตาว่า จะได้เจอกับลาซาอย่างในแบบที่เห็นหลังจากผ่านเวลา 2 วัน 2 คืนบนรถไฟ  ผ่านทิวเขาสูงใหญ่ ทะเลสาบ อุโมงค์รถไฟที่ยาวเหยียดหลายอุโมงค์ เทือกเขาหลากหลายลูก เขาสูงใหญ่แห้งแล้ง ทุ่งเลี้ยงสัตว์หลากหลาย และหมู่บ้านเล็กๆ เป็นระยะๆ  ลาซาเป็นเมืองใหญ่ทันสมัยตึกอาคารมากมาย ถนนแต่ละสายมี 6-8 เลน พื้นดินหินกรวดแทบจะไม่ได้เห็นนอกจากพื้นซีเมนต์ที่ได้รับการปูจนทั่วทั้งเมือง ตัดกับเมืองทันสมัย เป็นภูเขาสูงใหญ่ที่ยังโอบรอบเมืองลาซา เหมือนให้พ้นจากการติดต่อกับโลกภายนอก
เราเที่ยวในลาซากัน 2 วันเต็มๆ เพื่อชมวังโปตาลา วัดโจคัง วัดเดรปรุง วัดเซรา และตลาดในเมืองลาซา ทั้งย่านทันสมัย และตลาดเก่าที่บาคอร์ จากนั้นเดินทางไปบนถนนสาย Friendship highway ผ่านเมือง Gyantse – Shigatse ไปจนถึง EBC (Everest Base Camp) จากนั้นเดินทางต่อไปยังชายแดนจีน-เนปาล ที่เมืองจางมู่ เพื่อมุ่งหน้าสู่กาฎมัณฑุ เมืองหลวงของเนปาล และเที่ยวในกาฎมัณฑุอีก 3 วัน 3 คืน รวมทั้งไม่พลาดนั่ง mountain flight เพื่อชมเทือกเขาหิมาลัยในฝั่งเนปาล ทั้งหมดใช้เวลาเดินทาง 13 วัน 12 คืน ตั้งแต่วันที่ 6/4/2011-18/4/2011
การเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้ได้พบและสัมผัสชีวิตของชาวทิเบต ที่แม้บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ชีวิตก็ยังคงมีความเชื่อและ มุ่งเน้นการปฏิบัติตามหลักการพุทธศาสนาแบบทิเบต บ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในเมืองหลวง นำมาซึ่งความสะดวกสบาย แต่ก็เกิดความไม่เท่าเทียมกันอย่างมากมายในสังคมทิเบตและชาวจีน เมื่อได้ออกไปนอกเมืองระหว่างทาง ยังคงได้เห็นการเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช ทำฟาร์ม การเกษตรแบบง่ายๆ วิวทิวทัศน์ที่งดงามจากธรรมชาติ จนถึงการแข่งขันและความพยายามทัดเทียมและเอาชนะทิวเขาสูงใหญ่ด้วยถนนที่ตัดวกวนอย่างเหมือนไม่รู้จบอย่างดีขึ้นสู่ยอดเขาสูง

ภาพชีวิตผู้คนเหมือนย้อนหลังไปหลายสิบปี ชาวบ้านยังคงขี่ม้า เทียมเกวียน กลุ่มบ้านเล็กๆ ข้างเขาใหญ่ และวัดในหมู่บ้านบนเขาสูง ให้เห็นภาพชีวิตที่แสนงดงาม เรียบง่าย
อากาศที่แห้ง หนาวเหน็บ ลมพัดแรงจนแทบจะเป็นไข้ เจ็บจนหูแทบขาด แต่ทิเบตที่เราไปเยือนก็ยังคงงดงามและน่าประทับใจ เพราะทิวเขาหิมะที่ห้อมล้อม และแสงแดดอุ่นๆ ในยามกลางวันระหว่างทางก็เหมือนของขวัญที่อบอุ่นจากที่ราบสูงบนหลังคาโลกแห่งนี้

จากทิเบตเรามุ่งหน้าสู่กาฎมัณฑุเมืองหลวงของประเทศที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์อย่างเนปาล อากาศเย็นแห้งเปลี่ยนไปสู่ความชุ่มชื้น หน้าตาตี๋แบบจีนไปสู่หน้าตาแบบแขกๆ สีสันรอบข้างถูกเร่งเร้าให้จี๊ดจ๊าดยิ่งขึ้น สองประเทศที่ใกล้ๆกันแต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป เหมือนหมุนคลื่นวิทยุไปฟังดนตรีอีกแนว แต่แนวนี้ก็มีสีสันจนทำให้ฉันต้องมีเยือนเป็นครั้งที่สองหลังจากผ่านไป 8 ปี แต่ทุกอย่างก็ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไป นอกจากถนนเส้นเดียวที่ญี่ปุ่นมาร่วมสร้างให้ ที่ทันสมัยขึ้น นอกนั้นผู้คน บ้านเรือน เหมือนเดิม เหมือนเดิมจนน่าตกใจ

มาทิเบตมีไฟใช้จนเหลือเฟือแต่เข้าเน็ตยากเย็นเข็ญใจเพราะ facebook,twitter ถูกล็อค พอมาถึงเนปาลไม่มีใครล็อกเน็ต แต่ดั๊นมีปัญหาเรื่องไฟใช้ ชาร์ตแบตไม่พอใช้ ทุกอย่างไม่มีอะไรพอดี แต่ก็ทำให้เป็นความทรงจำที่จำได้ง่ายขึ้น

[nggallery id=1]

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: