Mt.Fitz Roy | ข้อมูลการเดินทาง และเดินเทรคด้วยตนเอง

Home » Blog » South America » Mt.Fitz Roy | ข้อมูลการเดินทาง และเดินเทรคด้วยตนเอง

หลังจากเที่ยวเมือง El Calafate จนหนำใจชมทั้งกลาเซียร์ Perito Moreno Glacier ธารน้ำแข็งใหญ่ของอาร์เจนตินา เดินบนธารน้ำแข็งแบบ Big Ice กลายเป็นความประทับใจที่สุดกับ Big Ice Tour ไปขี่ม้า ขี่ม้าเลี้ยงสัตว์ไปเป็นคาวบอยในถิ่นอเมริกาใต้ ฉันก็ออกเดินทางต่อไปยังเมือง El Chalten เมืองเล็กๆที่เป็นเมืองแห่งอุทยานแห่งชาติ เพราะเป็นสถานที่ที่รวบรวมเทือกเขา ทะเลสาบ น้ำตกไว้มากมาย และจะไปยลโฉมยอดเขาสำคัญที่ทำให้ฉันเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองไทยมายังอีกซีกโลกที่ห่างไกล

รู้จัก Mt.Fitz Roy

Mt. Fitz Roy หรือเรียกอีกอย่างว่า Cerro Chaltén, Cerro Fitz Roy เป็นภูเขาใน Patagonia บนพรมแดนระหว่างอาร์เจนตินาและชิลี ตั้งอยู่ในเขตน้ำแข็งพาตาโกเนียใต้ใกล้หมู่บ้าน El Chalténและทะเลสาบ Viedma

ชื่อเดิมของ Mt. Fitz Roy คือ Chaltén ในภาษาถิ่น Tehuelche แปลว่า “Smoking Mountain” เพราะยอดเขานี้มักจะปรากฎขึ้นท่ามกลางกลุ่มเมฆหมอก ยอดเขามีความสูง 3405 เมตร

นั่งรถบัสจาก El Calafate – El Chalten

การเดินทางโดยรถบัสจาก El Calafate ไป El Chalten เป็นวิธีที่ง่ายแสะราคาถูกที่สุด มีหลายบริษัทให้เลือก ปกติจะมีบริการวันละ 2 เที่ยว แต่ในช่วงไฮซีซั่นจะเพิ่มเป็นวันละ 3 เที่ยว อย่างไรก็ตามเช็คเวลาเดินทางอีกครั้งก่อนการเดินทาง โดยสามารถซื้อตั๋วได้ที่สถานีรถบัส ตัวแทนจำหน่ายในเมือง El Calafate หรือจองผ่านอินเตอร์เน็ต

ฉันใช้บริการ Chalten Bus ค่าตั๋วรถบัสประมาณ 20$ มีบริการมารับที่โรงแรมเพื่อไปส่งที่สถานี และต้องเสียภาษีสถานีรถบัสอีก 10 ARS (ประมาณ 5 บาท) ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง รถบัสจาก El Calafate จะแวะรับผู้โดยสารเพิ่มที่สนามบิน El Calafate ซึ่งอยู่นอกเมืองเป็นทางผ่านไป El Chalten ด้วย สะดวกสำหรับคนที่วางแผนนั่งเครื่องบินภายในมาลง แล้วเดินทางต่อไป El Chalten ได้เลย รถโดยสารคันใหญ่ สะอาดสะดวกสบายและมีห้องน้ำภายในรถ แต่ไม่มีอาหารหรือน้ำแจก แต่รถบัสจอดระหว่างทางเพื่อให้ซื้ออาหาร เข้าห้องน้ำระหว่างทาง

El Chalten เป็นเมืองเล็กๆที่เติบโตเพราะเต็มไปด้วยเทือกเขาที่นักท่องเที่ยว เดินเขาตั้งใจมาชื่นชมธรรมชาติ ดังนั้นคนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่คือนักท่องเที่ยว รถบัสทุกคันจะจอดที่ National Park Visitor Center ซึ่งอยู่ก่อนเข้าเมืองเล็กน้อย เพื่อให้ทุกคันได้ฟังบรีฟสั้นๆ เกี่ยวกับเส้นทางการเดินเขา พยากรณ์อากาศ และข้อปฎิบัติในการใช้อุทยานแห่งนี้ จากนั้นก็ขึ้นรถเพื่อไปลงที่สถานีรถบัส ส่วนรถบัสคันที่ฉันนั่งไปส่งที่ Rancho Grande โฮสเทลที่จองไว้ ซึ่งอยู่ใกล้ๆทางเข้าเส้นทางเดินไป Laguna de Los Tres

เดินเทรคชมวิวทะเลสาบ Laguna de Los Tres

ค่าเข้า National Park

ฟรี !!! ที่นี่เป็นที่สาธารณะ ภายในอุทยานแห่งชาติ El Chalten ยังเป็นสิ่งยืนยันว่าการจัดการของอาร์เจนตินาเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นดีมาก และราคาถูกกว่าฝั่งชิลี

แต่ถ้าต้องการตั้งแค้มป์ในเขตอุทยานที่จัดไว้ให้ เพียงแต่ลงทะเบียนไว้ที่ National Park Visitor Center

ตามแผนวันนี้ตั้งใจว่าจะเดินไป Laguna Torre ซึ่งเดินง่ายกว่าก่อน เพราะวันนี้นั่งรถบัสตั้งแต่เช้ามาจาก El Calafate มาถึง El Chalten ก็เกือบเที่ยงแล้ว แต่เมื่อฟังเจ้าหน้าที่อุทยานที่รีบขึ้นมาเรียกพวกเราบนรถบัสไปฟังบรีฟ แล้วพูดเร็วๆรัวๆ จับใจความได้ว่า วันนี้อากาศดีมาก ถ้าคิดจะมาเทรคให้รีบเดินตั้งแต่วันนี้เลย เพราะพรุ่งนี้ 11 โมงไปแล้วลมจะแรง เมฆมาก หลังจากนั้นอากาศจะแย่ลงเรื่อยๆไปอีก 3-4 วัน ฉันก็เลยเปลี่ยนแผน หลังจากวางกระเป๋าไว้ที่โรงแรมแล้ว ก็เดินมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยลโฉมยอด Fitz Roy ที่ Laguna de los tres ก่อน ถึงแม้จะยากกว่า ใช้เวลานานกว่า แต่คำนวนเวลาแล้วน่าจะทัน เพราะไม่ยากพลาดยอดนี้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดหมายหลักที่ทำให้เลือกเดินทางมายังปาตาโกเนีย

คิดว่าหลายคนก็คงคิดคล้ายๆกัน จึงมีจำนวนคนเดินไปทางเดียวกันอยู่พอสมควร ทางเดินเส้นนี้ร่มรื่น ผ่านป่าเขียว ต้นไม้ใหญ่ ระหว่างทางมีจุดชมวิวให้แวะถ่ายรูปอยู่หลายจุด จนถึง Laguna Capri จึงค่อยพบว่าคนที่มาทางเดียวกับเราหายไปเรื่อยๆ นั่นเพราะหลายคนเดินกลับไปแล้ว แต่ถึงยังไงฉันก็ยังมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ ชอบที่เส้นทางทำไว้ชัดเจน เดินยังไงก็ไม่น่าจะหลง

เดินผ่านป่าทึบ ออกมาเจอป่าโล่ง สลับไปมาเป็นระยะ ระหว่างทางมีแม่น้ำสะอาดที่เค้าว่าเติมดื่มได้ น้ำใสสะอาดน่าดื่มจริงๆ ยิ่งตอนร้อนๆแบบนี้ ฉันเดินไปกวักน้ำจากแม่น้ำดื่มเข้าไปนึกเสียดายว่าน่าจะมีขวดกรองน้ำมาด้วยคงจะมั่นใจกว่านี้ เมื่อเดินขึ้นต่อไป ก็พบว่าระหว่างทางมีแต่คนเดินสวนกลับลงมา น่าจะเป็นกลุ่มที่เดินขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า ช่วงกิโลเมตรสุดท้าย จะเป็นเขาโล่งเต็มไปด้วยกรวดและหินลอยก้อนเล็กก้อนใหญ่ ทางชันเดินยากและลมแรง ช่วงนี้เหมือนจะมีฉันเดินขึ้นไปอยู่คนเดียว ที่จริงก็ไม่ได้กังวลอะไรมากนัก เพราะดูเวลาแล้วยังไงก็กลับทันก่อนฟ้ามืดแน่นอน แต่ที่กังวลใจกว่าคือกลัวหาคนช่วยถ่ายรูปให้ไม่ได้ แม้ว่าจริงๆแล้วยังมีกลุ่มที่พักแรมในแค้มป์ใกล้ๆ แต่กว่ากลุ่มพวกนั้นจะมาคงรอพระอาทิตย์ใกล้ตกดินซึ่งก็เย็นเกินไปสำหรับฉัน

ต้องใช้คำว่าตะกายขึ้นไป จึงจะถึงยอดสูงด้านบน แล้วก็พบว่าต้องเดินทางชันลงไปอีกที จึงจะไปถึงทะเลสาบ Laguna de los tres ข้างหน้าอีก แล้วคนก็น้อยอย่างที่คิด แต่เมื่อมาถึงแล้วก็ต้องเดินไปหามุมสวยๆถ่ายรูป ตรงทะเลสาบ ลมพัดแรงมากขึ้นยิ่งทำให้อากาศหนาว พื้นที่ริมทะเลสาบแทบจะหาที่บังลมไม่ได้เลย

Campamento Poincenot

แค้มป์สำหรับกางเต็นท์ ก่อนถึงทะเลสาบ Laguna de los tres มีห้องน้ำแบบแห้ง และน้ำสะอาดบริการ เหมาะสำหรับมาชมวิวพระอาทิตย์ยามเช้า หรือยามเย็น หรือหากเดินวนรอบเพื่อจะไป Laguna Torre ก็พักที่นี่ก่อนแล้วมีทางแยกไป

เส้นทางเดินเทรคของปาตาโกเนีย มักระบุปลายทางเป็นทะเลสาบ (Laguna) มากกว่าภูเขา เพราะที่จริงแล้ว สถานที่เราเดินไปดูนั้นคือทะเลสาบที่หิมะละลายลงมาจากเทือกเขาด้านบน ตรงทะเลสาบจึงเป็นจุดที่ใกล้ชิด และชมวิวเทือกเขาได้สวยที่สุด บริเวณนี้ก็คล้ายๆเบสแค้มป์ของการจะขึ้นยอดเขานั่นแหละ

หลังจากนั่งรีๆรอๆ ชมความงามตรงหน้าท่ามกลางลมอยู่พักใหญ่ก็ได้สาวอิสราเอลมาช่วยถ่ายรูปให้ แสงแบบนี้ได้เแบบเงาๆ รางๆมา เป็นที่ระลึก ก็เดินกลับบ้านสบายใจ

สรุป ระยะทางไปกลับประมาณ 21 กม. ใช้เวลาเดิน 8 ชั่วโมง ตามมาตรฐานที่เขียนไว้

หลังจากมาถึงจุดนี้ได้กะว่าจะกลับไปซื้อเสื้อ Patagonia ในเมืองให้เป็นของขวัญตัวเองซักตัวเพราะมียอด Fitz Roy เป็นสัญญลักษณ์ แต่เห็นราคาแล้วจับไม่ลงจริง แพงเกิ๊น 🤑

Featured Trip

>>>สนับสนุนสินค้าของเรา<<<

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: