• Menu
  • Menu

How to – ไปยังไง ไปแบบไหน ลาดักค์-แคชเมียร์ (2)

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

+ JEEP

ด้วยเส้นทางทีผ่านเขาสูง ชนิดที่เรียกว่าขึ้นเขาลงห้วยกันทีเดียว
กับหนทางที่ยาวไกลหลายร้อยกิโล
และเพื่อความประหยัด กับการเลือกชมวิวสองข้างทางอย่างใกล้ชิด
เราเลือกใช้การเหมารถซึ่งเหมาะสำหรับกลุ่มเราซึ่งมีกัน 5 ชีวิต
รถจี๊ปมีหลายประเภท ส่วนใหญ่ราคาจะเท่ากัน
มีบางแห่งก็แบ่งราคาตามประเภทรถ ต้องสอบถามให้ละเอียด
ส่วนใหญ่จะเป็นโตโยต้าซูโม่,ควอลิส (Toyota Sumo/ Toyota Qualis)
เรานั่งทั้งสองแบบ แบบควอลิส(Quolis) จะใหญ่กว่าเล็กน้อย
ถ้าเป็นรุ่น Innova ก็จะดูสะดวกสบาย รุ่นนี้ไม่ได้นั่งเลยค่ะ
เหมือนที่วิ่งในบ้านเรา แต่เครื่องใหญ่กว่า 2500 ซีซี
ส่วนอีกแบบที่ใช้บริการก็คือยี่ห้อทาทา รุ่น Scorpio
รุ่นนี้ใหญ่ เรารู้สึกว่าใหญ่กว่า Qualis ด้วยซ้ำ

แต่ตอนขึ้นรถไม่ว่ารุ่นไหน ก็ต้องขึ้นอยู่กับคนขับดูแลเอาใจใส่รถรึไม่ด้วยนะคะ
เพราะเราต้องนั่งกับเค้าไปทั้งวัน
รอบนี้เราหารถกันรายวันเลยค่ะ เลยได้เจอคนขับหลายแบบ
มีทั้งแบบซิ่งสะใจ แบบใจเย็นให้เรานั่งสบายใจ
แบบเอาใจใส่ดูแลพวกเราคอยวิ่งเปิด-ปิดประตู
และแบบที่แย่มากๆ รถสกปรกไม่เคยล้าง แถมสูบบุหรี่ในรถ นิสัยไม่ดี
นั่งไปนินทากันไป กว่าจะแยกจากกันได้แถบถีบส่ง

สำหรับการหารถและต่อรองราคา
เราใช้วิธีการไปติดต่อที่ศูนย์แท็กซี่ไม่ได้ผ่านเอเย่นต์นายหน้า
ซึ่งทำให้ราคาถูกลงมา
เช็คราคาหลายๆแห่ง แล้วก็มาต่อรองกัน
บางทีก็ไปคุยกับเจ้าของรถระหว่างไปเที่ยว ขอเบอร์แล้วก็ติดต่อกันโดยตรง
ประหยัดไปได้เยอะค่ะ เพราะไม่ต้องผ่านนายหน้าหรือเอเย่นต์

ตอนไปติดต่อเช่ารถที่เลห์ เค้าจะมีราคามาตรฐานเป็นเล่มเลยค่ะ
นั่งรอพี่แกเช็คราคานานมาก ทั้งที่ไปแค่ไม่กี่ที่
นั่งคิด อย่างเครียด ยังกับคิดเลขถอดสูตร ใส่สแควร์รูท
กว่าจะได้ราคามา คิดไปคิดมา เราก็ไม่ได้ใช้บริการของเค้า
เดินออกมาเจอคนขับรถด้านหน้าจอดเรียกลูกค้า
พูดกับแกสอง สามคำ บอกราคาได้ทันที ต่อรองกันนิดหน่อย
เสร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว แถมถูกกว่าด้านในอีก

ราคาคร่าวๆ ที่เราได้ในการเดินทางนะคะ

  มะนาลี-เลห์ 2 วัน 1 คืน ค้างคืนที่ Keylong หรือ Sarshu 12,000-16,000 รูปี   
นั่งมาด้วยกัน 2 วัน ก็ดีตลอด เสียอย่างเดียวตอนมาถึงเลห์ ยังกับจะไล่เราลง มาส่งที่สถานีรถ ขอให้ช่วยวนไปส่งที่โรงแรมก็ไม่ยอม

  เหมารถ 3 วัน
วันแรกไปวัดเฮมิส Hemis Gompa/ Matho Gompa
วันที่สองไปทะเลสาบพันกอง Pankong Tso-สแปงมิค Spankmik Valley (ไป-กลับภายในวัน)
วันที่สามไปนูบร้า วัลเล่ย์ (Nubra Valley) 9,500 รูปี
คนขับรถคนนี้ถูกใจเราที่สุด ไม่ค่อยพูด ดูแลรถดี ขอจอดตรงไหนไม่มีขัดใจ

  เหมารถ 1 วันเที่ยวรอบๆเลห์ – Thiksey, Stok Palace, Choglamsar ,Shey และ Shanti stupa 1,000 รูปี (รถเล็ก)
คุณลุงคนขับพูดเก่ง พาไปหามุมถ่ายรูปแถมมีขอเช็ครูปอีกว่าผ่านมั๊ย …

  เลห์-ศรีนาการ์ 2 วัน 1 คืน ค้างคืนที่ Kargil 7,500 รูปี
ตาคนนี้แหละค่ะ ที่บ่นให้ฟังแต่ต้น นิสัยไม่ดีขี้บ่น แถมยังสูบบุหรี่ รถสกปรกมาก ไม่ค่อยดูแล
ตอนเกือบถึงศรีนาการ์ขับรถยางระเบิดเลยค่ะ โชคดีไม่ไประเบิดบนเขา คิดแล้วเสียว  

  เหมารถเที่ยวในศรีนาการ์ดูมัสยิด,สวนต่างๆ  1,200 รูปี
วันสุดท้ายไปส่งที่สนามบินศรีนาการ์ 400 รูปี ไปคนเดียวเลยค่ะ แพงหน่อยแต่ขอสบายๆ
มีเวลาเหลือหลายชั่วโมง คุณคนขับเลยพาทัวร์ศรีนาการ์อีกรอบ แถมพาไปรู้จักบ้านและลูกๆ ด้วย
เราเลยถ่ายรูปครอบครัวให้เป็นที่ระลึก ลูกสาว ลูกชายหาเสื้อผ้าเปลี่ยนกันแทบไม่ทัน
แถมเรียกเพื่อนบ้านมาถ่ายรูปด้วยกันอีกด้วยค่ะ
และเพราะมัวเที่ยวกันทำให้เกือบกลับไปสนามบินไม่ทันเพราะชะล่าใจว่าเวลาเหลือเยอะ
ปรากฎว่าขาไปสนามบินถนนปิดเกือบทุกสาย ต้องซอกแซก ตรอกซอกซอย
แถมระหว่างทางมีเพื่อนคนขับขอขึ้นไปลงระหว่างทางด้วย
โชคดีมาถึงทันเวลา และมีเวลาอีกนิดหน่อย
เพราะเครื่องก็ดีเลย์ไปประมาณ ครึ่งชั่วโมงเหมือนกัน

สำหรับของเราก็เพียงเท่านี้ คิดว่าโชคดีแล้วเพราะเพื่อนอีก 2 คน
และหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่ไปเจอกันโดยบังเอิญ
แยกไปเที่ยวธรรมศาลาต่อ ส่วนอีก 2 คนเดินทางกลับเดลี
ไปนั่งรถบัสไม่ปรับอากาศ ไปจัมมูอีก 10 ชั่วโมง
แล้วไปต่อรถบัสธรรมดาไม่ปรับอากาศกันอีกหนึ่งทอดเพื่อไปสู่จุดหมายของแต่ละคน
เพื่อความประหยัด เพราะค่ารถแค่คนละ ร้อยกว่ารูปี
นั่งรถต้อง 10 ชั่วโมง ถูกกว่าฉันไปสนามบินที่ใช้เวลา 45 นาทีซะอีก

คิดไปคิดมา หรือเป็นเพราะฉันเนี่ย ทำให้เพื่อนๆ ต้องนั่งเหมารถจิ๊ปเดินทางกัน
ถ้าไม่มีฉันมา สงสัยพวกนี้นั่งรถบัสแบบนี้กันตลอดทางแหง แหงง ..
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ท่าจะไม่ไหว โหดจัง

+ สนามบิน

พูดถึงการเดินทางทั้งที ขอพูดถึงสนามบินเค้าบ้างนะคะ
อย่างที่ว่าไปอินเดียมา 3 รอบแล้วนะคะ
ครั้งนี้เป็นครั้งที่เห็นความเปลี่ยนแปลงมากเลยค่ะ เค้าปรับปรุงใหม่ดีขึ้นเยอะ

สนามบินอินทิรา คานธี ที่นิวเดลี

ในส่วนขาเข้าตึกทำเสร็จไปเยอะแล้วค่ะ จำได้ว่าเมื่อก่อน พอออกมาด้านนอก ต้องลากกระเป๋าตั้งไกลกว่าจะถึงคิวแท็กซี่ แล้วคนจะเข้ามารุมไม่ค่อยเป็นระเบียบ แต่คราวนี้พอเดินออกมาก็เห็นคิวรถแท็กซี่ รถเมล์ และลานจอดรถเป็นระเบียบขึ้น
ถ้าเราจะเดินทาง เค้ามีห้อง waiting room สำหรับผู้โดยสาร
หากมีตั๋วสามารถเข้าไปนั่งรอด้านในได้ฟรี
ตามข้อมูลทีได้ยินมา (หมายความว่าต้องเช็คอีกทีนะคะ ไม่ยืนยันค่ะ)
หากนับเวลาแล้วไม่เกิน 4 ชั่วโมงก่อนเครื่องออกเข้าไปนั่งรอด้านใน มีร้านอาหาร ที่นั่ง มีแอร์เย็นๆ ได้ฟรี
แต่ถ้านั่งรอนานกว่า 4 ชั่วโมง
หรือไม่มีตั๋ว ต้องเสียค่าเข้าประมาณ 60 รูปี

ระหว่างตึก Domestic กับ International มีรถรับส่งฟรี
อย่างเช่นฉันเดินทางมาจากศรีนาการ์-เดลี และต้องไปต่อเครื่องเดลี-กรุงเทพ
เมื่อมาถึงอาคาร Domestic
เอาตั๋วที่จะเดินทางต่อเดลี-กรุงเทพ ไปยื่นที่เคาน์เตอร์ Transfer
รถจะออกทุกๆ 30 นาที ใช้เวลานั่งไปอีกตึกประมาณ 30 นาที
ดังนั้นควรเผื่อเวลาหากต้องต่อเครื่องนะคะ

สนามบินศรีนาการ์

เคยไปเมื่อ 3 ปีก่อน ยังเป็นตึกเล็กๆ เต็มไปด้วยความวุ่นวาย
เครื่องดีเลย์กันแทบทุกสายการบิน ตอนนั้นเลยต้องแจกข้าว แจกน้ำให้ผู้โดยสาร
แถมช่องตรวจแต่ละช่องก็เดินกันงง งง บางแห่งอยู่กลางแจ้งด้วยซ้ำ
แต่คราวนี้สนามบินเสร็จเรียบร้อย ตามมาตรฐานสนามบินเล็ก
แต่ยังเข้มงวดกับการตรวจเช่นเดิม
ตรวจกันตั้งแต่นั่งรถผ่านประตูสนามบิน สแกนทั้งคน สัมภาระ และรถ
สำหรับสนามบินที่นี่ สิ่งสำคัญที่จะต้องทำคือ การยืนยัน (Identify) กระเป๋า
เมื่อผ่านเคาน์เตอร์เช็คอิน เข้าไปนั่งรอผ่านการตรวจกระเป๋าที่จะนำขึ้นเครื่อง
จะต้องเข้าไปที่ห้องด้านหลังเพื่อยืนยันกระเป๋าใหญ่ที่จะโหลด
มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะไม่เอากระเป๋าเราขึ้นเครื่องค่ะ
ส่วนแบตเตอรี่ของกล้อง ควรเอาออก และนำโหลดในกระเป๋าใหญ่
ไม่งั้นอาจโดนยึดค่ะ
อาจจะน่ารำคาญกับกฎระเบียบ และการตรวจที่เข้มงวด
แต่ก็เป็นความอุ่นใจในการเดินทางทางอากาศ ที่เราต้องฝากชีวิตไว้กับเค้านะคะ
ในเมืองที่ยังเต็มไปด้วยปัญหาการเมืองที่นี่

ระหว่างทางเมื่อถูกถามไปไหนต่อ พอบอกไปแคชเมียร์ ขึ้นเครื่องที่ศรีนาการ์กลับเดลี
มีแต่คนส่ายหัว เรื่องความไม่ปลอดภัย สายการบินดีเลย์เป็นประจำ
แต่เมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อนแล้ว คราวนี้ดีขึ้นเยอะนะคะ
คราวโน้นตรวจพาสปอร์ตกันเกือบทุกด่านทหาร แถมมีปิดร้านในตลาดเงียบเพราะมียิงกันด้วย

แต่แม้ว่าคราวนี้โดนตรวจแค่ด่านใหญ่ๆ 2-3 ที่
แต่ก็ยังมียิงกันตาย เจอถนนปิดวันสุดท้ายก่อนกลับ
สรุปว่าไปที่ไหน ก็เช็คข่าวคราวกันซักนิดก่อนเดินทาง
และระหว่างที่อยู่ในเมือง ควรติดตามข่าวสารของบ้านเมืองนั้นด้วยว่ามีสถานการณ์อย่างไร
จะได้ระมัดระวังตัว และเตรียมแผนสำหรับการเดินทางที่ปลอดภัยด้วยค่ะ

 

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

1 comment

%d bloggers like this: