Lunar Travel WorldA Legend of Travel

ล่องแม่น้ำอิระวดีและเที่ยวเมืองมินกุน (Irrawaddy River and Mingun)

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

แม่น้ำอิระวดีเป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดของพม่า มีต้นกำเนิดมาจากภูเขาในรัฐกะฉิ่น ทางตอนเหนือสุดของพม่าไหลผ่านใจกลางประเทศไปออกสู่ทะเลอันดามันใกล้เมืองย่างกุ้ง ระยะทางรวม 2,170 กิโลเมตร  เป็นเส้นทางสัญจรระหว่างเมืองที่มีความสำคัญ นักท่องเที่ยวบางคนนิยมล่องเรือจากพุกาม-มัณฑะเลย์ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ได้ชมทิวทัศน์ระหว่างทางที่งดงาม ชมบ้านกึ่งแพของชาวประมงพม่า

แต่ถ้าระยะทางนั้นไกลและใช้เวลานานเกินไปก็มีจุดล่องเรือชมความงามของแม่น้ำอิระวดี ที่ได้รับความนิยมและยังถือโอกาสไปเที่ยวชมเมืองมินกุน อันเป็นส่วนหนึ่งของเขตสะกาย ที่มันกุนมีเจดีย์ใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าปดุง คือเจดีย์มินกุน หรือเจดีย์ Pathowdowgyi และเจดีย์ชินพิวเม (Hsinbyume หรือ Mya Thein Tan Pagoda) เจดีย์แห่งความรักของพระเจ้าบายีดอ  อันควรค่าแก่การไปเที่ยวชม ใช้เวลาล่องเรือ 1 ชั่วโมง รวมเวลาเที่ยวแล้วล่องกลับใช้เวลาทั้งหมดประมาณสี่ชั่วโมงครึ่ง

นอกจากเมืองมินกุนแล้ว มัณฑะเลย์ยังมีสถานที่เที่ยวน่าสนใจ ที่สวยงามอีกหลายแห่ง ดูแผนการเดินทางท่องเที่ยวมัณฑะเลย์ของฉันได้ที่นี่ เที่ยวมัณฑะเลย์ ย้อนรอยความรุ่งเรืองของพม่า

วิธีการเดินทางไปมินกุน จากเมืองมัณฑะเลย์

มินกุนเป็นหมู่บ้านเล็กๆในเขตสะกาย มีวิธีไปได้ 2 ทางคือทางรถซึ่งต้องวนไปอ้อมขึ้นสะพานใกล้ๆเมืองสะกาย แล้วขับวกขึ้นไปที่หมู่บ้านมินกุนที่อยู่ทางเหนือ อีกวิธีคือการนั่งเรือข้ามแม่น้ำอิระวดี เนื่องจากมินกุนนั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเมืองมัณฑะเลย์ ใข้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง พอๆกัน ขึ้นอยู่กับความสะดวก แต่การนั่งเรือเป็นวิธีที่ค่าใช้จ่ายถูกกว่าสำหรับการเดินทาง 1-2 คน หรือคนที่ชอบและอยากล่องเรือเพื่อเที่ยวชมชีวิตสองฝั่งแม่น้ำสายใหญ่อิระวดี

ไปมินกุนทางเรือ

เรือสำหรับไปส่งนักท่องเที่ยวที่มินกุนมีเพียงวันละ 1 รอบ ออกเวลา 9.00 น. ราคาค่าเรือ ไป-กลับ 5,000 จ๊าด ราคานี้รวมค่าเรือรับกลับ โดยต้องกลับมาขึ้นเรือที่ท่าเรือที่ไปส่งเวลา 12.30 น. ถ้ากลับมาช้าอาจต้องจ่ายตั๋วซื้อค่าโดยสารใหม่อีก 5,000 จ๊าดจากทางฝั่งมินกุน

Note : อย่าลืมนำพาสปอร์ตไปด้วย ตอนซื้อตั๋วต้องโชว์พาสปอร์ต และแจ้งชื่อที่พักในมัณฑะเลย์ให้พนักงานบันทึกไว้ในสมุดด้วย

ในช่วงหน้าฝน หรือ low season หรือถ้ามีผู้โดยสารน้อย เรือจะออกเมื่อมีผู้โดยสารอย่างน้อย 6 คน ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องเหมาเรือออกไปในราคาประมาณ 30,000 จ๊าด ดังนั้นถ้ามาหลายคนแล้วอยากนั่งเรือส่วนตัวก็สามารถติดต่อเหมาเรือเฉพาะกลุ่มของตัวเอง ซึ่งออกเวลาไหนก็ได้ตามที่เราสะดวก แล้วนัดเวลากลับไว้กับคนขับเรือ

รอขึ้นเรือที่ท่าเรือ Mingun Jetty

ไปมินกุนทางรถ

สามารถเหมาแท็กซี่ หรือสามล้อเครื่องเพื่อเดินทางไปมินกุน ซึ่งต้องวนไปอ้อมขึ้นสะพานใกล้ๆเมืองสะกาย แล้วขับวกขึ้นไปที่หมู่บ้านมินกุนที่อยู่ทางเหนือ วิธีการนี้อาจจะเหมาทั้งวัน โดยให้แท็กซี่พาเที่ยวระหว่างทางซึ่งจะผ่านสะพานอูเบ็ง เมืองสะกาย อังวะ หรือกลับมาเพื่อพาเที่ยวในตัวเมืองมัณฑะเลย์ตามแต่โปรแกรมที่ต้องการเที่ยว ค่าเหมารถสามล้อเครื่อง ที่ฉันใช้บริการอยู่ที่วันละ 30,000 -35,000 จ๊าด ตามแต่เส้นทางและเวลาที่ตกลงกัน

อีกแบบคือเรียก grab แท็กซี่ไปส่งที่มินกุน แต่ต้องคุยกันให้แน่นอนว่าจะต้องรอรับกลับ เพราะจากมินกุนกลับมามัณฑะเลย์ อาจจะหา หรือเรียก grab ยากสักหน่อย

ล่องเรือชมแม่น้ำอิระวดี

ชีวิตชาวประมงริมแม่น้ำอิระวดี
เรือข้ามฟาก รับส่งนักท่องเที่ยว ด้านหลังคือเมืองสะกาย ที่มีเจดีย์มองเห็นได้อยู่ทั่วเมือง เป็นวิวที่หาที่ไหนไม่ได้

วันนี้ผู้โดยสารเยอะมาก ต้องใช้เรือหลายลำมาให้บริการนักท่องเที่ยว เรือออกตรงเวลาประมาณ 9.00 น. ดังนั้นหลังจากซื้อตั๋วแล้วก็อย่าไปเดินเล่นไกลเกินไป การขึ้นเรือไม่ได้มีการตรวจเช็คตั๋ว หรือนับจำนวนคนที่ซื้อตั๋ว เรือลำที่ฉันขึ้นนี้ นั่งนอนชมวิวได้สบาย แม่น้ำอิระวดีสายนี้ใหญ่และยาวทำให้ฉันรู้สึกว่าเมืองมัณฑะเลย์ในอดีตมีความสมบูรณ์ทั้งพื้นที่ป่าหนาทึบในเทือกเขาไม่ไกล และยังมีแม่น้ำสายใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งอาหาร ทำกินของชาวเมือง ทำเลของเมืองนี้มีความคล้ายคลึงกับกรุงเทพ หรือกรุงศรีอยุธยาของเรามาก แม่น้ำมีความกว้าง และเกาะแก่งขนาดใหญ่หลายจุดขณะที่ไหลผ่านเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งอยู่ตอนกลางของประเทศ มีเรือชาวประมงที่่ทำแบบกึ่งบ้านกึ่งแพเป็นที่พักอาศัยของชาวเรือเพราะมีช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลงก็สามารถปรับให้ใช้ชีวิตบนบ้านเรือนั้นได้ตลอดปี เราสวนกับเรือโดยสาร เรือประมง และเรือบรรทุกสินค้า ถ้ามีโอกาสดีอาจได้เห็นปลาโลมากระโดดออกโชว์ระหว่างล่องเรืออย่างที่ฉันได้เห็นตอนนั่งเรือขากลับ ในขณะที่สองฝั่งโดยเฉพาะทางฝั่งเมืองสะกายที่เต็มไปด้วยเจดีย์สีทองละลานตาในพื้นพี่ป่าเขียวชะอุ่มหนาทึบ มีลมเย็นๆพัดสบายตลอดทางจึงไม่รู้สึกว่าใช้เวลานานบนเรือ จนกระทั่งได้เห็นฐานเจดีย์มินกุนขนาดใหญ่บนชายฝั่ง ฉันรู้มาก่อนว่าเจดีย์นี้มีขนาดใหญ่มาก แต่เมื่อเห็นจากบนเรือกลางทะเลต้องยอมรับว่าตื่นเต้นกับเจดีย์นี้มากขึ้นเพราะขนาดที่ใหญ่โตมโหฬารของฐานเจดีย์ขนาด 1 ใน 3 ของแผนสร้างเดิม นึกภาพว่าถ้าเจดีย์นี้สำเร็จจะใหญ่โตอลังการปานไหน เรือเข้าใกล้ชายฝั่งไปเรื่อยๆ ฉันมองเห็นมีรถสามล้อ รถโดยสารมาจอดรอเรียกผู้โดยสารเพราะทุกคนบนเรือลำนี้มีจุดหมายที่ห่างไปจากท่าเรือนี้ประมาณ 1.2 กม. ตามจีพีเอสที่ฉันดูใน google

การเดินทางในมินกุน และสิ่งที่ควรรู้

หลังจากมาถึงท่าเรือมินกุน จะมีรถสามล้อเครื่อง รถโดยสารมาจอดรอรับนักท่องเที่ยว สามารถต่อรองราคาขึ้นรถจากที่นี่ได้เลย หรือจะใช้วิธีเดินระยะทางไม่ไกล มีเวลาเพียงพอสำหรับชมจุดสำคัญของมินกุน และกลับมาขึ้นเรือเวลา 12.30 น.ตามเวลานัดหมายเพียงพอ

ท่าเรือหมู่บ้านมินกุน เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ

ทางเดินสายแคบๆ จากท่าเรือ นำไปยังถนนเส้นหลักของมินกุน พอถึงริมถนนก็เลี้ยวขวาซึ่งเป็นถนนเส้นเดียวเดินไปเรื่อยๆ ไม่มีทางหลง ระยะทางไปยังเจดีย์ชินพิวเม (Hsinbyume) ที่อยู่ไกลสุดประมาณ 1.2 กม. ผ่านโรงเรียน สถานีตำรวจ ร้านค้าเป็นระยะในช่วงแรก จนใกล้ทางเลี้ยวก่อนถึงเจดีย์แรก จะมีตู้ขายตั๋วก่อนเข้าหมุ่บ้านเพื่อเก็บค่าเข้าจากนักท่องเที่ยว ตั๋วราคา 5,000 จ๊าด พนักงานจะแปะสติกเกอร์ที่เสื้อเป็นเครื่องหมายให้ทราบว่าจ่ายเงินแล้ว เพราะมีจุดเก็บเงินอีกหลายจุด เราก็ไม่ต้องจ่ายแล้ว เพียงแค่โชว์สติกเกอร์ของเรา เราก็มีอิสระที่จะเดินไปไหนก็ได้ทั่วทั้งหมู่บ้าน

มีบริการห้องน้ำอยู่บริเวณสามแยกก่อนเลี้ยวซ้ายไปยังเจดีย์ชินพิวเม (Hsinbyume) ค่าบริการครั้งละ 200 จ๊าด

สิ่งที่น่าสนใจในมินกุน

มินกุนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่มีสิ่งที่ยิ่งใหญ่และสวยงามให้เยี่ยมชม ตามรอยจากรูปถ่ายสวยๆบนเจดีย์สีขาว อย่างไรก็ตามยังต้องตระหนักว่าสถานที่ที่เราไปเยือนนั้นเป็น วัดและเจดีย์ซึ่งชาวเมืองและชาวพุทธต่างให้ความเคารพศรัทธา การแต่งกายให้เหมาะสมแสดงความเคารพต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น ยังเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเสมอ

Hsinbyume Pagoda (Mya Thein Tan)

เจดีย์ทรงกลมขาวชั้นบน อันหมายถึงยอดเขาพระสุเมรุ

เจดีย์สีขาวที่สร้างในปี 1816 โดยกษัตริย์บายีดอ (Bagyidaw) เพื่ออุทิศให้กับมเหสีชินพิวเม (Hsinbyume) มเหสีคนแรกซึ่งสิ้นพระชนม์ขณะคลอดลูกในบริเวณใกล้ๆนี้ ถือเป็นทัชมาฮาลแห่งพม่าก็ว่าได้ โดยจำลองแบบจากเขาพระสุเมรุ ส่วนด้านล่างเป็นตัวแทนของเทือกเขาทั้ง 7 ก่อนจะมาถึงยอดเขาพระสุเมรุด้านบนตามคติความเชื่อดั้งเดิม
ตัวเจดีย์ดั้งเดิมถูกทำลายไปในปี 1836 เพราะเหตุแผ่นดินไหว แต่ถูกบูรณะขึ้นมาอีกครั้งในสมัยพระเจ้ามินดง (Mindon) ในปี 1874

ถ่ายรูปคู่เจดีย์ชินพิวเมกับช่างภาพมืออาชีพ

เจดีย์สีขาวที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ มีชื่อเสียงจากภาพถ่ายมากมายในอินเทอร์เน็ต เมื่อมีคนจากทั่วโลกต่างมาเที่ยวและโพสต์ภาพถ่ายบน instagram สถาปัตยกรรมสีขาวที่งดงามโดดเด่น ผสมผสานภาพของผู้คนบนเจดีย์แห่งนี้ดึงดูดใจให้สถานที่แห่งนี้เป็น The must ของหลายคนรวมทั้งฉันด้วย สิ่งที่กังวลใจที่สุดในการเดินทางคนเดียวเที่ยวมัณฑะเลย์ครั้งนี้คือ การถ่ายรูปบนเจดีย์ขาวนี้ว่าจะหาคนถ่ายรูปสวยถูกใจให้ได้หรือไม่ ฉันเดินครุ่นคิด กังวลมาตลอดทางว่าจะขอให้ใครถ่ายให้ดี แล้วคนที่เราขอให้ถ่ายจะทำได้ดีเหรอ ฉันต้องตั้งท่ายังไง วิ่งขึ้นไปยังไง โอ๊ย สุดแต่จะคิด แต่พอเดินมาถึงบริเวณเจดีย์ก็พบว่าเรื่องที่กังวลไม่ใช่ปัญหาสำหรับที่นี่ เพราะมีกลุ่มเด็กชาวบ้านแถวนั้นที่มาคอยมองหานักท่องเที่ยว ขอช่วยถ่ายรูป หามุมให้นักท่องเที่ยว แลกกับเงินค่าทิปเล็กๆน้อยๆ เด็กๆชำนาญมุมต่างๆ รู้จุดถ่ายรูป แนะนำท่าโพสต์ บางคนสามารถพูดไทยได้นิดหน่อย เขาบอกว่าคนไทยมาเที่ยวที่นี่เยอะ บางกลุ่มถึงแม้จะมากันเองหลายคน ผลัดกันถ่ายรูปแล้ว ยังอดไม่ได้ที่จะใช้บริการพวกเขา พวกเด็กๆชำนาญกับกล้องจากมือถือมาก บางรูปถ่ายเสร็จ เปิดรูปปรับสี ปรับแสงก่อนส่งให้ดูด้วย

บรรดาช่างภาพที่รู้มุมดีที่สุด มีบริการปรับภาพจากมือถือให้ด้วย
ผลงานช่างภาพประจำเจดีย์ชินพิวเม

เจดีย์มินกุน หรือ Pathodawgye Pagoda

เจดีย์ที่สร้างไม่เสร็จอันใหญ่โตนี้ สร้างโดยพระเจ้าปดุง แห่งราชวงศ์โก้นบอง ในปี 1790 เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ในพระราชอำนาจของพระองค์หลังสามารถเอาชนะรัฐยะไข่ (Aragan) ซึ่งไม่เคยมีกษัตริย์พม่าองค์ใดสามารถเอาชนะได้มาก่อน เจดีย์ขนาดใหญ่ใช้แรงงานทาสจำนวนมาก และทรัพย์สินจำนวนมหาศาลทำให้เงินแทบจะหมดจากพระคลัง โหรจึงทำนายว่าหากสร้างเจดีย์นี้เสร็จสิ้นประเทศก็จะถึงกาลล่มสลาย แต่อย่างไรก็ตามเจดีย์ได้หยุดสร้างลงเมื่อพระเจ้าปดุงสิ้นพระชนม์ในอีก 7 ปีต่อมา และไม่มีใครคิดจะสร้างต่อ จึงถูกทิ้งร้างไว้เพียงฐานเจดีย์ซึ่งมีความสูง 50 เมตร เป็นความสูงเพียง 1 ใน 3 ของแผนการสร้างเจดีย์ ถ้าเสร็จสมบูรณ์จะสูงถึง152 เมตร จะเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในโลก (ปัจจุบันเจดีย์สูงที่สุดในโลก คือ Pagoda of Tianning Temple สูง 153 เมตร อยู่ที่ประเทศจีน สร้างเสร็จเมื่อปี 2007) แต่ถึงอย่างนั้นที่นี่ก็ยังได้สถิติเป็นกองอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่

หน้าเจดีย์มินกุน หรือเจดีย์ Pathodawgyi

แผ่นดินไหวในปี 1839 ทำให้เกิดรอยแตกขนาดใหญ่บนด้านหน้าของอาคารและตอนนี้วัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่าสถานที่ทางศาสนา แต่ก็ยังมีวิหารซึ่งมีพระพุทธรูปขนาดเล็กประดิษฐานอยู่ มีประชาชนแวะเวียนเข้าไปกราบไหว้บูชา ขอพรจากองค์พระ และมีพระสงฆ์คอยสวดมนต์อยู่ภายในวิหาร

ระฆังมินกุน

ระฆังมินกุน สร้างขึ้นในปี 1808 เพื่อใช้ในเจดีย์ใหญ่มินกุน มีน้ำหนัก 90 ตัน เส้นรอบวง 10 เมตร สูง 3.70 เมตร เป็นระฆังที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เป็นรองเพียงระฆังเครมลิน ที่ใช้งานไม่ได้เพราะแตกไปแล้ว ในขณะที่ใบนี้ยังใช้งานได้ตี ตีเสียงดังก้องกังวานไกล ระฆังใบดังกล่าวถูกแขวนอยู่ในศาลาระหว่างทางจากเจดีย์มินกุนไปยังเจดีย์ชินพิวเม

แม่ชีชาวพม่าถ่ายรูปคู่กับเจดีย์มินกุน

สิงห์โตคู่แห่งมินกุน

หินรูปสิงห์โต ที่อยู่หน้าเจดีย์มินกุน แม้สร้างไม่เสร็จและมีความเสียหายแต่ก็มองออกว่าเป็นสิงห์โตคู่ที่คอยปกป้องมินกุน

เช่นเดียวกับระฆังใหญ่ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้คู่ควรกับความใหญ่ของเจดีย์มินกุน สิงห์โตคู่ที่มีไว้เพื่อปกป้องพระเจดีย์ตามธรรมเนียมการสร้างเจดีย์ของพม่า ก็ต้องมีขนาดใหญ่คู่ควรด้วยเช่นกัน หินสองก้อนขนาดใหญ่ที่สร้างความแปลกใจเมื่อเดินผ่านอยู่ตรงข้ามกับเจดีย์ คือเจดีย์คู่ที่มีขนาดสูง 29 เมตร แผ่นดินไหวและการก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ทำให้สิงห์คู่นี้ก็ยังไม่สมบูรณ์เช่นเดียวกับเจดีย์ แต่ถ้าเดินเข้าไปดูรอบๆก็จะมองออกว่าเป็นหินที่ถูกก่อจากอิฐให้เป็นรูปร่างสิงห์เพื่อคอยปกป้องเจดีย์ใหญ่ด้านหลัง

Sat Taw Yar Pagoda

เจดีย์ Sat Taw Yar นี้ แม้ว่าจะไม่มีชื่อเสียงเท่าเจดีย์ชินพิวเม แต่เจดีย์ขาวที่อยู่ริมแม่น้ำก็ดูน่าประทับใจ ฉันเดินผ่านไปและตั้งใจว่าจะกลับเข้าไปดูด้านในตอนขากลับ เพื่อถ่ายรูปจากริมน้ำ แต่ด้วยเวลาที่ไม่เพียงพอ จึงได้เพียงแค่เดินผ่าน แต่ถ้าหากใครมีเวลาก็แนะนำให้เข้าไปเที่ยวชมด้วย อยู่ใกล้กับเจดีย์มินกุน

เจดีย์ Sat Taw yar ถ้าไปจากท่าเรือเจดีย์นี้จะถึงก่อนเจดีย์มินกุน

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: