Lunar Travel WorldA Legend of Travel

Louping-Xing Yi-Dongchuan

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

เที่ยวน้ำตกหน้าหนาว-ทุ่งสีทองที่ลั่วผิง

พอเพื่อนส่งลิงค์รูปมาให้ดู ก็ใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน เพราะรูปทุ่งดอกมัสตาร์ด เหลืองสวยไปทั้งทุ่ง พวกเราออกเดินทางกันวันพุธที่ 20 ไปถึงเมืองคุนหมิง ตอนบ่ายๆ พอลงจากเครื่องพวกเรามุ่งหน้าไปยังเมืองลั่วผิง ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของคุนหมิงระหว่างทางแวะถ่ายรูป ป่าหิน ซึ่งเป็นทางผ่านบนเส้นทางไฮเวย์ วันแรกนี้เรามีที่หมายกันที่ป่าทราย พวกเราไปถึงตอนเย็นประมาณ 4 โมงกว่า เจ้าหน้าที่ไม่อยู่ มีเด็กผู้หญิงเดินมาหาพวกเรา บอกว่าเจ้าหน้าที่ไปกินข้าว ให้เข้าไปเลย ไม่ต้องซึอตั๋วเดี๋ยวจะพาเราเข้าไปเอง ป่าทรายมีลักษณะ เป็นเขาหินทราย เป็นรูปทรงต่างๆ ทำทางเดินเข้าไปเที่ยวชม พวกเราออกมาเกือบๆ หกโมง ปรากฎว่ามีจนท.มาเก็บเงินบอกว่าเห็นพวกเราเข้าไป ค่าตั๋วตั้ง 100 หยวน (ประมาณ 500 บาท) แพงมากๆ เราต่อรองได้แค่จ่าย 2 คน เพราะเราเข้าไปก้อเย็นแล้ว ระหว่างทางจากป่าทรายเข้าไปเมืองลั่วผิง อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ แถมเจอหมอกหนาแทบมองไม่เห็นทาง เราหาที่พักได้ราคา 60 หยวน เข้าที่พักกันประมาณ 3 ทุ่ม และออกมาหาของกินใกล้เกสเฮ้าส์ ร้านอาหารที่เมืองจีนเนี่ยต้องเข้าไปสั่งอาหารในครัว แล้วเลือกผัก เลือกเนื้อ แล้วก็บอกว่าให้เอามาทำอะไร ไม่มีเมนู ไม่มีรูปภาพ สำหรับเราแล้วอาหารมื้อนี้เป็นมื้ออร่อยที่สุดในทริป โดยเฉพาะหมูทอด

ตอนเช้าเราตื่นกันตั้งแต่ตี5 เพราะตั้งใจไปถ่ายรูปอาทิตย์ขึ้นที่ทุ่งมัสตาร์ด (Rapeseed) แต่วันนี้ต้องเจอหมอกหนา ถ่ายรูปไม่ได้เลย ช่วง 3 วันแรกของการเที่ยวของเราต้องเจอกับอากาศหนาว หมอก ฟ้าปิด อากาศไม่เเป็นใจให้กับพวกเราเลย เราเลยเปลี่ยนแผนไปน้ำตกเก้ามังกร (จิ่วหลงเหอ) ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับทุ่งมัสตาร์ด และช่วงบ่ายไปน้ำตกหม่าหลิงเหอ ที่เมืองซิงอี้ (Xing Yi) ส่วนทุ่งมัสตาร์ดจะแวะกลับมาถ่ายรูปอีกทีในวันพรุ่งนี้ ด้วยความหวังว่าอากาศจะเป็นใจให้กับพวกเราบ้าง ที่น้ำตกจิ่วหลงเหอ เราเจอชาวบ้านผู้หญิง 2-3 คนกำลังเดินมา มาถามพวกเราว่าจะพาเข้าไป จะได้ไม่ต้องเสียค่าผ่านประตู 60 หยวน เค้าคิดแค่ 15 หยวน แต่ต้องลุยน้ำเข้าไป เราบอกไม่อยากลุยน้ำ เจ๊ถึงขั้นบอกว่าจะอุ้มเราเข้าไปแต่คิดเพิ่มอีก 5 หยวน แต่เราไม่เอา เลยต้องไปเสียค่าเข้า 60 หยวน แถมบวกค่าขึ้นกระเช้าไป-กลับอีก 50 หยวน แต่ถ้าขึ้นอย่างเดียว 30 หยวน แล้วเดินลงก้อได้ เนื่องจากช่วงนี้เป็นหน้าหนาวน้ำน้อย ถ้ามาหน้าฝน น่าจะได้เป็นความยิ่งใหญ่ของน้ำตกกว่านี้ น้ำตกนี้เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนนาน เป็นน้ำตก 2 ชั้น เมื่อขึ้นไปถ่ายรูปด้านบนจะเห็นทิวทัศน์สวยงาม เนื่องจากบริเวณรอบๆ เป็นทุ่งมัสตาร์ดเหลืองล้อมรอบ ช่วงบ่ายแก่ๆ เราเข้ามาถึงเมืองซิงอี้ ซึ่งอยู่มณฑลกวางสี (Guangxi) ไปถ่ายรูปน้ำตกหม่าหลิงเหอ(Maling George) แต่ก้อเช่นเดียวกันกับที่จิ่วหลงเหอ น้ำที่น้ำตกน้อย ทำให้น้ำตกไม่ค่อยยิ่งใหญ่ แต่จากที่เห็น ทิวทัศน์ที่นี่เต็มไปด้วยทิวเขา หลายยอด มีเมืองเล็กๆ แทรกอยู่ในแต่ละเขา เป็นภาพที่แปลกตา สวยงามมากๆ คืนนี้เราแวะมาพักกันที่เมืองซิงอี้ เป็นโรงแรมราคา 50 หยวน ที่นี่ดีหน่อย มีผ้าห่มไฟฟ้า น้ำอุ่นให้อาบเรียบร้อย ระหว่างที่หาที่พักเราเห็นภาพถ่ายในโรงแรม มีภาพสวยๆหลายที่ เราพบว่าเมืองนี้มีที่เที่ยวอีกหลายแห่งที่น่าสนใจ อย่างยอดเขาหมื่นยอด ว่านเฟิงหลิน (Ten Thousand Peak Hills) และเส้นทางระหว่างกลับจากซิงอี้ มาลั่วผิง ก็เป็นเส้นทางที่สวยงามผ่านหมู่บ้าน ตลาดร้านค้า ได้เห็นวิถีชิวิตของผู้คนหลากหลาย

ทั้งความเจริญใหม่ๆที่เข้ามา ผสมปนเปกับวิถีชิวิตของชาวบ้านในแบบดั้งเดิม ตอนบ่ายพวกเราได้มาถ่ายรูปที่ทุ่งมัสตาร์ดที่ลั่วผิงสมใจ(Jin Ji Feng) แต่ฟ้าก้อยังไม่เป็นใจให้เรานัก ถึงอย่างนั้นที่นี่ยังสวยมากๆ บริเวณทั้งทุ่งเป็นสีเหลืองทอง สลับกับทุ่งข้าวสาลีซึ่งมีปลูกแซมอยู่ ทั่วทั้งสองข้างทาง โดยมียอดเขาเล็กๆ โผล่ขึ้นมาบนทุ่งให้วิวที่สวยงามแปลกตา

คืนนี้เรากลับมาพักกันที่คุนหมิง เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปตงชวน ดินแดนสีแดงอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่เราตั้งใจไปเที่ยวสำหรับทริปนี้ ที่คุนหมิงเราพักที่ Hump Hostel อยู่ใจกลางเมืองคุนหมิง เสียดายที่เรามาถึงดึกแล้วประมาณ 5 ทุ่ม จึงไม่ได้เดินเล่น ชมเมืองกัน สำหรับราคาที่พักเราพักห้องรวม 6 คน คนละ 25 หยวน

ดินแดนสีแดงแห่งตงชวน

ที่ Hump Hostel มีร้านบะหมี่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงอยู่ข้างล่าง ขายบะหมี่เรียกว่าบะหมี่ข้ามสะพาน มีเรื่องเล่าว่าสมัยก่อนมีชายหนึ่งไปสอบจอหงวน  มาหลายครั้งไม่สำเร็จ ในครั้งสุดท้ายภรรยาได้ทำบะหมี่ซึ่งมีวิธีการทำโดยต้มน้ำผสมน้ำมันให้เดือด ใส่ถ้วย แยกเนื้อ และบะหมี่ ใส่ปิ่นโตข้ามสะพานไปให้กับสามีเพื่อให้ได้ทานบะหมี่สดๆ ร้อนๆ นำข้ามสะพานไปให้สามีซึ่งรอสอบจอหงวน ปรากฎว่าในครั้งนั้นสามีสามารถสอบผ่านเป็นจอหงวนได้ ชาวจีนจึงเชื่อว่าถ้าสามารถทานบะหมี่ข้ามสะพานจะสามารถประสบความสำเร็จอย่างเช่นการสอบเข้าโรงเรียน หรือรับราชการ ถ้าใครได้มีโอกาสมาที่เมืองนี้น่าจะลองชิมดู พร้อมทั้งภาวนาให้ท้องฟ้าสดใสจะได้ถ่ายรูปสวยๆอย่างเช่นพวกเรา แต่ขอบอกว่าบะหมี่ชามใหญ่มากๆจุดหมายปลายทางแรกของพวกเราที่มาตงชวนวันนี้คือมุ่งหน้าไปยังภูเขาหิมะเจี๊ยวจึ ซึ่งอยู่ไกลออกจากตงชวนอีกประมาณ 90 กม. เมื่อเข้าเขตตงชวน เราจะมองเห็นภูเขาหิมะได้ไกลๆ แต่วันนี้หิมะเริ่มบางตาแล้ว เราไปถึงภูเขาแต่ไม่ได้เดินขึ้นไป เพราะดูแล้วไม่ค่อยมีอะไร จึงขับรถกลับมาที่ตงชวน

บริเวณแผ่นดินสีแดงที่ตงชวน Hong Tu Di เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะมาถ่ายรูป เนื่องจากมีภูมิประเทศที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของ     มณฑลยูนนาน ชาวบ้านแถวนั้นเล่าให้ฟังว่า มีช่างภาพชาวจีนที่มีชื่อ(จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร) ตั้งใจจะไปถ่ายรูปที่หยวนหยาง แต่ระหว่างทางได้ผ่านมาที่ตงชวนก่อน และพบว่าทิวทัศน์ที่นี่งดงาม เนื่องจากมีพื้นดินเป็นสีแดง เมื่อชาวบ้านปลูกข้าวสาลี ,มัสตาร์ด ยิ่งทำให้ภูเขาสวยงามหลากสีสัน โดยเฉพาะในยามเช้าและยามเย็นมีถูกทาบทาด้วยแสงอาทิตย์ ยิ่งมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของดินแดงแห่งนี้ ช่างภาพใช้เวลานานที่นี่ถึง 4 ปี เมื่อรูปของเค้าได้เผยแพร่ออกไป ทำให้ตงชวนได้ถูกกล่าวถึงและเป็นบริเวณที่นักถ่ายภาพทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติต่างแวะเวียนมาที่นี่กันเป็นประจำ

เวลาที่พวกเราไปกันยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุด หากเป็นช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.จะเป็นช่วงที่พืชพันธ์เติบโตเต็มที่ และยังเป็นช่วงที่อากาศดี อุณหภูมิประมาณ 17-18 องศา ลมไม่แรงมาก แต่ช่วงที่เราไป (เดือนกุมภาพันธ์)อุณหภูมิประมาณ 7-10 องศา แถมลมแรงมากๆ แต่เรายังได้พบช่างภาพชาวจีน หลายคณะจัดทัวร์ไปถ่ายรูปกันหลายกลุ่ม คนนำทาง (จางโป) บอกกับเราว่า หากอยากจะได้รูปสวยๆ ที่นี่ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน เพราะมีจุดถ่ายภาพหลายจุด และแต่ละจุดมีช่วงเวลาที่สวยงาม สามารถถ่ายภาพได้ทั้งวัน แต่พวกเรามีเวลาแค่ 3ชั่วโมง !!!

จางโปเห็นพวกเราถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ กดกระหน่ำไม่ยั้ง ยังบอกว่า เค้าเห็นเป็นเรื่องปกติใครที่มาที่นี่ครั้งแรกเป็นอย่างนี้ทุกคน แต่จุดที่เค้าพาพวกเราไปจุดถ่ายภาพแต่ละที่ ทำเอาพวกเราต่างตะลึงกับความสวยงาม โดยเฉพาะภาพหมู่บ้านที่อยู่ท่ามกลางขุนเขา ถึงแม้วันนี้จะไม่มีสีสัน colorful ยิ่งทำให้เพื่อนบางคน ถึงกับออกปากว่าต้องกลับมาแน่นอน เพื่อเก็บภาพที่สวยงามกลับไปให้ได้ ระหว่างทางกลับจากตงชวนมายังคุนหมิงพวกเรายังคงแวะถ่ายรูปมาตามทางได้ตลอดเวลา เพราะทั้งทิวทัศน์ที่งดงาม เรายังได้ผ่านตลาด เห็นภาพชีวิตผู้คน เดินสะพายตะกร้า ขี่วัว ควาย ม้า ลา มาซื้อของ ภาพชีวิตที่เรียบง่าย ไม่เร่งรีบ สร้างความประทับใจกับพวกเรา ให้อยู่ในความทรงจำ และได้หวังว่าทิวทัศน์ที่งดงาม ชีวิตผู้คน จะยังไม่เปลี่ยนแปลง ไปตามกระแสวัฒนธรรม ความเจริญ ทีกำลังเข้ามาส่หมู่บ้านนี้อย่างรวดเร็วเกินไปนัก

            

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

2 comments

%d bloggers like this: