• Menu
  • Menu

Happy Time in Macau

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

 

 

Happy Time in Macau

ทริป 3 วัน 2 คืน ของเราเที่ยวได้เกือบทั่วมาเก๊า ทั้งเกาะมาเก๊า ไทปา โคโลอาน และตามกระแสกำลังฮิต เราเข้าไปที่ Venetian ด้วย

 

มาเก๊า เมืองใกล้ๆ ที่อยู่ใน list ไม่ควรพลาดของเรา เหมาะสำหรับเที่ยวในช่วงที่มีเวลาไม่มากอย่างเสาร์-อาทิตย์ เราเห็นรูปถ่ายของเพื่อนๆ หลายคน ทั้งผ่านเว็บ จากคนรู้จัก เป็นเมืองที่มีสีสันพาสเทล สวยงามน่าเดินเล่น
ตอนนี้มาเก๊า เปิดประเทศมากขึ้น โปรโมทการท่องเที่ยว ทั้งผ่านทางแอร์เอเชีย สายการบินราคาถูก มีโปรโมชั่นดีๆพร้อมที่พัก ให้เราเลือกสรรมากมาย อากาศช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์กำลังดี เย็นสบายๆ เหมาะกับการเดินเล่นเย็นใจ

 

 

 

 

ทริปนี้ภาพวิวน้อยหน่อย เพราะอากาศดีๆ เมืองที่สีสันงดงาม ทำให้พวกเรา 4 สาว(สวย) อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูป potrait กันเองกันอย่างสนุกสนาน เก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นการเที่ยวที่ได้บรรยากาศอีกแบบ แต่สนุกสนานในความทรงจำของพวกเราไม่น้อย    

                                      LUNAR

 
 
      

บันทึกการเดินทาง

 

   -1-

    จากทริปการเดินทางสู่อินเดีย นำเรารู้จักกับเพื่อนๆ ที่รักการเดินทางอีกกลุ่ม เรารวบรวมเพื่อนร่วมทางได้ขนาดกำลังดี 4 คน มายังเกาะเล็กๆ คือมาเก๊า เมืองที่มีสัญญลักษณ์ ที่ติดตาเราเสมอคือซากโบสถ์เซนต์ปอล และจุดท่องเที่ยว landmark สำคัญที่มีพื้นลายสวยๆ อย่างเซนาโด
     พี่หมู หมอปุ๊ก ผู้นำทริป เป็นผู้ดำเนินการหาตั๋วเครื่องบินและที่พัก โดยได้จากโปรโมชั่นของไทยแอร์เอเชีย ราคาคนละ ประมาณ 7400 บาท พักที่โรงแรม Hou Kong อยู่แถวๆ Inner Harbour จากแผนที่ที่เราดูเห็นว่ามีสาย 26 ตรงจากสนามบินไปถึงใกล้ๆที่พัก แต่ปรากฎว่า พอสาย 26 มาถึงดั๊นไม่ให้พวกเราขึ้นซะงั้น พวกเราก็งงๆ ว่าทำไมหว่า รึว่ากระเป๋าเราใบใหญ่ไม่ให้ขึ้น สาย 26 มาอีกคัน ก็ไม่ให้ขึ้นอีก แถมเพิ่งมาสังเกตุว่าคนมาเก๊าพูดอังกฤษกันได้น้อยมาก พวกเราเลยไม่เข้าใจว่าทำไม สุดท้ายเลยต้องตัดสินใจนั่งสาย AP1 ไปต่อรถแถวๆ ลิสบัว อุตสาห์คิดว่าจะประหยัด และสะดวก นั่งต่อเดียวถึงโรงแรม
     แต่แล้วเราก็มีปัญหากันอีก เพราะนั่งเลยป้าย เพราะไม่รู้ว่าลงตรงไหน ถามคนบนรถกันก็ไม่มีใครรู้เรื่อง เพราะพูดภาษาอังกฤษกันไม่ได้

มาถึงตรงนี้เราจึงเพิ่งรู้ว่า มาเก๊าเนี่ยคนพูดภาษาอังกฤษได้น้อย ไม่เหมือนฮ่องกง ดังนั้นควรเตรียมข้อมูลให้ละเอียดกว่าที่คิด แต่ทำงัยได้พวกเราก็มาถึงมาเก๊าแล้วนี่หน่า ว่าแล้วพวกเรานั่งรถเลยจนได้ แต่คนที่นี่ใจดี ช่วยพาเราขึ้นรถเมล์ต่อ แนะนำ ทั้งๆที่คุยกันไม่รู้เรื่องแต่ถามทางคนนั้น คนนี้ จนพวกเราฝ่าฟันมาถึงที่พัก Hou Kong จนได้ สำหรับโรงแรมนี้แนะนำเลย สำหรับคนที่จะมา โรงแรมอยู่ไม่ไกลจากวัดอาม่า เซนาโด อาจจะเดินซักหน่อย แต่ได้ออกกำลังดี ที่สำคัญห้องน้ำเนี่ย น้ำแรงสะใจ มีน้ำอุ่น ส่วนห้องพักทำความสะอาดให้ทุกวัน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว รองเท้าแตะมีพร้อมเลย ราคาคืนละ 300-450 เหรียญมาเก๊า
    วันแรกมาถึงท้องฟ้าหม่นไปหน่อย เราออกเดินไปยังวัดอาม่าที่อยู่ไม่ไกล ระหว่างทางผ่านร้านอาหาร หลายร้านเชียว ขาแทบจะพาแวะไปนั่งลิ้มรสแต่อุตสาห์อดใจไว้ไปหาของกินอีกทีตอนเย็นๆอีกหน่อย แถวเซนาโด้ ตามที่หนังสือแนะนำ พวกเราแวะสักการะ ไหว้ขอพร ที่วัดอาม่า แล้วเดินต่อไปที่โบสถ์เพนญ่า โดยเดินไปตามป้ายท่องเที่ยวที่ติดตามหัวมุมถนน รู้สึกว่าเราจะเดินอ้อมกันอยู่ เพราะตอนลงมันใกล้นิดเดียว แถมทางขึ้นไป ไม่เห็นมีใคร ทีแรกนึกว่าเพราะเย็นแล้ว แต่พอไปถึงต้องรีบลง เพราะกำลังจะปิด ลุงคนดูแลมาเร่งพวกเรา แต่ก็พอได้เห็นวิวมาเก๊า จากตรงนี้ อย่างมาเก๊าทาวเวอร์ สะพานข้ามเกาะต่างๆเป็นครั้งแรก ส่วนตัวโบสถ์ สำหรับเราแทบไม่ได้สังเกตุ ว่าสวยยังงัย!!!
     พอขาลงจากโบสถ์เดินลัดเลาะมา

ตามทางเรื่อยๆ ก็มาถึงเซนาโด้สแควร์แล้วสำหรับคนมาเก๊า เค้าเรียกที่นี่กันว่า ซันหม่าโหล (ควรจำเอาไว้เพราะเวลาไปถามทาง เซนาโด้ เค้าไม่รู้จักกัน)
ที่นี่บรรยากาศคึกคัก สมเป็นย่านช้อปปิ้ง ใจกลางเมือง มีร้านค้าต่างๆ เปิดเต็มสองฝั่ง บนตึกสไตล์ไชนีส-โปรตุกีส พื้นถนนปู ด้วยกระเบื้องเป็นลอนคลื่น ตัวตึกมีสีสันสวยงามทั้งสีเหลือง สีชมพู สีเขียว สีฟ้า พวกเราเดินทะลุลัดเล่ามาเรื่อยผ่านทั้งโบสถ์เซนต์ดอมินิค จนถึงซากโบสถ์เซนต์ปอล ระหว่างทางมีร้านค้า ขายของที่ระลึก ของฝากอย่างขนม หมูแผ่นเยอะแยะ
    ตอนเย็นเราแวะทานข้าวกันที่ ร้าน Wong Chi Kei ร้านมีชื่อของที่นี่ อร่อยสมคำเล่าลือ โดยเฉพาะบะหมี่ เก๊ยวน้ำ
     วันแรกไม่อยากดึกเกินไป พวกเราเดินกลับไปถึงที่พักประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ เตรียมตัวไปเที่ยววันพรุ่งนี้ ซึ่งจะต้องไปทั้ง ไทปา โคโลอาน เวเนเชื่ยน และกลับมา มาเก๊าทาวเวอร์ในตอนเย็นๆ ซึ่งทีแรกอยู่ในแพลนว่าต้องไปกันวันนี้ แต่เนื่องจากอากาศไม่ดี ท้องฟ้าปิด กลัวว่าขึ้นไปวันนี้จะไม่สวย จึงเลื่อนไปมาเก๊าทาวเวอร์ในวันพรุ่งนี้
     ก่อนนอนทุกคนก็ภาวนาหวังว่าวันพรุ่งนี้ท้องฟ้าจะสดใส การมาเที่ยวครั้งนี้จะได้ไม่กร่อยเกินไป

……………………………….


 

    -2-

 

     อืม.. มันเป็นความลำบากเล็กๆ ของเรานะ เวลามาเที่ยวทีไร จะต้องตื่นแต่เช้าทุกที ก้อน่ะแหละ ตอนเช้ามักมีอะไรดีๆ รอเราอยู่เสมอ อย่างน้อยก็อากาศดีๆ ชีวิตผู้คนตอนเพิ่งเริ่มต้นในแต่ละวัน ได้กระทั่งกลิ่นอาหารจากแต่ละบ้าน
    เจ็ดโมงเช้าวันนี้พวกเราลงความเห็นว่าไปเกาะไทปา ยังเช้าไป สู้ไปเดินเล่นแถวๆ ซากโบสถ์เซนต์ปอล แล้วหาโจ๊กกะปาท่องโก๋กินก่อนดีกว่า
     อากาศเช้าวันนี้สดใส ได้แสงยามเช้าสวยๆ พวกเรารีบฉกฉวยโอกาสถ่ายรูปกันใหญ่ เราเดินเล่นถ่ายรูปตรงนั้นเกือบชั่วโมง นึกกันได้อีกที ว่ายังไม่ได้กินอะไรกันเลย แต่เจอแต่ร้านโจ๊ก ที่ไม่มีปาท่องโก๋ เลยคิดว่างั้นเปลี่ยนใจไปที่ไทปาดีกว่า แถวๆ ถนนสายอาหารน่าจะมีของกินอร่อยๆ
     แต่ 9 โมงเช้า ยังคงเช้าเกินไปสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะร้านค้ายังไม่มีร้านไหนเปิดกันซักร้าน พวกเราเดินดุ่มๆ ไปเรื่อยจนไปเจอร้านหยำฉา ติ่มซำ เห็นมีคนนั่งกินน้ำชา พวกเราเลยเข้าไปขอแจม ถึงแม้จะคุย

กันไม่รู้เรื่อง แต่ภาษาใบ้ ชี้เอาโน่นนี่ ก็ทำให้มื้อนี้ได้ทานของอร่อยๆ ฝีมือพื้นบ้าน แถมได้คุยกับเพื่อนร่วมโต๊ะ บางคนก็มาช่วยแนะนำสั่งอาหารให้พวกเราด้วย
    
เกาะไทปามีสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเดินได้ทั่วอยู่ใกล้ๆ กันตั้งแต่ถนนสายอาหาร ไม่ไกลแถวๆนั้นมี โบสถ์ สวนสาธารณะ บริเวณนั้นมี Taipa House Museum จัดแสดงเป็นบ้านแต่ละหลัง และจัดแสดงการตกแต่งบ้าน (อันนี้ต้องซื้อตั๋วเข้าชม) พวกเรานั่งเล่น เดินเล่นจนเกือบเที่ยง จึงกลับเข้าไปที่ถนนสายอาหาร (Rue de Canha) อีกครั้ง กลับมาคราวนี้ร้านขายของต่างๆ เปิดกันทุกร้านแล้ว เป็นถนนสายเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก ส่วนใหญ่ขายขนม อ้อ! นิดนึงก่อนพวกเราจะมาถึงแถวๆนี้ได้ ก็ยังคงหลง ลงรถเมล์ผิดป้ายจนได้ พอลงจากรถจะถามทางมา Food Street หรือถนน Canha ปรากฎว่าเค้าไม่รู้จัก หรือว่าฟังกันไม่รู้เรื่อง เลยไม่ค่อยอยากตอบพวกเรารึป่าวก็ไม่แน่ใจ ดังนั้นต้องย้ำเลยว่า ควรศึกษาให้ละเอียด ว่าจะลงตรงไหน ส่วนที่ลงที่แน่นอน ให้ถามคนขับรถ (ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าจะฟังเราออกรึป่าวนะ) หรือลองสังเกตุดูจุดที่ลง จะเป็นย่านที่ขายของ แถวๆนั้นมีร้าน Mc Donald ด้วย
     ที่เกาะโคโลอาน หรือ Hac Sa เป็น

ครั้งแรกของพวกเราที่ลงไม่ผิดป้าย เพราะพอข้ามเกาะมา มองเห็นรูปปั้นคิวปิดอยู่ตรงกลางสวนสาธารณะ สังเกตุไม่ยาก ก็ลงเลยค่ะ พอลงรถที่นี่จะเจอร้านทาร์ตไข่ชื่อดัง Lord Staw’s ตามรอยจากหนังเรื่อง Goong เดินไปเรื่อยๆ จนถึงชายหาด เดินเลี้ยวซ้ายไม่ไกล ก็จะมาเจอโบสถ์สวยๆ สีเหลือง เซนต์ฟรังซิสซาเวียร์ (Church of St. Francis Xavier)  โบสถ์นี้ไม่ใหญ่ เป็นโบสถ์เล็กๆ แต่สีสวยจับใจ ทั้งสีเหลืองของตัวโบสถ์ ประตูสีฟ้าสดใส เห็นอย่างนี้ ทำอะไรไม่ได้ ถ่ายรูปเลยค่ะ พวกเรากระหน่ำถ่ายรูป มุมโน้น มุมนี้ สุดท้ายก็กิน ร้านอาหารชื่อดังNga Tim อยู่ข้างๆ โบสถ์นี่เอง มีทั้งอาหาร Maganese , Protugese อร่อยทุกอย่าง ร้านนี้เป็นร้านแนะนำเลยว่ามาแล้วไม่ควรพลาด อย่างที่เกริ่นไว้ก่อน โปรแกรมวันนี้เราไป Venetian กันด้วย ที่นี่อลังการงานสร้างมากๆ ทั้งภายในบ่อน ร้านค้าหรูหรา และการตกแต่งที่ยังกับยกเวนิสมาไว้ที่นี่ แต่…เราไม่ยักกะชอบแฮะ เข้าไปเดินในนั้นมึนไปด้วยกลิ่นบุหรี่ อีกอย่างไม่ใช่ขาช้อปสินค้าแบรนด์เนม อากาศภายในมันก็ไม่ปลอดโปร่ง เห็นแล้วมึนๆ ก้บท้องฟ้าสีฟ้าจำลอง พอออกมาได้โล่งแสนโล่งเลยล่ะ         


 

       IMG_8584_1

      ก่อนไปมาเก๊าทาวเวอร์ เราแวะไปที่รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม แต่ปรากฎว่าปิดซะแล้ว พวกเราเลยได้แต่มองไกลๆ อยู่ด้านหน้า ไม่สามารถเข้าไปได้ จากนั้นก็หาทางเดินไปมาเก๊าทาวเวอร์ เนื่องจากดูในแผนที่แล้วน่าจะอยู่ไม่ไกล แต่ปรากฎว่าเป็นการเดินที่วกวน

กว่าจะมาถึงมาเก๊าทาวเวอร์ได้ ปาเข้าไปเกือบ 2ทุ่ม แถมหมดแรงซะก่อน ต้องขึ้นรถเมล์อีกแค่ 2 ป้าย เพราะไม่สามารถเดินต่อไปไหวแล้ว ก็แหมวันนี้เดินมาทั้งวันเลย ทั้งหลง ทั้งวิ่งถ่ายรูปมุมโน้น มุมนี้ แถมยังไม่ได้กินอะไรกันเลยตั้งแต่ที่ร้าน Nga Tim เกาะโคโลอาน
     ถึงแม้จะเหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงเดียวมาเก๊าทาวเวอร์ก็จะปิดแล้ว แต่พวกเราก็ตัดสินใจไหนๆ ก็มาแล้วเสียเงินขึ้นไปดูมาเก๊ายามราตรีกันซะหน่อย แสงสีตอนกลางคืนของมาเก๊า กับเส้นสายถนนข้ามเกาะ ทำให้มาเก๊ามีสีสันสวยงามไม่เลวเลย
     บน
มาเก๊าทาวเวอร์มีกระโดดบันจี้จัมพ์ และเดินบนกระจก sky walk แต่พวกเราไม่มีโอกาสได้ลองกัน เพราะว่าดึกได้เวลาปิดทำการซะแล้ว (แต่ถึงเปิด ก็คง….. คิดว่างัยล่ะ :-))
      มื้อเย็น หรือมื้อค่ำคืนนี้เรามาฝากท้องกันที่แถวๆ Senado กันอีกเช่นเคย คราวนี้กินอาหารเหลากันทีเดียว เป็ดตัว ไก่ตัว อิ่มแน่นไปตามๆ กัน ชื่อร้าน Wong Chi Lam เป็นร้านอยู่ข้างๆ ร้าน

Mc Donald ต้องเดินขึ้นไปชั้น 2 ได้นั่งริมหน้าต่างบรรยากาศดีใช้ได้
      ก่อนกลับที่พัก พวกเรายังหาเรื่องให้ต้องเดินกันอีก เพราะตามที่อ่านมาใกล้ Senado มีถนนที่เรียกว่า
ถนนแห่งความสุข ตอนแรกเราคิดว่าทางเดินไปโบสถ์เซนต์ปอล แต่พอมาดูอีกทีปรากฎว่าไม่ใช่ชื่อถนน ก็เลยเดินตามหากันเพราะกะว่าพรุ่งนี้จะได้เดินดูให้ทั่วๆ ทางเข้าถนนแห่งความสุขมีร้านขายลูกชิ้นทอด ที่เป็นรถเข็น น่าจะเป็นร้านดัง เพราะเห็นคนมุงซื้อกันเต็มเลย แต่พวกเราไม่ได้ลอง เนื่องจากแน่นมากๆๆ จากร้านอาหารมาก่อนแล้ว
      กลับถึงที่พัก นัดกันใหม่สำหรับวันพรุ่งนี้ เรารีบตะโกนบอกขอ แปดโมงครึ่ง เพราะกว่าเราจะถึงที่พักวันนี้ก็ประมาณ 5 ทุ่ม แล้วขอนอนเยอะๆ หน่อย อีกอย่างวันพรุ่งนี้น่าจะเที่ยวเบาๆ ก่อนเดินทางกลับ แล้วตามแผนที่วางไว้ก็ไม่ต้องไปไหนไกลนัก อยู่แถวใกล้ๆ Senado นี่เอง


 

    -3-

     วันนี้วันสุดท้ายเราเที่ยวกันเบาๆ เริ่มต้นด้วยอาหารที่เราใฝ่หามาตั้งแต่วันแรก โจ๊กกับปาท่องโก๋ ที่นี่เราต้องงัดไม้ตายท่าสุดท้ายเพื่อให้ได้กินโจ๊กหมู คุยกันต้องนานไม่รู้เรื่อง หมอปุ๊กต้องวาดรูปหมูน่ารักให้เจ้าของร้านดู ถึงจะเข้าใจกันว่าเราอยากกินโจ๊กใส่หมู ทำเอาพวกเค้าขำพวกเรากันใหญ่ เราว่าอาหารที่นี่แพงเอาเรื่องเหมือนกัน ค่าครองชีพสูงน่าดู ขนาดโจ๊กหมูชามละ 14 เหรียญ (56 บาท) โจ๊กเปล่าๆ ไม่ใส่อะไร ชามละ 7 เหรียญ เป็นราคาธรรมดาทั่วไป เพราะติดราคาให้เห็นที่ร้าน ไม่ใช่คิดเฉพาะนักท่องเที่ยว
     พวกเรานั่งรถเมล์ไปประภาคารเกีย กันก่อนในเช้าวันนี้ ประภาคารอยู่บนเขา ลงรถเมล์แล้วเดินขึ้นไปไม่ไกล ที่นี่คงเป็นที่ออกกำลังกาย สวนสาธารณะ ที่พักผ่อนของคนมาเก๊า ใกล้ๆกันมีสวนดอกไม้ แต่เราไม่ได้เข้าไป แค่นั่งเล่น สูดอากาศ ถ่ายรูปกันบนนี้ ก่อนจะเดินกลับมาที่ Senado
     

ตอนใกล้ๆเที่ยง ระหว่างทางเดินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ แล้วก็แวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เป้าหมายหลักที่ Senado วันนี้ก็คือ Macau Museum และ Macau Fortress ที่อยู่ข้างๆ กับโบสถ์เซนต์ปอล และช้อปปิ้งซื้อของฝาก
    
Macau Museum  ถ้าใครมามาเก๊า ไม่อยากให้พลาด ไม่ใหญ่จนเกินไป และภายในจัดได้อย่างน่าสนใจ กล่าวถึงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของจีน เทียบกับยุโรป และจัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ การค้าขาย ประเพณีต่างๆ ส่วน Macau Fortress อยู่ในบริเวณเดียวกับ Macua Museum
    วันนี้ผู้คนคึกคักเป็นพิเศษ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เรามาแถวนี้ตอนกลางวัน อีกอย่างน่าจะเป็นเพราะเป็นวันอาทิตย์ด้วย ตรงซากโบสถ์เซนต์ปอล คนเยอะมากๆ มานั่งเล่น ทั้งนักท่องเที่ยวต่างก็มาหามุมถ่ายภาพ สัญญลักษณ์ของมาเก๊ากันแน่นขนัด โชคดีมากๆ ที่พวกเรามาที่นี่แล้วในเช้าเมื่อวาน ทำให้ได้เห็นโบสถ์นี้ในหลายบรรยากาศ
     
ก่อนเดินทางกลับพวกเราแวะมาเดินเล่นแถวๆ ถนนแห่งความสุขที่มาเซอร์เวย์กันตั้งแต่เมื่อคืน แต่วันนี้เงียบเหงา ไม่ค่อย

มีร้านค้าเปิดขายของ จากนั้นเรากลับที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกล เก็บของเตรียมตัวเดินทางไปสนามบิน
     ในที่สุดพวกเราก็รอรถเมล์ สาย 26 จนได้ขึ้นจนได้ สายที่วันแรกไม่ยอมให้เราขึ้นจากสนามบิน สายนี้เหมือนวนรอบเมือง เพราะต้องรอนานกว่าจะมาประมาณ ครึ่งชั่วโมง
    ตามป้ายรถเมล์ถ้าจะขึ้นให้สังเกตุที่ป้ายจะบอกความถี่ว่ารถจะมาทุกกี่นาที และมีเส้นทางการเดินรถของแต่ละสายไว้ค่อนข้างชัดเจน ถ้าเรารู้ว่าแต่ละที่ที่เราจะไปต้องลงป้ายที่ชื่อว่าอะไร ก็คงจะไม่หลงขึ้น-ลงผิดป้ายอย่างพวกเราเจอ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกดี ความผิดพลาดในการเดินทาง หลงบ้าง เหนื่อยบ้าง ทำให้เรามักจะจดจำการเดินทางในแต่ละครั้งได้ฝังแน่นมากกว่าการเดินทางที่ราบรื่นเสมอ และทำให้เราเข้าใจคนที่ร่วมเดินทางกับเรา มากขึ้นด้วย ใช่มั๊ยพี่หมู พี่หล้า หมอปุ๊ก

            ********
               IMG_8985

 Click Here to See More Pix

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

5 comments

%d bloggers like this: