• Menu
  • Menu

ชีวิตที่โลบูเช่เบสแค้มป์ ท่ามกลางภูเขาหิมะสูง

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

4 ปีก่อนตรงทางแยกโลบูเช่ (Lobuche) ฉันได้แค่หยุดยืนมองบนทางที่เต็มไปด้วยหิมะปกคลุมขาว ที่นี่เป็นจุดแรกๆที่ฉันได้สัมผัสอากาศเย็น มีหิมะปกคลุมบนทางเดินตลอดเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ EBC ไกด์ชี้ให้ดูเส้นทางขากลับที่เราจะเดินขึ้นไปอีกด้านเพื่อไปโชลาพาส (Chola Pass) ซึ่งเป็นทางเดียวกับเส้นทางที่จะไปโลบุเช่เบสแค้มป์ก่อนจะมีทางแยกข้างหน้าอีกที ฉันถามไกด์ถึงยอดโลบุเช่ ไกด์บอกว่ามองจากตรงที่ยืนนี้ไม่สามารถเห็นได้ ยังจำได้ว่าไกด์เปรยๆว่าไปโลบูเช่เบสแค้มป์นั้นยากกว่าไป EBC แต่ฉันก็ไม่ใส่ใจนัก เพราะโลบูเช่ไม่ว่าเบสแค้มป์หรือยอดก็ไม่เคยอยู่ในหัว สิ่งเดียวที่ฉันจำได้กับโลบุเช่ คือความหนาวเย็น และอาการปวดหัว เวลาใครถามถึงเส้นทาง EBC ฉันมักจะบอกว่าให้ระวังความหนาว และเดินให้ช้าๆที่โลบูเช่ เพราะที่นี่สูงเกือบ 5000 ม. ฉันเห็นหลายคนอาการไม่ดีเป็น ams แถวๆนี้กันเยอะ

เส้นทางเลาะตามสันเขาที่เคยเดินเมื่อปี 2015 จะมุ่งหน้าไปโชลาพาส แต่สุดท้ายตัดสินใจกลับเพราะมองไม่เห็นทาง กลัวว่าจะพลัดตกเขา (ภาพปี 2015)

เดินขึ้นโลบูเช่เบสแค้มป์ ทั้งอันตรายทั้งเหนื่อย

20/4/2019 Lobuche-Lobuche BC
21/4/2019 Lobuche BC
22/4/2019 Lobuche BC

วันนี้ฉันมายืนที่แยกนี้อีกครั้ง และกลับมามีจุดหมายที่ยอดสูง 6000 กว่าเมตรของโลบูเช่ ฉันมีโอกาสได้มาเดินบนเส้นทางที่คราวก่อนไม่ได้ไปเพราะหิมะตกหนัก กลบทางหนาจนไม่เห็นเส้นทางชัดเจน เราต้องพับแผนการไปโชลาพาส แล้วเดินกลับทางเดิม

เส้นทางเดินเลาะสันเขาแคบๆ และลื่นไป โลบุเช่เบสแค้มป์

หิมะไม่ได้หนาเช่นวันนั้น มองทางชัดเจนและทำให้ฉันย้อนคิดไปถึงการตัดสินใจวันนั้นว่าถูกแล้วที่ยอมถอย เพราะทางที่เห็นวันนี้เป็นสันเขาแคบมาก หากเดินพลาดนิดเดียวสามารถกลิ้งตกเขาได้เลย แต่ทางแคบนี้ก็ยังลื่นเพราะหิมะละลายทำให้ต้องค่อยๆเดิน ใช้เทรคกิ้งโพลคอยช่วยป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้ลื่นล้ม เช้านี้อากาศยังดีเหมือนทุกเช้าที่ผ่านมา เราแวะพักชมวิวที่ตระการตาตลอดทางด้วยยอดเขาสีเงินของภูเขาหิมะรอบๆตัวเราเป็นระยะ หลังพ้นทางสันเขาแคบสิ่งที่รอเราอยู่ก่อนถึงเบสแค้มป์คือทางสูงชันที่ความสูงระดับ 5000 เมตร ทำให้เหนื่อยง่าย ทางยิ่งชัน ยิ่งต้องช้าลง แต่ใจของฉันกลับร้อนรนจนหัวใจเต้นแรงตึกตักๆ ฉันต้องเดินไปพักไป เพราะไม่สามารถปรับใจให้ไปกับสภาพทางชันซึ่งควรจะเดินให้ช้าที่สุด ลูกหาบที่ช่วยขนของขึ้นมาที่เบสแค้มป์ให้เราก็สภาพย่ำแย่ไปหลายคน เพราะแพ้ความสูง แต่พวกเขาก็เดินกันช้าๆ ฉันใช้วิธีปรับใจ ปรับความเร็วโดยการเดินตามเท้าที่ก้าวของลูกหาบที่แบกของหนักกว่า 30 กก. ขณะที่ฉันมีประมาณ 10 กก. ฉันรู้ว่าร่างกายตัวเองล้ามาก เท้าก้าวไม่ออก ยกขาแทบไม่ขึ้น ใจมองหาแต่ปลายทางหวังจะพบทางราบเพื่อจะเดินได้สบายขึ้น หิมะตกหนักลงมาระหว่างทาง ฉันว่าช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่ฉันแย่ที่สุด ฉันกลัวตัวเองจะป่วย เป็นหวัด ปวดหัว ยิ่งกลัวก็ยิ่งเร่ง ใจยิ่งเต้นแรง สุดท้ายแล้วก็สงบสติอารมณ์ด้วยการพัก นั่งเฉยๆ ท่ามกลางหิมะตกหนักพักใหญ่ พอตั้งสติทั้งกายใจได้ก็ค่อยเดินแบบเท้าชนเท้าค่อยๆเดิน โดยไม่สนใจปลายทางข้างหน้า พอใจสงบลง ก็พบว่าใช้เวลาไม่นานฉันก็มาถึงยอดด้านบน พบลานกว้างเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน โดยมีเขาสูงเด่นตระหง่านขวางอยู่ไกลๆ ใกล้ๆเชิงเขามีเต็นท์สีเหลืองถูกกางรออยู่ ที่นี่คือเบสแค้มป์ ของยอดเขาโลบุเช่ (Lobuche Basecamp) เป็นปลายทางวันนี้ของเรา ฉันเดินโซซัดโซเซไปหาเต็นท์ของฉัน โยนทุกอย่างออกจากหลัง แล้วล้มตัวลงนอนคลายความเมื่อยและเหนื่อยล้าจากการเดินวันนี้

มาถึงโลบุเช่เบสแค้มป์ขณะที่หิมะกำลังตกหนัก

พักได้ไม่นานก็ไปทานอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้โดยพ่อครัวที่ประจำการอยู่ที่เบสแค้มป์แห่งนี้ อาหารง่ายๆ อย่างมักกะโรนีผัดเปล่าๆถูกส่งต่อให้พวกเราได้ทานกัน เพียงแค่อิ่มท้อง กินเพื่ออยู่ คือชีวิตที่เบสแค้มป์แห่งนี้ และไม่น่าเชื่อว่าฉันต้องอยู่ที่นี่ถึง 3 คืน และไม่ได้ขึ้นยอดโลบูเช่กับคนอื่นเค้าด้วย เพราะจู่ๆก็หมดความอดทนไปซะอย่างนั้น ทั้งที่ก็ไม่ได้มีอาการอะไร ก็เลยได้เดินเล่นชมวิวที่เบสแค้มป์ไปฉ่ำปอด

ชีวิตท่ามกลางภูเขาหิมะ บนความสูง 5000 เมตร

ยอด Lobuche เริ่มเป็นที่นิยมให้นักเดินเขา มาพิชิตยอดมากขึ้น การจัดการความสะดวกสบายก็เริ่มเข้ามา มีบริษัทมาตั้งเต็นท์สำหรับนักเดินเขา มีเต็นท์ใหญ่สำหรับจัดการเรื่องอาหาร ซึ่งเราก็ใช้บริการของที่นี่แหละค่ะ โดยที่เอเยนต์ที่เราติดต่อมาก็จะติดต่อกับทางนี้อีกที คล้ายๆเป็น Teahouse แต่เป็นแบบแค้มป์ตั้งเต็นท์ เหมาะสำหรับกลุ่มไม่ใหญ่มาก สะดวกที่ไม่ต้องจ้างลูกหาบเพื่อแบกเต็นท์ อุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องครัวขึ้นมาเป็นกลุ่มใหญ่หลายๆคนเหมือนการเดินขึ้นยอดKang Yatse อินเดีย หรือยอดคิลิมานจาโร
พ่อครัวดูจะเป็นหัวหน้าเด็กๆทั้งหมด เค้าบอกว่าอยู่ที่นี่ 2 เดือน แล้วก็กลับลงไปบ้านเขาอยู่ที่กาฎมัณฑุ เขามีหน้าที่ทำอาหาร ดูแลความเรียบร้อย ฉันถามว่าเคยขึ้นยอดบนนั้นบ้างมั๊ย เค้าว่าไม่เคยเลย และไม่เคยคิดจะขึ้นไปเพราะแพ้ความสูง ฉันได้ฟังแล้วก็แปลกใจ นึกถึงพ่อครัวแข็งแรงทำอาหารอร่อยตอนที่ไปเดินขึ้นยอด Kang yatse เค้าก็ให้เหตุผลเดียวกันว่าเขาขึ้นมาได้แค่นี้ 5000 เมตร ถ้าไปต่อก็จะแพ้ความสูง ปวดหัว แอบคิดว่าไม่น่าเชื่อคนที่มาถึงระดับ 5000 เมตร และยังทำงานเดินไปตักน้ำ ทำอาหาร ลุกขึ้น ลุกลงแบบพวกเขาจะแพ้ความสูง สงสัยว่าทำไมไม่ลองพยายาม ขนาดฉันเองยังตะเกียกตะกายมา อยู่ใกล้ๆ มีโอกาสก็น่าจะลองดูหลายๆครั้งก็ได้

แต่ละวันผ่านไปแบบสบายๆ ไม่วุ่นวาย แม้ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ไฮซีซั่นของแต่ละปี แต่สองสามวันนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นช่วงที่คนมาก เค้าว่าเคยมีมามากถึง 200 คน เวลาที่นี่ของฉันยาวนานเพราะเราตื่นกันแต่เช้าตี 5 กว่าๆ ก็ลุกออกมานอกเต็นท์ ชมวิวสวยๆขณะที่หาห้องน้ำตามธรรมชาติหลังก้อนหินน้อยใหญ่ที่อยู่รอบๆ เดินชมวิวไปรอบๆ แป็บเดียวก็ทั่วแล้ว แต่สายหมอก ปุยเมฆที่เคลื่อนตัวผ่านยอดเขา ทำให้เวลาที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้าไม่น่าเบื่อเกินไป ฉันละสายตามบางขณะมองขึ้นไปบนยอดเขา เห็นจุดเล็กๆสีดำค่อยเคลื่อนไปบนยอดสูง เราสามารถมองเห็นคนที่กำลังฝ่าฟันพยายามจากจุดนี้ เมฆครึ้มค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาพร้อมหิมะที่ตกในหลังเที่ยงทุกวันที่ฉันอยู่ที่นี่ ทำให้ต้องคอยลุ้นว่าคนบนนั้นจะเป็นอันตรายหรือไม่ ขอให้ลงมาอย่างปลอดภัยในขณะที่คนที่รอข้างล่างอย่างเราหลบเข้าไปพักอยู่ในเต็นท์ที่หิมะปกคลุมหนาขึ้น บางทีนั่นเป็นความสวยงาม ตื่นเต้นของคนที่อยู่ด้านล่างซึ่งมีต่อวิวสูงด้านบน จนไม่จำเป็นต้องไปหาความตื่นเต้นบนยอดสูงด้วยตัวเอง

พ่อครัว และทีมงานที่ประจำการที่โลบุเช่เบสแค้มป์ พวกกเขาต้องอยู่ที่นี่ 2 เดือนเพื่อคอยดูแล ให้บริการคนเดินทางที่จะขึ้นยอดโลบุเช่

ยอดเขาเดียวกันแต่เรามองขึ้นไปด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน คนที่อยากจะพิชิตขึ้นไปยืนบนยอดสูงสุด พวกเขาไม่เคยเห็นยอดนี้มาก่อน ขณะที่คนเห็นยอดสูงมาบ่อยครั้งกลับไม่มีความปรารถนานั้นเลย และในกลุ่มคนที่พิชิตยอดก็มาด้วยความแตกต่างกัน อย่างน้อยก็เท่าที่ฉันเห็น และพบเจอ
หนุ่มชาวบาสก์ 2 คน (ประเทศบาสก์อยู่ระหว่างฝรั่งเศสและสเปน เค้าบอกว่าเป็นประเทศอิสระเล็กๆ ซึ่งคนไม่ค่อยรู้จัก เค้ามีภาษาและธงของตัวเอง) มาถึงในวันที่เราจะขึ้นยอด และเราขึ้นในวันเดียวกัน คนหนึ่งดูแข็งแรงกว่า ทานได้เยอะ จากการพูดคุยกันเหมือนกับว่าพวกเขามาเดินเทรคครั้งนี้แต่ไม่ได้วางแผนแต่แรกว่าจะมาขึ้นยอด เพราะไกด์ที่เค้าจ้างมาสามารถทำได้เพียงแค่นำทางเทรค ไกด์เทรคจึงต้องไปหาไกด์ที่จะพาขึ้นยอด (Climbing Guide) ให้ ซึ่งจะตามมาจาก Dingboche คืนวันที่เดินขึ้นขณะที่ฉันกำลังกระย่องกระแย่งเดินตรงตีนเขา หนุ่มบาสก์ 2 คน เดินแซงหน้าเหมือนวิ่งขึ้นไปอย่างเร็ว และฉันพบว่าพวกเขาเร็วมากกว่าใครๆ เมื่อตอน 9 โมงเช้าพวกเขาก็กลับลงมาที่เบสแค้มป์ของเรา เขาบอกว่าถึงยอดตอน 7 โมงเช้าแล้วก็เดินกลับมา นี่มันเหมือนขึ้นไปเดินเล่นชัดๆ !!!

สาวจากเปรู เดินมาที่แค้มป์ขณะที่ฉันรอเพื่อนขึ้นยอด เธอมาคนเดียวพร้อมกับไกด์ที่เดินตามมาห่างๆ เธอรู้จักเมืองไทยดี เพราะเคยเป็นครูสอนดำน้ำที่ภูเก็ตมาหลายปี ก่อนจะย้ายไปอยู่อียิปต์ปีที่ผ่านมา คนนี้วางแผนเก็บครบทุกยอดในหุบเขาเอเวอร์เรสต์ หลังจากโลบุเช่ จะไปไอส์แลนด์พีค ข้าม Amphu Lapcha Pass (5845m. )  เพื่อไปยอดเมราต่อ แผนการณ์เธอยิ่งใหญ่มากจนฉันอยากตามรอย แต่พอมายืนต่อหน้า Amphu Lapcha Pass ก็สะดุดหยุดลงโดยทันที หวังว่าสาวเปรูจะสำเร็จดังมุ่งหวัง เพราะลักษณะเธอก็แข็งแรงไม่เบา มาถึงที่เบสแค้มป์ของเราทานข้าวไป 2 จาน ไม่มีทีท่าเบื่ออาหารแบบฉันซักนิด

ยังมีคุณลุงวัย 60กว่า รูปร่างสูงใหญ่ สุดสมาร์ท มาขึ้นยอดพร้อมลูกสาวสองคน โลบูเช่เป็นยอดที่สองหลังจากที่มาจากไอส์แลนด์พีคแล้ว คนๆนี้ตอกย้ำการดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตที่น่าชื่นชม เป็นแบบอย่าง คิดว่าถ้าเราวัยนี้แล้วมีลูกสาวมาด้วยกันคงน่ารักดี

หนุ่มน้อยจากชาติไหนก็ไม่รู้เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง มาพร้อมกับคนสูงวัยกว่า ที่มองดูแล้วไม่น่าจะเป็นพ่อลูกกัน เขานั่งอยู่ในเต็นท์ทานอาหารแล้วขณะที่ฉันเดินเข้าไปเพื่อทานมื้อแรกบนเบสแค้มป์ สะดุดทีรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตายังเด็กๆ หน้าถูกแดดเผาจนเกรียมแดง เขาทำให้ฉันนึกถึงนักปีนเขาลูกครึ่งออสเตรีย-เนปาล เดวิด ลามา ที่ต่อมาหลังจากกลับจากปีนเขาก็ได้ข่าวว่าเดวิด ลามาเสียชีวิตขณะปีนเขาแล้ว นึกกลับไป กลับมาถึงหนุ่มคนนี้ก็รู้สึกแปลกๆดี ที่ขณะเดินเขาหลังจากนั้นฉันนึกถึงเดวิด ลามา มาตลอดจนต้องกลับมาเปิดดู YouTube เพื่อติดตามข่าวคราวแล้วจึงได้ทราบข่าวการเสียชีวิต เพราะถ้าไม่อย่างนั้นก็คงไม่รู้ข่าวน่าเศร้าในเวลาใกล้ๆนี้เลยเป็นแน่

นอกจากกลุ่มที่ต้องมาใช้บริการของคนดูแลเต็นท์บนโลบุเช่เช่นเดียวกับเรา ทำให้เราได้เจอคนหลายๆคนแล้ว ยังมีกลุ่มอื่นที่มาตั้งแค้มป์กันเอง นำเต็นท์อาหาร เครื่องครัวมาทำกันเอง ซึ่งจะมาเป็นกลุ่มใหญ่ๆหลายคน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพวกเรา ส่วนใหญ่คนที่มาถึงเบสแค้มป์จะขึ้นยอดในวันนั้นกันเลย เพื่อกลับออกไปในวันถัดไป

ปล.ฉันอยากแนะนำว่า เพื่อความคล่องแคล่ว และเคยชิน เมื่อมาถึงเบสแค้มป์นี้แล้ว ทุกคนควรจะเปลี่ยนมาใส่รองเท้าที่จะใส่ขึ้นยอดเช่น Single boots หรือ Double boots เพื่อให้คุ้นเคย น่าจะทำให้เดินได้เร็วและคล่องตัวมากขึ้นเมื่อต้องเดินท่ามกลางความมืดตอนตี 2 ฉันเห็นหลายๆคนใส่ แต่ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น ก็เลยรู้สึกว่าตัวเองไม่เตรียมพร้อมเท่าคนอื่นเลย

ถ้าการเดินทางคือประสบการณ์ สำหรับทริปนี้ วันเวลาที่นี่ก็คือสิ่งใหม่สิ่งหนึ่งสำหรับฉัน

เพราะไม่ได้ขึ้นไปบนยอดเขา และมีเผื่อเวลาพัก ฉันเลยมีเวลาว่างๆ 2 วันเต็มที่เบสแค้มป์ นับได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกดี เหมือนมาติดอยู่กลางภูเขาหิมะ ใช้ชีวิตในเต็นท์ซะหลายคืน ชีวิตไม่ลำบากเพราะมีอาหารการกินครบทุกมื้อ มีที่หลบลม หลบหิมะในเต็นท์ที่แข็งแรง แม้ว่าจะพรึ่บพรั่บไปหน่อยตอนลมมาแรงๆยามค่ำคืน ต้องคอยออกมาตบมาเคาะเต็นท์ตอนที่หิมะเริ่มจับหนา ยามสายที่แดดแรงก็เอาถุงนอนผ้าห่มออกมาตาก เพื่อช่วยบังแดดแรงที่ส่องเข้าไปในเต็นท์ให้ฉันนอนได้สบายๆ คนที่นี่เป็นมิตร ยิ้มแย้ม ให้ความช่วยเหลือแม้จะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องตามประสาชาวเนปาลน้ำใจดี ความหนาวเป็นอุปสรรคบ้าง แต่การเตรียมพร้อมที่ดีทำให้ไม่ทรมานเกินไป เป็นชีวิตที่เรียบง่าย นั่งมองวิว อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อากาศที่บริสุทธิ์สูดหายใจได้เต็มปอด ยิ่งเมื่อเทียบกับอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นที่เมืองไทยที่ผ่านมาแล้ว อยากจะกอบโกยแล้วเก็บไว้มาใช้งานที่เมืองไทยซะให้ได้

เมื่อย้อนคิดกลับไป จนถึงวันนี้ฉันยังไม่เคยนึกเสียใจที่ไม่ได้พิชิตยอดโลบุเช่ แต่กลับดีใจที่ได้ประสบการณ์ชีวิต 4 วัน 3 คืน ณ โลบุเช่เบสแค้มป์ เป็นความรู้สึกประทับใจกับทุกสิ่งเบาๆ ที่ยาวนาน และฉันว่าฉันจะคิดถึงเวลาที่ฉันเดินไปรอบแค้มป์และชีวิตของฉันทีนี่เสมอ

ตอนเช้าอากาศสดใส ฟ้าสวย กับบรรยากาศดีดี

คลิปช่วงเวลาบนโลบุเช่เบสแค้มป์ ซึ่งเราเข้าใจว่าคือไฮแค้มป์มาตลอด จนกระทั่งป๋าคมรัฐไปขึ้นยอดแล้วบอกว่า ผ่านไฮแค้มป์(High Camp) ที่อยู่สูงขึ้นไปอีก

Featured Trip

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: