• Menu
  • Menu

Leaning Tower of Pisa : First Impression in Italy

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

pisa

นอกจากรองเท้าบู๊ท ของอิตาลี กรุงโรม ฟุตบอลกัลโช่แล้ว หอเอนแห่งเมืองปิซา เป็นเรื่องราวที่เราได้ยินชื่อเสียงมาแต่เด็กๆ  รูปภาพของหอเอียงๆแห่งนี้ กับเรื่องราวการค้นพบกฏของแรงโน้มถ่วง ทำให้เด็กนักเรียนหลายคน จดจำมันได้มากกว่าเรื่องราวของตึกสวยๆ ในเมืองไทย และนั่นอาจเป็นความใฝ่ฝันทำให้อยากมาเห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ ซักครั้ง แม้จะไม่ได้มาหย่อนผลแอ็ปเปิ้ล และขนนกที่นี่ก็ตาม ดังนั้นเมืองปิซาจึงเป็นเมืองที่ต้องถูกบรรจุใส่ไว้ในแผนการเดินทางครั้งแรกในอิตาลี

ฉันเดินทางมาถึงโรมแต่เช้าตรู่พร้อมๆ กับสายการบินต่างๆจากแถบเอเชีย หลายไฟลท์ เช้านี้จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแถบแถวบ้านเราทั้งจีน ฟิลิปปินส์ รวมทั้งคนไทยอีกหลายคน ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ก็มานั่งเตร็ดเตร่รอเพื่อนที่จะตามมาสมทบตอน 9 โมงเช้าอีก 2 คน การเดินทางในยุโรปและประเทศที่มีการพัฒนาแล้วอย่างนี้ เรื่องการเดินทางไม่เป็นปัญหา หากได้ศึกษามาอย่างดี เพราะต่อเครื่องบิน ขึ้นรถไฟ หรือขึ้นรถบัส ก็ทำได้ง่ายแม้เดินทางด้วยตนเอง

เริ่มต้นด้วยความเรื่อยเปื่อยไม่เร่งรีบ แต่สุดท้าย ก็ต้องลุ้นวิ่งขึ้นรถไฟ เพราะไฟล์ทของเพื่อนสาว 2 คน ดีเลย์นิดหน่อย ทำให้ 2 คนต้องรีบวิ่งมาขึ้นรถไฟ ซึ่งเป็นเที่ยวสุดท้าย ที่จะทำให้เราไปทันขึ้นรถไฟต่อไปฟิเรนเซ่ หรือฟลอเรนซ์ ที่ฉันจองไว้เที่ยว 11.30 จาก Roma Termini ไป Firenze การจองล่วงหน้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต ประหยัดค่าจองไปได้คนละ 6 ยูโร (ส่วนลด 15%) แต่ถ้าจะทำให้เราไปไม่ทันนี่ ถึงขั้นจะต้องสูญเงินกันคนละ 36 ยูโรไปเลย ดังนั้นต้องรีบวิ่งค่ะ

จากสนามบิน เราเดินทางไป Roma Termini ด้วยรถไฟด่วน ลีโอนาร์โด ค่าตั๋ว 11 ยูโร ใช้เวลา 30 นาที เราก็มาถึง Roma Termini จากนั้น ก็รีบสาวเท้าลากกระเป๋า มองหาแพลทฟอร์มสำหรับรถไฟเที่ยวต่อไปของเราทันที สอบถามจากจนท.แล้ว ไกลกันพอดู ก็ต้องทั้งวิ่ง ทั้งลาก เนื่องจากรถไฟที่นี่ออกตรงเวลาค่ะ และเราต้องจองทีนั่ง ขึ้นรถไฟ ตามขบวนเวลาที่จองไว้ หากพลาดขบวนไป ก็คือพลาดไปเลย ไม่สามารถใช้ตั๋วขึ้นเที่ยวต่อไปได้ แต่พวกเราก็ทำเวลากันได้ดี ขึ้นรถไฟทันก่อนออกนิดเดียว

ฉันวางโปรแกรมวันแรกไว้ที่ เมืองปิซา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมือง Firenze เราเข้าไปเช็คอินที่ hostel Archi Rossi แล้วกลับมาขึ้นรถไฟต่อไป Pisa โดยลงที่สถานี Pisa Centrale งกๆ เงิ่นๆ กันอยู่ซักพัก ก็ตัดสินใจเดินไปหาหอเอนโดยที่ไม่มีแผนที่ใดๆ อยู่ในมือกันทั้งสามคน แต่คิดว่าถามทางไปเรื่อยๆ น่าจะเจอ เพราะที่นี่ไม่ใช่เมืองใหญ่ ซึ่งก็เป็นอย่างที่คาด แถมระหว่างทางยังได้ชมเมืองไปเรื่อยๆ เห็นอาคารบ้านเรือนของเมืองนี้แล้วน่าอิจฉา เพราะสวยงามทั้งสีสัน และวันอากาศดีอย่างนี้ แสงอาทิตย์ยิ่งช่วยให้เมืองดูอบอุ่น ตรอก ซอกซอยเล็กๆ ก็มีชีวิตชีวา ไปด้วยผู้คน ที่ออกมาเดินเล่น ขี่จักรยาน และ Scooter พาหนะยอดนิยมของคนอิตาลี ทั้งยังคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ดูแล้วเหมือนจะมากกว่าคนท้องถิ่นเอง ร้านอาหารริมทางจัดอย่างสวยงาม น่านั่ง แต่ราคาแสนแพง อย่างพวกเราที่หลงเข้าไปนั่งสั่งมาแค่ สปาเก็ตตี้ กับ เพเน่ น้ำ 2 ขวด โดนไปซะ 25 ยูโร  แพงไม่ว่า แต่ไม่อร่อย เลยต้องไปฝากท้องที่ร้านพิซซ่า ถัดไปอีกหน่อย ราคาไม่แพง (สำหรับที่นี่นะคะ) 2 ยูโร

หลังจากข้ามแม่น้ำอาร์โน (Arno) เดินไปอีกซักพัก ก็เห็นหอเอนอยู่ข้างหน้า เรารีบจ้ำเดินไปให้ถึงจุดหมายของวันนี้ ถึงแม้จะรู้มาบ้างแล้วว่า หอเอนมันไม่ได้ตั้งอยู่อย่างโดดๆ อย่างที่เคยเข้าใจมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ก็ยังทำให้ฉันนึกยินดีที่ได้มาถึง และได้เห็นภาพมุมที่กว้างขึ้นของหอเอน เพราะดูโอโมของเมืองปิซาที่ อยู่เคียงข้างกัน ก็มีความงดงามไม่แพ้กับที่ใดๆ แถมมีรูปแบบและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอีกด้วย หอเอนนี้ถูกสร้างเพื่อเป็นหอระฆังของดูโอโม หรือกลุ่มโบสถ์แห่งเมืองปิซาแห่งนี้ ฉันเชื่อว่าถึงหอระฆังไม่เอน เอียงๆ อย่างที่เห็น ดูโอโมของเมืองปิซา ก็น่าจะสร้างชื่อเสียงให้ผู้คนมาเยือนเมืองนี้ได้ด้วยความงดงามของตัวเอง

Piazza del Duomo (“Cathedral Square) บริเวณนี้ประกอบด้วย 4 อาคารสำคัญ

  • Duomo หรือ โบสถ์ซานต้า มาเรีย อัสซุนต้า
  • หอระฆัง หรือ หอเอนที่มีชื่อเสียง Leaning Tower
  • Baptistery สถานที่ทำพิธีศีลจุ่ม ใหญ่ที่สุดในอิตาลี
  • Campo Santo   อาคารที่สร้างเป็นหลังสุดท้ายของกลุ่มวิหารแห่งนี้ สำหรับเป็นสุสานประจำเมือง

บนสนามหญ้าสีเขียว ตัดกับตัวตึกสีเขียวในวันอากาศดี สดใด ฉันและเพื่อนๆ แยกย้ายกันถ่ายรูปเก็บมุมโน้น มุมนี้กันอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อยของการเดินทางกว่า 16 ชั่วโมงบนเครื่องบิน และรถไฟ บรรยากาศดีๆ ได้นั่งมองผู้คนที่มีความสุข ยืนยกมือ แอ็คชั่นถ่ายรูป ที่จะดันหอให้ตรงกันอย่างสนุกสนาน ซักพักเจ้าหน้าที่ก็มาเป่านกหวีดไล่ เพราะที่จริงบนสนามหญ้าเค้าไม่ให้เข้าไปย่ำกัน แต่คงห้ามได้ยาก เพราะใครๆ ก็อยากได้ภาพสวยๆ เท่ห์ๆคู่กับหอเอนแห่งนี้กันทั้งนั้น ความอิ่มใจที่ได้เห็นตึกสวยๆ และมาสัมผัสของจริงของภาพหอเอนที่เห็นแต่ในหนังสือ เหมือนหน้ากระดาษเก่าๆ ของหนังสือประวัติศาสตร์เล่มนั้น มันมีมิติขึ้นมา  ฉันไม่ได้ขึ้นไปบนหอเอน เพราะพรุ่งนี้จะไปขึ้นบนโดมของดูโอโมแห่งเมืองฟิเรนเซ่ มาเที่ยวเมืองที่ค่าครองชีพสูงๆขนาดโค้กขนาด 12 บาทบ้านเรา แต่ที่นี่ขวดละ 100 บาท ก็ต้องประหยัดกันหน่อยค่ะ ไม่งั้นวันหลังๆ อาจต้องกินแกลบแทน

ไปรอบนี้ไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปประจำตัวไป แต่ไปลองกล้องวีดีโอตัวใหม่ ยังมือใหม่มากๆ กลับมานั่งดูแล้วมันส่ายไป ส่ายมา เวียนหัวมากๆ แต่ก็พยายามปะติดปะต่อ เรืองราว กล้องวีดีโอก็ดีนะคะ ได้อีกอารมณ์นึง เห็นเรื่องราว ความเคลื่อนไหว แต่สีจืดจัง ไม่งามเหมือนของจริง ยังไงจะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นในทริปต่อไปค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกเราไปเที่ยวในเมืองฟิเรนเซ่กันแล้ว ได้ขึ้นไปบนโดมชมเมืองสวยๆ ในมุมสูงของฟิเรนเซ่อย่างที่ตั้งใจ  และก็เป็นวันสุดท้ายของเราในอิตาลีด้วย เพราะเกิดเรื่องคาดไม่ถึง ทำให้ต้องรีบกลับเมืองไทยโดยด่วน แล้วจะเล่าให้ฟังต่อนะคะ

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: