Lunar Travel WorldA Legend of Travel

ชีวิตที่โลบูเช่เบสแค้มป์ ท่ามกลางภูเขาหิมะสูง

Home » Blog » Asia » Nepal » Lobuche and Island Peak » ชีวิตที่โลบูเช่เบสแค้มป์ ท่ามกลางภูเขาหิมะสูง

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

4 ปีก่อนตรงทางแยกโลบูเช่ (Lobuche) ฉันได้แค่หยุดยืนมองบนทางที่เต็มไปด้วยหิมะปกคลุมขาว ที่นี่เป็นจุดแรกๆที่ฉันได้สัมผัสอากาศเย็น มีหิมะปกคลุมบนทางเดินตลอดเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ EBC ไกด์ชี้ให้ดูเส้นทางขากลับที่เราจะเดินขึ้นไปอีกด้านเพื่อไปโชลาพาส (Chola Pass) ซึ่งเป็นทางเดียวกับเส้นทางที่จะไปโลบุเช่เบสแค้มป์ก่อนจะมีทางแยกข้างหน้าอีกที ฉันถามไกด์ถึงยอดโลบุเช่ ไกด์บอกว่ามองจากตรงที่ยืนนี้ไม่สามารถเห็นได้ ยังจำได้ว่าไกด์เปรยๆว่าไปโลบูเช่เบสแค้มป์นั้นยากกว่าไป EBC แต่ฉันก็ไม่ใส่ใจนัก เพราะโลบูเช่ไม่ว่าเบสแค้มป์หรือยอดก็ไม่เคยอยู่ในหัว สิ่งเดียวที่ฉันจำได้กับโลบุเช่ คือความหนาวเย็น และอาการปวดหัว เวลาใครถามถึงเส้นทาง EBC ฉันมักจะบอกว่าให้ระวังความหนาว และเดินให้ช้าๆที่โลบูเช่ เพราะที่นี่สูงเกือบ 5000 ม. ฉันเห็นหลายคนอาการไม่ดีเป็น ams แถวๆนี้กันเยอะ

เส้นทางเลาะตามสันเขาที่เคยเดินเมื่อปี 2015 จะมุ่งหน้าไปโชลาพาส แต่สุดท้ายตัดสินใจกลับเพราะมองไม่เห็นทาง กลัวว่าจะพลัดตกเขา (ภาพปี 2015)

เดินขึ้นโลบูเช่เบสแค้มป์ ทั้งอันตรายทั้งเหนื่อย

20/4/2019 Lobuche-Lobuche BC
21/4/2019 Lobuche BC
22/4/2019 Lobuche BC

วันนี้ฉันมายืนที่แยกนี้อีกครั้ง และกลับมามีจุดหมายที่ยอดสูง 6000 กว่าเมตรของโลบูเช่ ฉันมีโอกาสได้มาเดินบนเส้นทางที่คราวก่อนไม่ได้ไปเพราะหิมะตกหนัก กลบทางหนาจนไม่เห็นเส้นทางชัดเจน เราต้องพับแผนการไปโชลาพาส แล้วเดินกลับทางเดิม

เส้นทางเดินเลาะสันเขาแคบๆ และลื่นไป โลบุเช่เบสแค้มป์

หิมะไม่ได้หนาเช่นวันนั้น มองทางชัดเจนและทำให้ฉันย้อนคิดไปถึงการตัดสินใจวันนั้นว่าถูกแล้วที่ยอมถอย เพราะทางที่เห็นวันนี้เป็นสันเขาแคบมาก หากเดินพลาดนิดเดียวสามารถกลิ้งตกเขาได้เลย แต่ทางแคบนี้ก็ยังลื่นเพราะหิมะละลายทำให้ต้องค่อยๆเดิน ใช้เทรคกิ้งโพลคอยช่วยป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้ลื่นล้ม เช้านี้อากาศยังดีเหมือนทุกเช้าที่ผ่านมา เราแวะพักชมวิวที่ตระการตาตลอดทางด้วยยอดเขาสีเงินของภูเขาหิมะรอบๆตัวเราเป็นระยะ หลังพ้นทางสันเขาแคบสิ่งที่รอเราอยู่ก่อนถึงเบสแค้มป์คือทางสูงชันที่ความสูงระดับ 5000 เมตร ทำให้เหนื่อยง่าย ทางยิ่งชัน ยิ่งต้องช้าลง แต่ใจของฉันกลับร้อนรนจนหัวใจเต้นแรงตึกตักๆ ฉันต้องเดินไปพักไป เพราะไม่สามารถปรับใจให้ไปกับสภาพทางชันซึ่งควรจะเดินให้ช้าที่สุด ลูกหาบที่ช่วยขนของขึ้นมาที่เบสแค้มป์ให้เราก็สภาพย่ำแย่ไปหลายคน เพราะแพ้ความสูง แต่พวกเขาก็เดินกันช้าๆ ฉันใช้วิธีปรับใจ ปรับความเร็วโดยการเดินตามเท้าที่ก้าวของลูกหาบที่แบกของหนักกว่า 30 กก. ขณะที่ฉันมีประมาณ 10 กก. ฉันรู้ว่าร่างกายตัวเองล้ามาก เท้าก้าวไม่ออก ยกขาแทบไม่ขึ้น ใจมองหาแต่ปลายทางหวังจะพบทางราบเพื่อจะเดินได้สบายขึ้น หิมะตกหนักลงมาระหว่างทาง ฉันว่าช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่ฉันแย่ที่สุด ฉันกลัวตัวเองจะป่วย เป็นหวัด ปวดหัว ยิ่งกลัวก็ยิ่งเร่ง ใจยิ่งเต้นแรง สุดท้ายแล้วก็สงบสติอารมณ์ด้วยการพัก นั่งเฉยๆ ท่ามกลางหิมะตกหนักพักใหญ่ พอตั้งสติทั้งกายใจได้ก็ค่อยเดินแบบเท้าชนเท้าค่อยๆเดิน โดยไม่สนใจปลายทางข้างหน้า พอใจสงบลง ก็พบว่าใช้เวลาไม่นานฉันก็มาถึงยอดด้านบน พบลานกว้างเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน โดยมีเขาสูงเด่นตระหง่านขวางอยู่ไกลๆ ใกล้ๆเชิงเขามีเต็นท์สีเหลืองถูกกางรออยู่ ที่นี่คือเบสแค้มป์ ของยอดเขาโลบุเช่ (Lobuche Basecamp) เป็นปลายทางวันนี้ของเรา ฉันเดินโซซัดโซเซไปหาเต็นท์ของฉัน โยนทุกอย่างออกจากหลัง แล้วล้มตัวลงนอนคลายความเมื่อยและเหนื่อยล้าจากการเดินวันนี้

มาถึงโลบุเช่เบสแค้มป์ขณะที่หิมะกำลังตกหนัก

พักได้ไม่นานก็ไปทานอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้โดยพ่อครัวที่ประจำการอยู่ที่เบสแค้มป์แห่งนี้ อาหารง่ายๆ อย่างมักกะโรนีผัดเปล่าๆถูกส่งต่อให้พวกเราได้ทานกัน เพียงแค่อิ่มท้อง กินเพื่ออยู่ คือชีวิตที่เบสแค้มป์แห่งนี้ และไม่น่าเชื่อว่าฉันต้องอยู่ที่นี่ถึง 3 คืน และไม่ได้ขึ้นยอดโลบูเช่กับคนอื่นเค้าด้วย เพราะจู่ๆก็หมดความอดทนไปซะอย่างนั้น ทั้งที่ก็ไม่ได้มีอาการอะไร ก็เลยได้เดินเล่นชมวิวที่เบสแค้มป์ไปฉ่ำปอด

ชีวิตท่ามกลางภูเขาหิมะ บนความสูง 5000 เมตร

ยอด Lobuche เริ่มเป็นที่นิยมให้นักเดินเขา มาพิชิตยอดมากขึ้น การจัดการความสะดวกสบายก็เริ่มเข้ามา มีบริษัทมาตั้งเต็นท์สำหรับนักเดินเขา มีเต็นท์ใหญ่สำหรับจัดการเรื่องอาหาร ซึ่งเราก็ใช้บริการของที่นี่แหละค่ะ โดยที่เอเยนต์ที่เราติดต่อมาก็จะติดต่อกับทางนี้อีกที คล้ายๆเป็น Teahouse แต่เป็นแบบแค้มป์ตั้งเต็นท์ เหมาะสำหรับกลุ่มไม่ใหญ่มาก สะดวกที่ไม่ต้องจ้างลูกหาบเพื่อแบกเต็นท์ อุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องครัวขึ้นมาเป็นกลุ่มใหญ่หลายๆคนเหมือนการเดินขึ้นยอดKang Yatse อินเดีย หรือยอดคิลิมานจาโร
พ่อครัวดูจะเป็นหัวหน้าเด็กๆทั้งหมด เค้าบอกว่าอยู่ที่นี่ 2 เดือน แล้วก็กลับลงไปบ้านเขาอยู่ที่กาฎมัณฑุ เขามีหน้าที่ทำอาหาร ดูแลความเรียบร้อย ฉันถามว่าเคยขึ้นยอดบนนั้นบ้างมั๊ย เค้าว่าไม่เคยเลย และไม่เคยคิดจะขึ้นไปเพราะแพ้ความสูง ฉันได้ฟังแล้วก็แปลกใจ นึกถึงพ่อครัวแข็งแรงทำอาหารอร่อยตอนที่ไปเดินขึ้นยอด Kang yatse เค้าก็ให้เหตุผลเดียวกันว่าเขาขึ้นมาได้แค่นี้ 5000 เมตร ถ้าไปต่อก็จะแพ้ความสูง ปวดหัว แอบคิดว่าไม่น่าเชื่อคนที่มาถึงระดับ 5000 เมตร และยังทำงานเดินไปตักน้ำ ทำอาหาร ลุกขึ้น ลุกลงแบบพวกเขาจะแพ้ความสูง สงสัยว่าทำไมไม่ลองพยายาม ขนาดฉันเองยังตะเกียกตะกายมา อยู่ใกล้ๆ มีโอกาสก็น่าจะลองดูหลายๆครั้งก็ได้

แต่ละวันผ่านไปแบบสบายๆ ไม่วุ่นวาย แม้ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ไฮซีซั่นของแต่ละปี แต่สองสามวันนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นช่วงที่คนมาก เค้าว่าเคยมีมามากถึง 200 คน เวลาที่นี่ของฉันยาวนานเพราะเราตื่นกันแต่เช้าตี 5 กว่าๆ ก็ลุกออกมานอกเต็นท์ ชมวิวสวยๆขณะที่หาห้องน้ำตามธรรมชาติหลังก้อนหินน้อยใหญ่ที่อยู่รอบๆ เดินชมวิวไปรอบๆ แป็บเดียวก็ทั่วแล้ว แต่สายหมอก ปุยเมฆที่เคลื่อนตัวผ่านยอดเขา ทำให้เวลาที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้าไม่น่าเบื่อเกินไป ฉันละสายตามบางขณะมองขึ้นไปบนยอดเขา เห็นจุดเล็กๆสีดำค่อยเคลื่อนไปบนยอดสูง เราสามารถมองเห็นคนที่กำลังฝ่าฟันพยายามจากจุดนี้ เมฆครึ้มค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาพร้อมหิมะที่ตกในหลังเที่ยงทุกวันที่ฉันอยู่ที่นี่ ทำให้ต้องคอยลุ้นว่าคนบนนั้นจะเป็นอันตรายหรือไม่ ขอให้ลงมาอย่างปลอดภัยในขณะที่คนที่รอข้างล่างอย่างเราหลบเข้าไปพักอยู่ในเต็นท์ที่หิมะปกคลุมหนาขึ้น บางทีนั่นเป็นความสวยงาม ตื่นเต้นของคนที่อยู่ด้านล่างซึ่งมีต่อวิวสูงด้านบน จนไม่จำเป็นต้องไปหาความตื่นเต้นบนยอดสูงด้วยตัวเอง

พ่อครัว และทีมงานที่ประจำการที่โลบุเช่เบสแค้มป์ พวกกเขาต้องอยู่ที่นี่ 2 เดือนเพื่อคอยดูแล ให้บริการคนเดินทางที่จะขึ้นยอดโลบุเช่

ยอดเขาเดียวกันแต่เรามองขึ้นไปด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน คนที่อยากจะพิชิตขึ้นไปยืนบนยอดสูงสุด พวกเขาไม่เคยเห็นยอดนี้มาก่อน ขณะที่คนเห็นยอดสูงมาบ่อยครั้งกลับไม่มีความปรารถนานั้นเลย และในกลุ่มคนที่พิชิตยอดก็มาด้วยความแตกต่างกัน อย่างน้อยก็เท่าที่ฉันเห็น และพบเจอ
หนุ่มชาวบาสก์ 2 คน (ประเทศบาสก์อยู่ระหว่างฝรั่งเศสและสเปน เค้าบอกว่าเป็นประเทศอิสระเล็กๆ ซึ่งคนไม่ค่อยรู้จัก เค้ามีภาษาและธงของตัวเอง) มาถึงในวันที่เราจะขึ้นยอด และเราขึ้นในวันเดียวกัน คนหนึ่งดูแข็งแรงกว่า ทานได้เยอะ จากการพูดคุยกันเหมือนกับว่าพวกเขามาเดินเทรคครั้งนี้แต่ไม่ได้วางแผนแต่แรกว่าจะมาขึ้นยอด เพราะไกด์ที่เค้าจ้างมาสามารถทำได้เพียงแค่นำทางเทรค ไกด์เทรคจึงต้องไปหาไกด์ที่จะพาขึ้นยอด (Climbing Guide) ให้ ซึ่งจะตามมาจาก Dingboche คืนวันที่เดินขึ้นขณะที่ฉันกำลังกระย่องกระแย่งเดินตรงตีนเขา หนุ่มบาสก์ 2 คน เดินแซงหน้าเหมือนวิ่งขึ้นไปอย่างเร็ว และฉันพบว่าพวกเขาเร็วมากกว่าใครๆ เมื่อตอน 9 โมงเช้าพวกเขาก็กลับลงมาที่เบสแค้มป์ของเรา เขาบอกว่าถึงยอดตอน 7 โมงเช้าแล้วก็เดินกลับมา นี่มันเหมือนขึ้นไปเดินเล่นชัดๆ !!!

สาวจากเปรู เดินมาที่แค้มป์ขณะที่ฉันรอเพื่อนขึ้นยอด เธอมาคนเดียวพร้อมกับไกด์ที่เดินตามมาห่างๆ เธอรู้จักเมืองไทยดี เพราะเคยเป็นครูสอนดำน้ำที่ภูเก็ตมาหลายปี ก่อนจะย้ายไปอยู่อียิปต์ปีที่ผ่านมา คนนี้วางแผนเก็บครบทุกยอดในหุบเขาเอเวอร์เรสต์ หลังจากโลบุเช่ จะไปไอส์แลนด์พีค ข้าม Amphu Lapcha Pass (5845m. )  เพื่อไปยอดเมราต่อ แผนการณ์เธอยิ่งใหญ่มากจนฉันอยากตามรอย แต่พอมายืนต่อหน้า Amphu Lapcha Pass ก็สะดุดหยุดลงโดยทันที หวังว่าสาวเปรูจะสำเร็จดังมุ่งหวัง เพราะลักษณะเธอก็แข็งแรงไม่เบา มาถึงที่เบสแค้มป์ของเราทานข้าวไป 2 จาน ไม่มีทีท่าเบื่ออาหารแบบฉันซักนิด

ยังมีคุณลุงวัย 60กว่า รูปร่างสูงใหญ่ สุดสมาร์ท มาขึ้นยอดพร้อมลูกสาวสองคน โลบูเช่เป็นยอดที่สองหลังจากที่มาจากไอส์แลนด์พีคแล้ว คนๆนี้ตอกย้ำการดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตที่น่าชื่นชม เป็นแบบอย่าง คิดว่าถ้าเราวัยนี้แล้วมีลูกสาวมาด้วยกันคงน่ารักดี

หนุ่มน้อยจากชาติไหนก็ไม่รู้เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง มาพร้อมกับคนสูงวัยกว่า ที่มองดูแล้วไม่น่าจะเป็นพ่อลูกกัน เขานั่งอยู่ในเต็นท์ทานอาหารแล้วขณะที่ฉันเดินเข้าไปเพื่อทานมื้อแรกบนเบสแค้มป์ สะดุดทีรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตายังเด็กๆ หน้าถูกแดดเผาจนเกรียมแดง เขาทำให้ฉันนึกถึงนักปีนเขาลูกครึ่งออสเตรีย-เนปาล เดวิด ลามา ที่ต่อมาหลังจากกลับจากปีนเขาก็ได้ข่าวว่าเดวิด ลามาเสียชีวิตขณะปีนเขาแล้ว นึกกลับไป กลับมาถึงหนุ่มคนนี้ก็รู้สึกแปลกๆดี ที่ขณะเดินเขาหลังจากนั้นฉันนึกถึงเดวิด ลามา มาตลอดจนต้องกลับมาเปิดดู YouTube เพื่อติดตามข่าวคราวแล้วจึงได้ทราบข่าวการเสียชีวิต เพราะถ้าไม่อย่างนั้นก็คงไม่รู้ข่าวน่าเศร้าในเวลาใกล้ๆนี้เลยเป็นแน่

นอกจากกลุ่มที่ต้องมาใช้บริการของคนดูแลเต็นท์บนโลบุเช่เช่นเดียวกับเรา ทำให้เราได้เจอคนหลายๆคนแล้ว ยังมีกลุ่มอื่นที่มาตั้งแค้มป์กันเอง นำเต็นท์อาหาร เครื่องครัวมาทำกันเอง ซึ่งจะมาเป็นกลุ่มใหญ่ๆหลายคน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพวกเรา ส่วนใหญ่คนที่มาถึงเบสแค้มป์จะขึ้นยอดในวันนั้นกันเลย เพื่อกลับออกไปในวันถัดไป

ปล.ฉันอยากแนะนำว่า เพื่อความคล่องแคล่ว และเคยชิน เมื่อมาถึงเบสแค้มป์นี้แล้ว ทุกคนควรจะเปลี่ยนมาใส่รองเท้าที่จะใส่ขึ้นยอดเช่น Single boots หรือ Double boots เพื่อให้คุ้นเคย น่าจะทำให้เดินได้เร็วและคล่องตัวมากขึ้นเมื่อต้องเดินท่ามกลางความมืดตอนตี 2 ฉันเห็นหลายๆคนใส่ แต่ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น ก็เลยรู้สึกว่าตัวเองไม่เตรียมพร้อมเท่าคนอื่นเลย

ถ้าการเดินทางคือประสบการณ์ สำหรับทริปนี้ วันเวลาที่นี่ก็คือสิ่งใหม่สิ่งหนึ่งสำหรับฉัน

เพราะไม่ได้ขึ้นไปบนยอดเขา และมีเผื่อเวลาพัก ฉันเลยมีเวลาว่างๆ 2 วันเต็มที่เบสแค้มป์ นับได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกดี เหมือนมาติดอยู่กลางภูเขาหิมะ ใช้ชีวิตในเต็นท์ซะหลายคืน ชีวิตไม่ลำบากเพราะมีอาหารการกินครบทุกมื้อ มีที่หลบลม หลบหิมะในเต็นท์ที่แข็งแรง แม้ว่าจะพรึ่บพรั่บไปหน่อยตอนลมมาแรงๆยามค่ำคืน ต้องคอยออกมาตบมาเคาะเต็นท์ตอนที่หิมะเริ่มจับหนา ยามสายที่แดดแรงก็เอาถุงนอนผ้าห่มออกมาตาก เพื่อช่วยบังแดดแรงที่ส่องเข้าไปในเต็นท์ให้ฉันนอนได้สบายๆ คนที่นี่เป็นมิตร ยิ้มแย้ม ให้ความช่วยเหลือแม้จะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องตามประสาชาวเนปาลน้ำใจดี ความหนาวเป็นอุปสรรคบ้าง แต่การเตรียมพร้อมที่ดีทำให้ไม่ทรมานเกินไป เป็นชีวิตที่เรียบง่าย นั่งมองวิว อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อากาศที่บริสุทธิ์สูดหายใจได้เต็มปอด ยิ่งเมื่อเทียบกับอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นที่เมืองไทยที่ผ่านมาแล้ว อยากจะกอบโกยแล้วเก็บไว้มาใช้งานที่เมืองไทยซะให้ได้

เมื่อย้อนคิดกลับไป จนถึงวันนี้ฉันยังไม่เคยนึกเสียใจที่ไม่ได้พิชิตยอดโลบุเช่ แต่กลับดีใจที่ได้ประสบการณ์ชีวิต 4 วัน 3 คืน ณ โลบุเช่เบสแค้มป์ เป็นความรู้สึกประทับใจกับทุกสิ่งเบาๆ ที่ยาวนาน และฉันว่าฉันจะคิดถึงเวลาที่ฉันเดินไปรอบแค้มป์และชีวิตของฉันทีนี่เสมอ

ตอนเช้าอากาศสดใส ฟ้าสวย กับบรรยากาศดีดี

คลิปช่วงเวลาบนโลบุเช่เบสแค้มป์ ซึ่งเราเข้าใจว่าคือไฮแค้มป์มาตลอด จนกระทั่งป๋าคมรัฐไปขึ้นยอดแล้วบอกว่า ผ่านไฮแค้มป์(High Camp) ที่อยู่สูงขึ้นไปอีก

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.