Lunar Travel WorldA Legend of Travel
Home » Blog » Asia » จากปราสาทนครหลวง สู่วัดนครหลวง ไหว้พระพุทธบาทสี่รอย

จากปราสาทนครหลวง สู่วัดนครหลวง ไหว้พระพุทธบาทสี่รอย

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

ก่อนจะมาถึงปราสาทนครหลวง เราเข้าไปชมและกราบไหว้พระพุทธรูปปางถวายพระเพลิงที่วัดกลาง ชมตำหนักที่ประทับ และเจดีย์อุโบสถวัดใหม่ประชุมพล แต่ละแห่งมีร่องรอยและลวดลายให้เห็นความเก่าแก่ ประวัติที่สร้างถูกเขียนไว้ให้อ่านสั้นๆ พอเป็นความรู้ให้ทราบที่มาที่ไป ร่องรอยหลายอย่างของเมืองเก่าอยุธยาเหลือเพียงซากปรักหักพัง กองหินเตี้ยๆ แต่ฉันกลับต้องใช้คำว่าตกตะลึงทีเดียวเมื่อจอดรถและเดินเข้าไปชมปราสาทโบราณแห่งหนึ่งในบริเวณใกล้ๆ

บริเวณวัด ต้นไม้ และร้านรวงที่เรียงเป็นแถวบดบังความสง่างามของปราสาทใหญ่ ที่ป้ายซึ่งติดอยู่ใกล้ๆ บอกว่าสร้างโดยถ่ายแบบจากปราสาทเมืองพระนคร เมื่อปี พ.ศ. 2174 หรือปี ค.ศ. 1631 ซึ่งทำให้ฉันซึ่งเพิ่งมาเป็นครั้งแรกต้องร้อง “โอ้โห” เพราะไม่คาดคิดว่าปราสาทโบราณที่เหลืออยู่จะคงสภาพได้เป็นหลัง และสง่างามเช่นนี้

cr.อาจารย์ไก่

เพราะข่าวการพบรอยพระพุทธบาท แขวงเมืองสระบุรีตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรม ทำให้พระมหากษัตริย์แทบทุกพระองค์ทรงถือเป็นพระราชกรณียกิจที่จำเป็นและสำคัญในการเสด็จไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โดยเสด็จทางเรือจากท่าเทียบเรือพระราชวังหลวง หรือท่าวาสุกรีไปตามแม่น้ำป่าสักจนถึงท่าเจ้าสนุก จากนั้นเสด็จต่อโดยขบวนช้างเพื่อไปยังรอยพระพุทธบาท เดิมขบวนเรือเสด็จจะหยุดพักผ่อนและเสวยพระกระยาหารกลางวันตรงบริเวณลำน้ำป่าสักตัดกับแม่น้ำลพบุรีซึ่งอยู่บริเวณวัดใหม่ประชุมพล จากนั้นจึงเคลื่อนขบวนต่อไปพักผ่อนยังท่าเจ้าสนุกแล้ววันรุ่งขึ้นจึงเคลื่อนขบวนต่อไปทางบก แต่สมัยพระเจ้าปราสาททองให้เลื่อนไปหยุดการเดินทางช่วงแรกที่บริเวณริมน้ำวัดเทพจันทร์ ห่างจากวัดใหม่ประชุมพลเล็กน้อย จนปี ค.ศ. 1631 โปรดให้ช่างไปถ่ายแบบปราสาทนครหลวงในเขมร มาสร้างขึ้นไว้ที่สถานที่แห่งนี้ แล้วให้ชื่อว่า “พระนครหลวง” ตามชื่อที่ไปถ่ายแบบมา ซึ่งนักโบราณคดีเชื่อว่าปราสาทที่ไปเลียนแบบมานั้นอาจเป็นปราสาทนครวัด เนื่องจากพระเจ้าปราสาททอง ทรงนิยมสถาปัตยกรรมแบบเขมร ดังจะเห็นได้จากวัดและปราสาทหลายหลังที่สร้างในสมัยของพระองค์เช่น วัดไชยวัฒนาราม พระปรางค์วัดมหาธาตุ

ปราสาทเป็นอาคารก่ออิฐสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 3 ชั้น มีพระปรางค์อยู่ตรงหัวมุมทุกมุม มีทางเดินระเบียงคดซึ่งเชื่อมถึงกัน ก่อผนังด้านนอกตัน แต่ด้านในทำเป็นช่องหน้าต่างปลอมแบบเสาลูกมะหวดคล้ายศิลปะที่นิยมทำกันในเขมร หลังคาทรงจั่วมุงกระเบื้องดินเผาแบบลอนโค้ง ภายในระเบียงมีฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปนั่งหันพระพักตร์สู่องค์ปรางค์ประธานทุกด้านทุกชั้น มีประตูทางเข้าขึ้นปราสาท รวมทั้งสิ้น 30 ประตู

มีหลักฐานหลายประการเช่นการฉาบปูนที่ผนังปรางค์และระเบียงเพียงการรองพื้นบางๆ ยังไม่ได้ตกแต่ง จึงเชื่อว่าปราสาทนี้ยังสร้างไม่เสร็จ ส่วนตัวปรางค์กลางนั้นน่าจะยังไม่ได้ก่อขึ้น และก็ไม่ปรากฎร่องรอยการแต่งเติมเสริมต่อใดๆจนสิ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา

จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 1809 นายปิ่น หรือตาปะขาวปิ่นได้สร้างพระพุทธบาทสี่รอย และอุโบสถเพิ่มเติมขึ้นบริเวณลานชั้นบน พร้อมทั้งขอยกสถานที่นี้ให้เป็นวัด ชาวบ้านเรียกสั้นๆว่า “วัดนคร”

การบูชาพระบาทสี่รอยเป็นคตินิยมของชาวพุทธฝ่ายมหายานซึ่งแพร่หลายในอาณาจักรสุโขทัย และอาณาจักรพุกาม เพื่อรำลึกถึงพระพุทธเจ้าที่ล่วงมาแล้ว 4 พระองค์ คือ พระกกุกสันโธ พระโกนาคม พระกัสสป และพระสมณโคดม ซึ่งว่ากันว่า ตาปะขาวปิ่นคงไปได้แบบอย่างพระบาทสี่รอยนี้มาจากครั้งไปเมืองพม่า

ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระปลัดปลื้ม วัดจักรวรรดิราชาวาส ได้ขออนุญาติกระทรวงธรรมการรื้ออุโบสถเดิมแล้วสร้างใหม่เป็นมณฑปจัตุรมุข เปลี่ยนจากพระปรางค์เป็นทรงมณฑป ซ่อมแซมสิ่งชำรุดอีกหลายอย่างโดยมุ่งการใช้สอยขณะนั้นเป็นหลัก ไม่ได้คำนึงถึงแบบแปลนผังเดิม ผลที่ปรากฎจึงเป็นภาพความขัดแย้งระหว่างของเเก่าและของใหม่ที่มองเห็นอยู่ตั้งแต่รูปแบบราวบันไดไปจนถึงส่วนยอด

หากนึกภาพในอดีตเมื่อขบวนเสด็จของพระเจ้าปราสาททองมาถึง เส้นทางเดินที่ทอดไปยังปราสาทจากริมแม่น้ำป่าสักน่าจะมีความสวย สง่างามไม่ต่างจากปราสาทนครวัด น่าเสียดายที่ปัจจุบันเส้นทางสู่ปราสาทถูกบดบังด้วยความความเจริญ ถนนหนทาง โรงสีข้าว และที่ทำกิจต่างของวัดที่ชาวบ้านเข้ามาทำบุญ แต่ที่น่าเสียดายยิ่งกว่าคือตัวปราสาทแห่งนี้ได้ถูกทอดทิ้งเสมอมาตั้งแต่สิ้นยุคของพระเจ้าปราสาททอง แม้ต่อมาจะได้รับการบำรุงปรับเปลี่ยนเป็นวัดเพื่อให้ชาวบ้านเข้ากราบบูชาพระพุทธบาทสี่รอย ปราสาทนี้ก็ยังเป็นที่รู้จักกันน้อยเหลือเกินทั้งที่มีความสมบูรณ์มากกว่าซากปรักหักพังในกรุงเก่า

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.