• Menu
  • Menu

ขี่ม้าเลี้ยงสัตว์ไปเป็นคาวบอยในถิ่นอเมริกาใต้

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

พนักงานขายทัวร์ที่ El Calafete  แนะนำว่านอกจากไปดูธารน้ำแข็งแล้ว อีกกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวเลือกจะใช้เวลาที่เมืองนี้คือไปขี่ม้า ดูการเลี้ยงสัตว์ ในฟาร์มใหญ่ทีมีอยู่รอบๆ บางคนก็เลือกมานอนพักอยู่ในฟาร์มกันหลายๆวัน เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตการเป็นเกาโช่ (Gaucho) หรือคาวบอยถิ่นอาร์เจนติน่า  เขาแนะนำ Estancia Rio Mitre ฉันก็เออออไปตามเค้าว่า ไหนๆก็มาถึงแล้ว เอาให้สุดๆไป ไปลองเล่นเป็นเกาโช่ (Gaucho) คนขี่ม้าเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มกันดู สนนราคาครึ่งวันพร้อมอาหารเย็นเป็นสเต็กอร่อยๆ 1มื้อ ตามโปรแกรมนี้  Cabalgatas (horseback riding) Rio Mitre with steak 1400ARS (ประมาณ 750 บาท)

วันนี้อากาศไม่ดีครึ้มฟ้า ครึ้มฝนแต่เช้า เสื้อผ้าที่ซักตากอยู่ริมหน้าต่างยังไม่แห้งดี ฉันนอนรอรถมารับเพื่อจะไปเที่ยวฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เค้าบอกว่าถ้าฝนตกหนักมากจริงๆ ก็คงจะยกเลิก ที่จริงก็ดี เพราะอากาศแบบนี้น่านอนสบายๆอยู่ที่โรงแรมเหมือนกัน แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พนักงานบอกมาตามสายว่ามีคนมารับแล้ว 

คุณเอสตาฟานขับรถกระบะฟอร์ดคันใหญ่มารับที่โรงแรม  เขาบอกว่าบ่ายนี้มีฉันเป็นลูกค้าคนเดียว เราคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะเขาพูดสเปน ส่วนฉันพูดได้แต่ภาษาอังกฤษ ก็เลยไม่ได้ถามไถ่อะไรกันมาก แค่นั่งรถชมวิวทะเลสาบอาร์เจนตินา (Argentino Lake) ไปตามทาง ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่ไป Perito Moreno เมื่อวานนี้ ออกจากเมืองไปประมาณ 40 กม. (40นาที) ก็ถึงทุ่งเลี้ยงสัตว์(ranch/Estancai)ของเขา

Estancia Rio Mitre เป็นฟาร์มใหญ่และมีชื่อเสียงแถบ El Calafate

Estancia คือฟาร์มใหญ่ที่เลี้ยงสัตว์ ส่วนใหญ่เจ้าของจะมาจากสเปน หรืออิตาลี มาจับจองพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อใช้เลี้ยงสัตว์ เพราะแต่เดิมคนพื้นเมืองไม่นิยมเลี้ยงสัตว์ แต่ล่าสัตว์เพื่อยังชีพ ฟาร์มมีพื้นที่ใหญ่มาก เลี้ยงสัตว์พวกแกะ วัว ฝูงใหญ่ เพื่อเป็นปล่อยให้สัตว์ออกมากินหญ้าในฟาร์ม คนเลี้ยงสัตว์ก็จะขี่ม้าคอยดูแลเลี้ยงสัตว์อยู่ในพื้นที่เป็นสัดส่วน ไม่เหมือนการเลี้ยงสัตว์ในแถบมองโกเลีย ที่จะเป็นการเลี้ยงแบบเร่ร่อนย้ายไปตามที่ต่างๆขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

บริเวณทางเข้ามีร้านอาหารเล็กๆ  พอเดินเข้าไปพบว่ามีที่พักเป็นบ้านไม้สองชั้นด้านหลังแนวโฮมสเตย์ เขาต้อนรับด้วยชา/กาแฟ อากาศตอนนี้ดูไม่ค่อยดี ลมแรง ฟ้าครึ้มดำมาจากทางขวา ฝนกำลังทำท่าจะตก ฉันนั่งรอในร้านอาหาร มีแขกกำลังขี่ม้ากลับมาอยู่ 2 คน  แต่2คนนี้ขี่ม้าเสร็จก็ขึ้นรถกลับไปเลย ไม่มีโปรแกรมทานเสต็กแบบฉันซื้อมา

พนักงานต้อนรับนอนหนาวอยู่ด้านนอก

ฉันยังต้องนั่งรออีกพักใหญ่เพราะฝนเริ่มหนักขึ้นและลมแรง อากาศที่นี่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก สักครู่ก็มีแดดออกไล่ฝนให้เบาลง นิโคลัส Guacho ประจำฟาร์มมาตามให้ไปขี่ม้ากับเขา เขาไม่ได้แต่งเต็มยศแบบ Guacho ในตำนาน ซึ่งมักจะสวมชุดคลุม Poncho หนัง นั่งดีดกีตาร์ ดูดมาเต้ชมวิวเงียบๆ ขณะนั่งเฝ้าดูสัตว์เลี้ยง ตามจินตนาการของฉันเอง แต่มาแบบง่ายๆสไตล์คนงานในฟาร์ม

นิโคลัส กำลังเตรียมม้าเพื่อออกไปขี่ในฟาร์ม

เขาแนะนำวิธีการบังคับเชือกให้ม้าไปซ้าย ไปขวา เตะท้องเพื่อให้ม้าวิ่ง และดึงเชือกเพื่อให้ม้าหยุด ฉันพยายามนึกถึงวิธีการขี่ม้าเท่าที่เคยลองเมื่อเกือบ 10 ปีมาแล้ว  เคยมีโอกาสได้ขึ้นม้าอีกบ้าง แต่ก็แค่ขึ้นไปนั่งถ่ายรูปสวยๆ ให้คนจูงเดินนิดหน่อย นิโคลัสปล่อยให้ฉันบังคับม้าเอง ส่วนตัวเขาขี่นำไปข้างหน้า เพียงแค่หันมามองเป็นระยะ ม้าของฉันชื่อ”คอกโดบา”  ก็รู้งาน เดินตามม้าที่นิโคลัสขี่ต้อยๆ ไม่ยอมแซง ฉันเลยต้องเตะท้องกระตุ้นให้วิ่งเร็วขึ้น ค่อยทำให้สนุกขึ้นมาหน่อย เราขี่ขึ้นลงในทุ่งเลี้ยงสัตว์กว้างใหญ่ (2000 เฮคเตอร์) นิโคลัสทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ไม่ใช่แค่การมาชี่ม้าเที่ยวชมวิวเฉยๆ ด้วยการพาไปดูรอบๆ ไปดูว่าเขาต้องทำงานอะไรเช่น ต้อนฝูงแกะ ฝูงวัว ในแต่ละวันเพื่อพาไปกินหญ้าในทุ่งหญ้าของฟาร์ม ทุกวันเขาต้องมาเปิดปิดประตูซึ่งทำใว้เป็นระยะๆ เป็นเขตว่าปล่อยวัวมาไว้บริเวณไหน ตรงไหนมีหญ้าเพียงพอ สลับหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ให้ไปไกลแค่ไหน ตอนเย็นก็มาต้อนกลับ บริเวณรอบใหญ่ของพื้นที่ทำเป็นรั้วไฟฟ้าป้องกันสัตว์ออก และกันขโมยด้วย ทำแบบนี้ก็ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องวัว แกะ หรือม้าหายไปแบบที่ตอนไปมองโกเลีย ตอนนั้นฉันเจอคนเลี้ยงสัตว์ขี่ม้ามาตามหาแกะของเขาที่หายไปจากฝูง ไกด์บอกว่าเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาต้องออกตามหาสัตว์ของตัวเองในที่ที่ไกลออกไปบางทีตามหากันหลายวันเลย

ออกไปทำงานในฟาร์มกับนิโคลัส

จู่ๆ”คอกโดบา” ก็วิ่งพุ่งนำเร็วออกไป ฉันคิดว่าฉันเป็นคนหยุดมันได้ แต่ก็อาจจะเป็นเพราะเสียงขู่ของนิโคลัส จากนั้นเราขี่ม้าช้าๆไปเรื่อยริมแม่น้ำ ท่ามกลางทุ่งมีเนินเขาอยู่รอบๆ บรรยากาศดี แต่หมอกเย็นบดบังความงามไปบางส่วน ฝนยังตกเรื่อยๆ อากาศหนาวเย็น กางเกงและเสื้อกันหนาวเริ่มเปียกหนักขึ้น ฉันเลยขอกลับที่พัก แต่นิโคลัสยังพาไปเดินดูรอบๆคอกม้า ดูหมูตัวใหญ่ ดูคอกไก่เล็กๆของเขา  แปลงปลูกผักกาดขาว ต้น calafate ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เรียกว่าถ้าฝนไม่ตกฉันคงต้องขี่ม้าขึ้นไปบนเนินด้านบนโน้นด้วยให้ทั่วฟาร์ม

สเต็กเนื้อนุ่มอร่อยพร้อมสลัด กับไวน์

พอเข้าไปพักหนาวในห้องอาหาร ก็เสริฟด้วยไวน์ให้ร่างกายอบอุ่น จากนั้นเสต็กเนื้อที่สั่งไว้ก็มาพร้อมสลัด

ขณะนั่งกินสเต็กชมวิว อากาศก็เริ่มแจ่มใสขึ้นมา ฟ้าเปิด ยิ่งทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าทุ่งแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ที่สวยงามมาก

บริเวณพื้นที่ฟาร์ม Estancia Rio Mitre

เอสตาฟานพยายามชวนคุยโชว์รูปที่เจ้าหญิงเบียทริซที่เคยมาที่ฟาร์ม และบรรดาฟอสซิล ไข่ไดโนเสาร์ กระดูกสัตว์โบราณที่พบรอบๆเทือกเขาแอนดีสที่โชว์ในตู้ให้ดู เสียดายที่เราพูดสื่อสารกันไม่ค่อยได้ เลยเอาเท่าที่ได้ และพอเข้าใจกัน

ฉันใช้เวลา 4 ชั่วโมงกับที่ฟาร์ม ได้ขี่ม้าไปกับคนขี่ม้าแห่งทุ่งหญ้าอเมริกาใต้ คล้ายว่าเป็นคาวบอยอยู่แป็บนึง แม้ว่า Guacho จะเป็นเหมือนตำนานแก่เก่าบทหนึ่งของถิ่นอเมริกาใต้ แต่ตำนานคนขี่ม้าเลี้ยงสัตว์นี้ก็ย้อนหลังไปไม่ได้นานนัก เพราะม้าเพิ่งจะเข้ามาในดินแดนอเมริกาอีกครั้งในช่วงคริสศตวรรษที่ 15 หรือปี 1453 ที่สเปนเข้ามายังดินแดนที่เพิ่งค้นพบใหม่และเป็นผู้นำเทคนิคการเลี้ยงสัตว์แบบฟาร์มเข้ามา ตามประวัติแล้วในดินแดนอเมริกาที่ถูกค้นพบใหม่ในช่วงนั้นไม่เคยมีม้ามาก่อน เพราะม้าอเมริกันดั้งเดิมได้สูญพันธ์ไปพร้อมๆกับช่วงที่ไดโนเสาร์สูญพันธ์เมื่อประมาณ 10,000-15,000 ปีก่อนหน้านี้ และคนพื้นเมืองก็ไม่รู้จักวิธีทำปศุสัตว์มีแต่การล่าสัตว์เพื่อเป็นอาหารเท่านั้น

คนขี่ม้า หรือ Guacho ที่ผันตัวมาให้บริการนักท่องเที่ยว ทำงานขนสินค้า พานักท่องเที่ยวเดินเทรค

Guacho บางคนก็ผันตัวมาให้บริการนักท่องเที่ยว ขี่ม้าเดินเทรคบ้าง แต่ระหว่างทางนั่งรถผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ฉันก็ยังได้เห็น Guacho ที่ขี่ม้าตามหลังฝูงสัตว์ที่พวกเขาดูแล เติมเต็มความเวิ้งว้างของทุ่งหญ้าให้มีสีสันชีวิตชีวา ฉันคิดว่านี่เป็นสิ่งที่สเปนนำเข้ามาได้เหมาะสมลงตัวที่สุด

บันทึกการเดินทาง Patagonia - December 2017

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: