Lunar Travel WorldA Legend of Travel

รัสเซีย รถไฟและไบคาล : นั่งรถไฟไป Port baikal บนทางรถไฟ Circumbaikal [Ep.7]

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

เส้นทางการเดินทางไป Port Baikal แบบอ้อมโลก

อ่านข้อมูลมาคร่าวๆว่าถ้าอยากนั่งรถไฟสาย Circumbaikal ต้องขึ้นรถไฟที่ Sludyanka ก่อนบ่ายโมง เพื่อไปถึง Port Baikal ไม่เกิน 17.30น.จะได้ต่อเรือเฟอรี่กลับไป Listvyanka ได้ภายในวันเดียว

นั่งรถไฟจาก Irkutsk – Sludyanka

ได้ตั๋วรถไฟ Irkutsk- Sludyanka ราคา 90rb. รถไฟออกตอน 9.20 ถึง Sludyanka ประมาณบ่ายโมงชนิดที่ต่องลุ้นว่าจะทันไปขึ้นสาย Matanya เพื่อไป Port Baikal รึป่าว

ฉันวิ่งเข้าไปซื้อตั๋วในสถานีรถไฟ ซื้อเสร็จพนักงานก็ชี้ไปที่รถไฟที่จอดรออยู่แล้วด้านหน้าและกำลังจะออกในอีก 10-15 นาทีข้างหน้า ตั๋วLocal train มักจะไม่ระบุเวลาถึงปลายทางว่ากี่โมง งานนี้ก็เลยลุ้นกันต่อว่าจะไปขึ้นเฟอรี่เที่ยวสุดท้ายไป Listvyanka ทันรึป่าวอีกครั้ง บนขบวนรถไฟมีคนโดยสารไม่ถึง 10 คน ฉันเล็งๆแล้วน่าจะมีนักท่องเที่ยวอยู่่ 4 คน คือฉัน เด็กหนุ่มเกาหลี 2 คน และคนจีนที่ฉันเจอที่เกาะ Olkhon เมื่อวันก่อน

มีแค่ตู้เดียว ยังโล่งขนาดนี้ วันนี้มีนักท่องเที่ยวไป Circumbaikal แค่ 4 คน
สาย Matanya ที่วิ่งบนเส้นทาง Circumbaikal ระยะทาง 84 กม.

ขบวนที่เดินทางบนสาย Circumbaikal มีชื่อเฉพาะว่า “Matanya” แปลว่า ขนส่ง ขบวนนี้เป็นสายเล็กๆมีแค่หัวขบวนแบบรถจักรไอน้ำ ลากตู้แค่ 1 ตู้ ส่วนใหญ่ใช้ขนของ หรือสินค้าไปส่งตามเมืองเล็กๆที่มีคนอาศัยไม่กี่ครัวเรือน ผู้โดยสารท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวก็มีไม่มาก แต่
ช่วงไฮซีซั่นจะมีบริษัททัวร์จัดทัวร์นำเที่ยวเส้นทางรถไฟมีไกด์ อาหารพร้อม สามารถจองได้จากบริษัทร์ทัวร์ในเอียร์คุสต์ราคาค่อนข้างสูงมาก
บน รถไฟมีฉันและผู้โดยสารอีกไม่ถึงสิบคน จนท.ผู้หญิงตรวจตั๋วที่มาจากรถไฟขบวนที่แล้วกับฉัน เธอมาทำหน้าที่ต่อที่ขบวนนี้
รถไฟจอดทุกสถานีเพื่อรับส่งผู้โดยสาร ส่งของ เกือบ 30 สถานี ในระยะ 84 กม.

นอกจากนักท่องเที่ยวแบบเรา ที่นี่ก็เป็นที่นิยมสำหรับการมาตั้งแคมป์ เดินเทรคสั้นๆ
วิวทะเลสาบไบคาลจากบนรถไฟ
ระหว่างทางขุดเจาะอุโมงค์เพื่อเป็นเส้นทางรถไฟ บางอุโมงค์ยาวเป็นกิโล
หมู่บ้านเล็กๆริมทะเลสาบ บางแห่งเก่าผุพัง ดูเหมือนไม่มีใครอาศัยอยู่แล้ว

รถไฟลอดอุโมงค์ยาวหลายแห่ง บางครั้งก็ข้ามสะพานเหล็ก ตลอดเส้นทางสามารถมองเห็นวิวสวยงามของทะเลสาบแบบเปิดโล่ง ฉันว่าการนั่งรถไฟสายนี้เป็นเหมือนการนอนเอกเขนกบนเก้าอี้หาดทรายชมความงามของท้องทะเล รัสเซียจัดการปรับแต่งภูเขาหินผาแข็งแกร่งด้วยความก้าวหน้าทางวิศวกรรม และแรงงานคนมหาศาล
จากนั้นวางรางรถไฟลงไป เพื่อเราจะได้เดินทางไปพร้อมๆกับชื่นชมธรรมชาติระหว่างทางที่รถไฟเลียบไปตามไหล่เขาขนานไปกับชายฝั่งทะเลสาบไบคาลสีน้ำเงินเข้ม

มุมสวยๆน่าลงไปเดินเล่นริมทะเล แต่ก็ได้แต่ยืนมองจากบนรถไฟที่จอดรับ ส่งผู้โดยสาร

รถไฟมาถึงสถานีสุดท้ายที่ Port Baikal ประมาณ 17.30 น. ฉันรีบวิ่งลงจากรถไฟ เพื่อจะไปหาเรือข้ามฟากไปเมือง Listvyanka ซึ่งอยู่ตรงข้ามฝั่งกับที่นี่
แต่…ไม่มีวี่แววของเรือเฟอรี่ที่จะพาเราข้ามไปยัง Listvyanka นอกจากเรือเร็วลำเล็กที่เพิ่งแล่นออกจากท่าเรือไม้เล็กๆไป


หนุ่มจีนถือกระดาษ A4 พร้อมกับคำภาษารัสเซียว่า Listvyanka ที่จริงฉันก็ว่าจะให้ที่พักเมื่อเช้าเขียนชื่อเมืองภาษารัสเซียอย่างนี้ให้ฉันในสมุดพกเล็กๆของฉันเช่นกัน แต่ออกมาเช้าก็เลยไม่ทันได้เจอใคร ฉันแอบขำป้ายของเฮียแล้วเดินเข้าไปหา เพราะเห็นว่าเรามีเป้าหมายปลายทางเดียวกัน
ป้าชาวรัสเซียเห็นคนแปลกหน้า 2 คนยืนเหรอหราอยู่ริมทะเลตอนใกล้ค่ำ เข้ามาทัก แม้จะคุยกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่ป้าก็เข้าใจว่าเราอยากไปเมืองฝั่งตรงข้ามนั่น และพยายามบอกตามที่ฉันเข้าใจว่า ตอนนี้ไม่มีเรือแล้ว แต่เฮียก็ยังพยายามที่จะไปให้ได้ เพราะแกกลัวว่าพรุ่งนี้จะกลับไปขึ้นรถไฟต่อไม่ทันในตอนเย็น
เฮียแกเกือบจะโดดขึ้นรถเก่าๆของลุงชาวบ้านคนหนึ่งที่ขับผ่านมา ขอค่าไปส่ง 3000rb. ฉันปฏิเสธไม่ไปเพราะเห็นว่าตัวเองยังพอมีเวลา แม้ว่าตอนนั้นจะยังหาที่พักไม่ได้ แต่ก็คิดว่าอย่างมากก็นอนที่สถานีรถไฟ เส้นทางที่ลุงจะไปส่งก็ต้องอ้อมเข้าเอียร์คุสต์แล้วค่อยลงมา Listvyanka ก็คือทางเดิมที่รถไฟวิ่งเข้ามานี่แหละ แล้วอ้อมต่อไป Listvyanka แล้วฉันจะไปเพื่อ….กลับไปที่เดิม โอย มึน เลยแยกออกมา
หาที่นอนแถวนี้ดีกว่า เฮียอยากไปไหนก็ไปเหอะ

ป้าสองคนยังคงรออยู่ เป็นเพื่อนฉันไปส่งที่สถานีใกล้ๆ เฮียเปลี่ยนใจเดินตามมาด้วย
ที่สถานีรถไฟมีบริการที่พักด้วย และพี่สาวจนท. ตรวจตั๋วตอนนี้ผันตัวเองมาเป็นพนักงานประจำโรงแรมอีกตำแหน่ง 😳
ป้าทั้งสองส่งฉันแล้วก็ออกไป ทิ้งให้ฉันและเฮียเจรจาเรื่องห้องพักกันต่อ เพิ่งเห็นว่าไอ้น้องเกาหลี 2 คน นั่งอยู่ใกล้ๆ ฉันเข้าไปคุยถามไถ่ ปรากฎว่าคนนึงพูดได้แต่ภาษาเกาหลี อีกคนพูดรัสเซียได้คล่อง แต่อังกฤษได้นิดหน่อย เออ โลกมันก็แปลกๆดี ใช่ว่าคนเกาหลีจะต้องนิยมอเมริกันกันไปหมดนะ ที่จริงแล้วเกาหลีก็ใกล้รัสเซียกว่าด้วย มาเปิดแผนที่ดูเค้ามีเรือเฟอรี่จากเกาหลีมารัสเซียเข้าเมืองวลาดิวอสตอก แล้วต่อรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียเที่ยวต่อยุโรปชนิดที่ไม่ต้องนั่งเครื่องบินเลยด้วย หนุ่มเกาหลีพยายามช่วยเป็นล่ามจนทำให้เราได้ที่พักในคืนนั้น
และมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า เรือเฟอรี่เที่ยวแรกที่จะออกจากท่าพรุ่งนี้เช้าตอน 10.45 น. ซึ่งเฟอรี่ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจากท่าเรือนี้ถึงเมือง Listvyanka จากนั้นสามารถหารถเข้าเอียร์คุสต์ไดั น่าจะไปถึงประมาณบ่ายๆ แต่ข้อมูลนี้ยังไม่อาจทำให้เฮียคลายความกังวัลได้เท่าใดนัก เมื่อดูจากสีหน้าของเฮีย


เช้าวันต่อมาที่ Port Baikal ฉันมีเวลาเดินเล่นรอบๆ จึงได้พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจของ Port Baikal ว่าสถานีรถไฟเก่าแก่นี้เคยคึกคักเป็นสถานีสำคัญในประวัติศาสตร์การรถไฟของรัสเซีย เส้นทางรถไฟทั้งจากตะวันออก และตะวันตกของรัสเซียสร้างเสร็จแล้วแต่มาบรรจบและมีปัญหาใหญ่ที่เมืองเอียร์คุสต์ (Irkutsk) เนื่องจากทะเลสาบไบคาลขวางกั้นทางเดินรถไฟ ปัญหาเกิดจากความยากลำบากในการสร้างทางรถไฟที่มีเขาขวางกั้น และเหตุผลทางการเมืองที่ไม่อยากให้ทางรถไฟเป็นเส้นทางที่ศัตรูเช่นญี่ปุ่น หรือเกาหลี สามารถบุกเข้าไปยังผั่งตะวันตก หรือเมืองหลวงทางมอสโกได้ง่ายเกินไป เพราะอยู่ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 รวมทั้งปัญหาภายในของรัสเซียก็ไม่สงบนัก อีกทั้งฝั่งทางนี้ก็เป็นถิ่นของนักโทษการเมืองที่ถูกเนรเทศมายังไซบีเรียมากมาย

แต่เพื่อให้การเดินทางมีความต่อเนื่องและแนวความคิดที่ยิ่งใหญ่ของการสร้างเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียเกิดขึ้นให้ได้ จึงใช้เรือเฟอรี่เพื่อขนถ่ายขบวนรถไฟกันที่ท่าเรือ Port Baikal แห่งนี้ ช่วงปี 1900-1904 สถานีนี้ใช้เพื่อขนถ่ายรถไฟเพื่อขึ้นเรือ Train ferry โดยเอาตัวรถไฟขึ้นบนเรือลำใหญ่ที่สามารถตัดน้ำแข็งในทะเลสาบ Icebreaker-ferry ชื่อเรือ “Baikal” ส่วนผู้โดยสาร และสินค้าก็ลงจากรถไฟแล้วนำขึ้นเรือลำเล็ก Icebreaker-ferry ชื่อ”Angara” เพื่อไปส่งยังเมืองฝั่งตรงข้ามของ Port Baikal ที่ท่าเรือ Mysovaya หรือเมือง Babushkin ในปัจจุบัน แต่ในช่วงหน้าหนาวปี1903-1904 เกิดอากาศที่หนาวจัดทะเลสาบเป็นน้ำแข็งและแข็งเกินกว่าจะใช้เรือเฟอรี่ Icebreaker จึงได้ใช้วิธีวางรางไปบนน้ำแข็งแล้วใช้สัตว์มาลากตู้รถไฟบนรางอีกที ฉันยืนมองดูทะเลสาบไบคาลที่กว้างใหญ่ตรงหน้า มองเห็นรถไฟขบวนยาว กับความพยายามของคนที่จะเอาชนะอุปสรรคจากธรรมชาติเพื่อการเดินหน้า เดินทางสู่จุดหมายปลายทางแล้วอดทึ่งไม่ได้จริงๆ

ในที่สุดความพยายามเพื่อสิ่งที่ดีกว่า สะดวกกว่าไม่เคยหยุดนิ่ง เมื่อการรถไฟของรัสเซียลงทุนตัดเส้นทาง เจาะภูเขา สร้างสะพาน ลัดเลาะริมชายฝั่งทะเลสาบเพื่ออ้อมไปยังเมือง Mysovaya แทน โดยใช้เส้นทางรถไฟที่เรียกว่าสาย Circumbaikal แทนการใช้ train ferry ถึงอย่างนั้นสถานี Port Baikal ก็ยังคงเป็นสถานีสำคัญของสาย Trans-Siberia ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสถานีสำคัญของ “golden buckle on the steel belt of Russia” ซึ่งมี4สถานีใหญ่บนเส้นทาง Circumbaikal คือ Port baikal – Maritui – Kultuk – Sludyanka

แต่ Port Baikal ก็ต้องถูกปิดตัวลงเมื่อมีการสร้างเขื่อน Irkutsk ทำให้เกิดน้ำเอ่อท่วมเส้นทางรถไฟจาก Irkutsk – Port Baikal การรถไฟตัดเส้นทางสายใหม่เพื่อเชื่อมเส้นทางรถไฟเก่า โดยอ้อมออกจาก Irkutsk ข้ามเขาไปยังเมือง Sludyanka แล้วค่อย เพื่อมุ่งหน้าไปยัง Mysovaya แทน ส่งผลให้เศรษฐกิจการค้า ที่ Port Baikal ซบเซา ผู้คนมากมายเริ่มย้ายออกไป บางส่วนย้ายไปยังเมือง Listvyanka  ฝั่งตรงข้าม  ที่นี่ลดฐานะเป็นเพียงโรงซ่อม ที่จอดรถไฟขบวนท้องถิ่น ปัจจุบันนี้พยายามพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวควบคู่ไปกับเส้นทาง Circumbaikal โดยในสถานีมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับการรถไฟโดยเฉพาะเรื่องราวของเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียนี้

ท่าเรือข้ามฟากใกล้ๆสถานีรถไฟ
บ้านเก่าใช้ไม้ในการสร้างสไตล์ไซบีเรีย ดูเหมือนถูกทิ้งร้าง แต่ยังมีคนพักอาศัยอยู่ รอบๆปลูกดอกไม้เล็ก
ที่พักของเราที่ Port Baikal

ฉันเดินมาสำรวจดูจุดที่จะต้องขึ้นเรือไป Listvyanka เพื่อป้องกันความผิดพลาด เห็นเฮียยืนรออยู่ที่ท่าเรือพร้อมกระเป๋าและป้าย ตั้งแต่แปดโมงเช้า ส่วนฉันยังไม่ได้เก็บของเพราะเห็นว่าเรือออกเวลา 10.45 น. เดินใจเย็นสำรวจ และถ่ายรูปรอบๆอีกพักใหญ่ กลับไปนั่งจิบกาแฟที่ร้านอาหารในสถานี ออกมารอขึ้นเรือเมื่อเห็นใกล้จะได้เวลา ฉันเดินมารอที่ท่าเรือ ปรากฎว่า เรือเฟอรี่หายไปแล้ว เฮียก็ไม่อยู่ด้วย
…ตายแล้ว ตกเรืออีกรอบเหรอเนี่ย 😓 นึกโมโหตาเฮียนั่นก็ไม่ยอมมาเรียกกันเล้ย

ฉันยืนกระสับกระส่ายสับสน พยายามจะถามคนแถวๆนั้น แต่ก็คุยกันไม่เข้าใจ อีกพักฉันก็เห็นเรือเฟอรี่แล่นเข้ามาที่ท่า พร้อมกับเฮียที่ยืนบนหัวเรือ 😂😂😂

….กลับมาแล้ว ฉันยังไม่ตกเรือ

พอเรือเข้ามาจอดใกล้ๆ ทีนี้ไม่รู้ทั้งรถ ทั้งคนมาจากไหนเดินเรียงแถวมาขึ้นเรือเยอะแยะไปหมด ค่าเรือจ่ายบนเรือ มีพนักงานมาเดินเก็บ ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที เรือก็มาจอดที่ท่าเรือห่างจากเมือง Listvyanka ประมาณ 2กม. กลิ่นน้ำมันและควันบนเรือทำเอาฉันแทบเมาเรือ โชคดีที่นั่งไม่ไกลมาก

ฉันและเฮียเดินลงมาด้วยกัน พอดีกลับที่ฉันเห็นรถตู้มีป้ายติดชื่อเมืองเอียร์คุสต์ในภาษารัสเซีย เลยชี้ให้เฮียขึ้นรถคันนี้ไป เฮียยังไม่เชื่อฉัน คว้ากระดาษ A4 ใบใหม่ที่เขียนชื่อ” เอียร์คุสต์” ในภาษารัสเซียจากกระเป๋าแกมาสอบถามยืนยันกับคนขับอีกที

คาดว่าในกระเป๋าคงมีแบบนี้หลายใบ (เก็บไว้เป็นไอเดียเวลาเที่ยวต่างบ้านต่างภาษาแบบนี้มั่ง) ภาษาไม่ใช่อุปสรรคในการเดินทางจริงๆ อย่างน้อยเฮียก็ช่วยยืนยันกับฉันอีกครั้ง

เราแยกจากกันตรงนี้

ส่วนฉันเดินมุ่งหน้าต่อไปยังเมือง Listvyanka

Listvyanka

ค่าใช้จ่ายเดินทาง

  • รถไฟจาก Irkutsk- Sludyanka 90rb.
  • รถไฟสาย Matanta จาก Sludyanka- Port baikal 74 rb.
  • ห้องพักที่สถานีรถไฟ Port Baikal 400 rb
  • ค่าเรือเฟอรี่จาก Port baikal – Listvyanka 50 – 60rb. (ลืมจด แต่คิดว่าอยู่ประมาณนี้)
  • ค่ารถจาก Listvyanka- Irkutsk 120 rb.

ข้อมูลเพิ่มเติม

ถ้าจะข้ามเรือเฟอรี่ไป Listvyanka ในวันเดียวกัน ต้องลุ้นให้รถไฟมาถึงก่อน 17.00น. เพราะเรือจะออกเวลา 17.15น.

แต่ฉันแนะนำให้วางแผนพักที่ Port baikal 1 คืนแบบฉัน แล้วเดินเล่นชมวิวใกล้ๆสูดอากาศดีๆ มีมุมสวยๆ ให้เดินเล่น ถ่ายรูป น่าสนใจมากๆโดยเฉพาะในยามเช้าแบบที่ฉันโชคดีได้สัมผัส

บางคนอาจนั่งรถจากเอียร์คุสต์มาListvyanka แล้วค่อยต่อเฟอรี่มาที่นี่ แต่ฉันว่าอากาศคงไม่ดีเท่าช่วงเช้า

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: