Lunar Travel WorldA Legend of Travel

บนเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ : กิลกิต-ซอสท์

Home » Blog » Asia » Pakistan » บนเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ : กิลกิต-ซอสท์

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

นับเป็นวันที่ 3 ของการเดินทางในประเทศปากีสถาน ซึ่งเราเน้นลัดเลาะทำความรู้จักกับธรรมชาติ ความสวยงาม ผู้คน วิถีชีวิตบนเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ อันเป็นทางหลวงสายมิตรภาพระหว่างปากีสถานและจีน ดังนั้นการท่องเที่ยวครั้งนี้จึงเป็นการนั่งรถเป็นส่วนใหญ่ ออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ถึงปลายทางในตอนเย็นเพื่อหลับนอน คืนวันก่อนเรามาถึงเมืองกิลกิต ได้มีโอกาสมาพักที่ Eagle Nest ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีจุดชมวิวที่สวยมาก แต่ฉันจะได้เห็นความสวยงามนั้นในยามเช้า เพราะกว่าเรามาถึงที่นี่ก็ฟ้ามืดมองไม่เห็นอะไรซะแล้ว

ฉันสะบัดอากาศเย็นสบายยามเช้าตอนตี5 ลุกจากเตียงนอนธรรมดาๆ แต่แสนสบายเพราะเพลียเต็มที่จากการนั่งรถสมบุกสมบันมาตลอดทางเมื่อวานนี้ เพื่อหวังจะได้ไปชมแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องทั่วท้องฟ้า ดวงอาทิตย์สุกใสโผล่พ้นยอดเขา Hunza มีนิ้วมือหญิงสาว (Lady Finger)ปะทะแสงเด่นท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่รอบๆ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าเช้านี้ท้องฟ้าหม่นไปด้วยเมฆขาวเต็มท้องฟ้า แสงเงินแสงทองเลยกระจายออกอยู่หลังกลุ่มเมฆที่บดบัง ที่สำคัญแสงแรกที่เปิดส่องสว่างท่ามกลางฟ้ามืดหมดไปตั้งแต่ตี4 ตามคำบอกกล่าวของเพื่อนช่างภาพที่ตื่นมาก่อนตั้งแต่ตี3

“โอ้โห มาตี5 ยังไม่ทันอีกเหรอเนี่ย” เดินบ่นไปตามประสาคนตื่นสายเป็นประจำ

เทือกเขาใหญ่น้อยเรียงรายลดหลั่น มีหินก้อนเล็กใหญ่ และชะง่อนผาหินอยู่ระหว่างทางเดิน ไกด์ตัวดีกระโดดขึ้นไปนั่งในซอกหลืบหินรอพวกเรา เขาสวมเสื้อเชิ้ตปล่อยยาวเหนือกางเกงผ้า และหน้าตาคมเข้ม หนวดเฟิ้มโผล่หน้าออกมา ฉันนึกถึงพวกมูจาฮีดินที่เห็นตามหน้าข่าวและภาพยนตร์ ลมแรงและอากาศหนาวทำให้เขาขึ้นไปนั่งหลบอยู่บนนั้น กลายเป็นสไตล์ชีวิตของชาวปากีสถานที่เห็นครั้งแรกฉันกลับรู้สึกชินตา และขำที่เขาปีนขึ้นไปหลบหนาวอยู่ในซอกหินสูงนั้น จากเทือกเขาสีเขียวปนน้ำตาล ถูกล้อมด้วยเขาที่สูงกว่าไปจนถึงเทือกเขาหิมะสูง ฉันหันไปมองรอบๆ สายตาปะทะกับยอดเขาแหลมยาว Lady Finger ยอดเขาที่มีลักษณะคล้ายนิ้วมือหญิงสาวปะทะเข้ากับสายตาโดยไม่ต้องถามไกด์ ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และฉันมาที่นี่ก็เพื่อจะได้ยลโฉมนิ้วมืองามๆที่มีชื่อเสียงของฮุนซ่า ส่วนลูกอื่นๆ ยอดอื่นๆ ไกด์มาชี้และบรรยายให้ฟัง ขณะนี้เรายืนอยู่ตรงกลางของเทือกเขามีชื่อที่รายล้อมอยู่รอบด้าน นอกจาก Lady Finger ยังมียอด Hunza ,Ultra 1,2 อีกด้านก็ได้เห็นยอด Rakaposhi,Mir และ Golden Peak ฉันเดินส่องมองดูแต่ละยอด พยายามส่องแทบทุกจุดเพราะเป็นวิวที่แปลกตาไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน และที่นี่ทำให้เกิดความรู้สึกใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้นกว่าครั้งไหนๆ อากาศเย็นสบายจนทำให้รู้สึกอยากเดิน เดิน เดิน ไปเรื่อยๆเพื่ออิ่มเอมกับความงดงามรอบตัวจนกระทั่งความร้อนยามสายเริ่มมาเยือน พระเจ้าแห่งขุนเขาเริ่มไกลเกินกว่าจะเข้าไปใกล้ชิด ฉันเดินกลับมาที่พักเพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อ

วิวจากจุดชมวิว Eagel Nest
ฉันและ Lady Finger ยอดนิ่วมือหญิงสาวด้านหลัง ภาพประทับใจที่น้องช่างภาพฝีมือดีช่วยถ่ายให้เป็นที่ระลึก

หลังอาหารเช้าเราแวะไปเที่ยวชมป้อมปราการบัลติท (Baltit Fort) ซึ่งมีความเก่าแก่ประมาณ 750 ปี เคยเป็นพระราชวังเก่าผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบแคชเมียร์และทิเบต น่าเสียดายที่เราเพียงแค่แหงนคอมองดูแต่เพียงรอบนอก ไม่ได้เข้าไปชมด้านใน เพราะวันนี้เรายังต้องเดินทางต่อเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองซอสท์(Sost) ในตอนเย็น

เทือกเขาสูงใหญ่ยังคงโอบล้อมใกล้ชิดอยู่สองข้างทางที่รถแล่นไปตามถนนคดโค้ง เหนือเนินเขาเตี้ยแห้งซึ่งมีร่องรอยกัดเซาะจากลมฝนถูกปกคุลมด้วยต้นไม้เขียว เป็นความร่มรื่นยามหน้าร้อนของหุบเขาฮุนซ่า สลับไปกับสวนผลไม้แอปริคอท วอลนัท เชอรี่ แต่งเติมสีสันให้น่าดูชม กระทั่งประกายน้ำใสสีเทอร์ควอยซ์แว๊บเข้ามาเมื่อพ้นเหลี่ยมเขาหนึ่ง เรามาถึงทะเลสาบอัตตาบัด (Attabad Lake) สีสวยของทะเลสาบทำให้ฉันตื่นเต้นจนอยากรีบลงจากรถมาเห็นใกล้ๆ แม้ขณะนั้นทั่วทั้งบริเวณคละคลุ้งไปด้วยฝุ่นหนาท่ามกลางแดดแรงยามเที่ยง รถขนหิน ดินทรายพลุกพล่านอยู่ทั่ว มึแรงงานชาวปากีฯ ในชุดพื้นเมืองกำลังขะมักเขม้นกับการแบกหาม ในอีกมุมหนึ่งด้านล่างหุบเขามีเรือโดยสารเพื่อพานำคนเดินทางข้ามฝากไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำสีสวยนี้ เพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังเมืองกุลมิต (Gulmit)

เตรียมข้ามทะเลสาบอัตตาบัด

พวกเราช่วยกันย้ายข้าวของสัมภาระลงจากรถตู้ เพื่อขึ้นเรือโดยสาร เพราะการข้ามทะเลสาบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางบนถนนสายคาราโครัม ไม่เพียงแค่ได้ชื่นชมกับความงาม ฉันรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นด้วยการเดินทางไปบนทะเลสาบสีสวย ใสสะอาด แต่เมื่อไกด์เล่าความเป็นมาของทะเลสาบนี้ ฉันกลับพบว่าภายใต้ความงามนี้เกิดขึ้นจากหายนะเมื่อ 3 ปีก่อน ทะเลสาบเกิดจากเหตุการณ์ดินถล่มเมื่อปี 2010 ดินถล่มลงมาจนปิดเส้นทางแม่น้ำฮุนซ่า และสร้างความเสียหายให้กับหมู่บ้าน 3 แห่ง รวมทั้งถนนที่สัญจรก็ยังจมอยู่ภายใต้ทะเลสาบนี้ด้วย มีผู้เสียชีวิตและต้องไร้ที่อยู่เป็นจำนวนมาก ภาพคนงานก่อสร้างที่ฉันเห็นท่ามกลางฝุ่นหินหนา ก็คือกำลังก่อสร้างเส้นทางใหม่เพื่อให้ถนนสายคาราโครัมไฮเวย์ได้กลับมาต่อเนื่องสมบูรณ์เช่นเดิม โดยสร้างเป็นอุโมงค์ลัดเลาะไปตามริมฝั่งทะเลสาบแทน หลังหายนะกว่าครึ่งปีแอ่งน้ำที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ดินถล่มกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมจุดหนึ่งบนเส้นทางคาราโครัม เพราะสีสันที่สวยงามของทะเลสาบและทิวทัศน์เทือกเขารอบๆ ฉันใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็มาถึงอีกฝากของทะเลสาบซึ่งมีเทือกเขาพัสสุ (Passu Mountain) เป็นภูเขาที่มียอดแหลมหลายยอดเรียงรายจับกลุ่มอย่างน่าเกรงขามอยู่ด้านหน้า

เราแวะดื่มชา เดินเที่ยวเล่นในสวนแอปริคอตที่กุลมิต (Gulmit) จากนั้นแวะ สะพานแขวนฮุสไซนี (Hussaini) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสะพานแขวนที่อันตรายที่สุดในโลก อยู่เหนือทะเลสาบบอริท (Borist Lake) ก็สมควรจะเป็นเช่นนั้นเพราะสะพานแขวนยาวไกล สภาพร่องแร่งเต็มทน ขึงด้วยลวดสลิง มีท่อนไม้มัดเป็นท่อนห่างๆ สำหรับเดินข้ามไปอีกฟากของทะเลสาบ เห็นสภาพแล้วคิดว่าไม่ควรเสี่ยง ก็ได้แต่เพียงมาดูให้เห็นเพราะเป็นทางผ่าน และถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก อีกอย่างที่สำคัญคือเราไม่ได้มีธุระอะไรที่จะต้องไปฟากโน้นด้วย

ธารน้ำแข็งปรากฎอยู่ตรงหน้าบนเส้นทางระหว่างเดินทางบนถนนสายคาราโครัมไฮเวย์
เดินเท้าเข้าไปชม Passu Glacier ธารน้ำแข็งยาวไกลไปจนถึงภูเขาน้ำแข็งลูกใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง

ฉันสังเกตุว่าหลังจากข้ามทะเลสาบมาแล้ว บนถนนดูโล่งสว่างตาขึ้น เนื่องเพราะเทือกเขาสูงอยู่ห่างออกไปจากริมถนนและเส้นทางตัดตรงยาวมากกว่า เทือกเขาทางฟากนี้ดูแปลกตาด้วยยอดแหลมหลายยอดเป็นฟันเลื่อย (Cathedral Mountain) ตั้งแต่ที่ได้พบตรงปลายทางทะเลสาบอัตตาบัด อากาศเริ่มเย็นขึ้นเพราะอยู่บนพื้นที่ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ฉันเห็นหิมะประปรายโรยทั่วไปเหนือกลุ่มยอดเขาแหลม ธารน้ำแข็ง (Glaciers) สีขาวปรากฎตรงหน้าบริเวณทางโค้งริมถนน เป็นทิวทัศน์ที่งดงามเหนือความคาดหมายจากการนั่งรถที่ยาวนาน รถของเราเลี้ยวเข้าตรงทางแยกเพื่อนำพวกเราเข้าไปชมพัสสุกลาเซียร์ (Passu Glacier) หนึ่งในกลาเซียร์บริเวณนั้นอย่างใกล้ชิด ด้วยการเดินเท้าเข้าไปชมด้านในซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวไกลสุดสายตามีภูเขาน้ำแข็งสีขาวอยู่ตรงปลายทาง เราเดินเข้าไปเพียงสั้นๆลัดเลาะตามริมเขาและข้ามไปเดินบนธารน้ำแข็งซึ่งอยู่บริเวณรอยต่อกับพื้นดิน บริเวณนี้ธารน้ำแข็งจึงไม่ค่อยขาวสะอาด เป็นครั้งแรกที่ฉันมีโอกาสเดินไปบนธารน้ำแข็ง เราต้องคอยช่วยกันจูงมือ กระโดดข้ามพื้นน้ำแข็งที่ลื่นและกำลังละลายเปรอะเปื้อนด้วยดินโคลน ไกด์บอกว่าเราไม่สามารถเดินลึกเข้าไปมากเกินไปเพราะจะเป็นการทำลายธารน้ำแข็งที่สวยงาม แต่เพียงเท่านั้นก็เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจอีกเรื่องหนึ่งในวันนี้ของฉัน เราใช้เวลาไม่นานประมาณ 1 ชั่วโมง จึงออกเดินทางกันต่อเพื่อเข้าใกล้ชายแดนปากีสถาน-จีน แล้วพักกันที่เมืองซอสท์(Sost) เมืองชายแดนสุดท้ายของปากีสถานก่อนเข้าจีน

ปลายทางวันที่เมืองซอสท์ (Sost) เมืองชายแดนปากีสถานก่อนเข้าสู่จีน

หลังอาหารเย็นฉันหลับลงอย่างรวดเร็วจากความอ่อนเพลียของการเดินทาง อากาศที่เมือง Sost เย็นสบาย เราพบกับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ และท้องถิ่นหลายกลุ่มทั้งขับรถ ขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่มาเที่ยว ส่วนใหญ่สิ้นสุดการเดินทางที่เมืองนี้แล้วย้อนกลับ หรือไปยังเมืองอื่นในปากีสถาน มีไม่กี่กลุ่มที่เดินทางผ่านพรมแดนไปต่อจีน เพราะความยุ่งยากการขอวีซ่าผ่านแดนระหว่างสองประเทศ ซึ่งพรุ่งนี้พวกเราก็ต้องมาลุ้นว่าขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เดินทางสะดวกโยธิน

บันทึก 3 กันยายน 2013

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.