First time full Trekking at ABC, Nepal – Part IV (Pride is forever)

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

ก่อนจะเริ่มเขียนตอนต่อไป ขอบ่นหน่อยว่าทำไมชื่อเรื่องต้องเป็นภาษาอังกฤษด้วยหว่า :O
ตั้งคำถามกับตัวเองแล้วตอบว่า “วันนั้นที่เขียนลงไปคงดูอินเตอร์ดีมั้ง ครั้งแรกกับการเทรคกิ้งที่เนปาล มันธรรมดาทื่อๆไปเนอะ หรือจะตั้งว่าเสียดายคนไม่ได้ไปไม่ได้เทรค แหม! ก็ดูจะเลียนแบบหนังสือดังเค้าไปหน่อย” บร้า คิดๆๆๆ คิดตั้งนาน คิดไงก็ไม่ออก มัวแต่คิดชื่อเรื่อง ตัวเรื่องก็ยังไม่ได้ลงมือซักที งั้นเอามันทื่อๆ ง่ายๆ นี่แหละวะ

พอแระ เข้าเรื่องดีกว่า

หลังจากได้พักผ่อนสบายๆ ชื่นชมธรรมชาติอย่างเต็มที่ เราทุกคนไม่มีการพูดถึงการเปลี่ยนแปลงแผนการใดๆทั้งสิ้น เดินหน้าต่อไปตามที่ตกลง ซึ่งทุกคนสดชื่นแจ่มใส และยอมรับกับชะตากรรมว่าจะต้องเดินต่อกันอีก 3 วันข้างหน้านี้ได้เป็นอย่างดี
เหมือนดังเช่นทุกเช้าที่อากาศยามเช้ามักจะสดใสรอต้อนรับนักเดินเขาด้วยความสดชื่นเบิกบาน เหมือนเป็นพลังและกำลังใจให้ทุกคนได้ดื่มด่ำธรรมชาติที่งดงามตรงหน้า ยอดเขา Annapurna ยอดFish Tail เผยโฉมให้เห็นเป็นของขวัญตอนเช้าและเป้าหมายข้างหน้าให้กับทุกคน แต่สำหรับกลุ่มเราวันนี้เดินหันหลังไปอีกทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังยอด Poon Hill ยอดที่หลายคนมุ่งมั่นเดินขึ้นไปเพื่อชมยอดเขาเหล่านี้ ประชันโฉมกับแสงอาทิตย์ยามเช้า ว่ากันว่าที่นั่นเป็นจุดชมวิวยอดเขาที่สวยงามที่สุด บางคนถึงไม่ได้มาแตะเบสแคมป์เช่นเรา ก็ขอขึ้นไปยังแค่ Poon Hill เพื่อได้ชมความงามของยอดเขาเหล่านี้แทน

วันนี้อากาศสบายๆ เสื้อกันหนาวตัวหนาๆถูกเก็บยัดลงไว้ข้างล่างเป้ เราใส่เสื้อผ้าสบายๆ เพราะหากเดิน เดิน ต่อไป แสงแดด และความเหนื่อยก็จะทำให้เราร้อนขึ้นมาได้  แต่เสื้อกันฝนก็ยังขาดไม่ได้ ห้อยเตรียมไว้พร้อมใส่ตลอดเวลา ซานโต๊สบอกว่าวันนี้เดินประมาณ 5 ชั่วโมง แวะกลางทางกินข้าวกันที่ Chuli ซึ่งเดินไปประมาณ 2.30 ชั่วโมง
วันนี้เราเดินเรียงแถวตามๆกันมา ไม่ทิ้งห่างกันนักไปพร้อมๆกับไกด์และลูกหาบ บรรยากาศเดินเรื่อยๆสบายๆ ด้วยความคล่องและความชำนาญที่เราได้ผ่านความทุกข์ยากในช่วง 4-5 วันก่อนหน้า เส้นนี้ไม่ได้มีความสูงมาก ทำให้ทุกคนค่อนข้างมั่นใจว่าคงจะไม่มีใครและตัวเองเป็น AMS กันเป็นแน่ ก็ในเมื่อสามารถผ่านเส้นทางที่สูงกว่ามาแล้ว การเดินขึ้นเขาก็ไม่ยากเหมือนกับการเดินขึ้นเขาในช่วงขาขึ้นไปยัง ABC ซึ่งมีความสูงมากกว่ายิ่งสูงออกซิเจนยิ่งน้อย แต่เส้นทางนี้จากนี้ไปยังผ่านนาขั้นบันไดสวยๆ ผ่านป่าโปร่ง ซึ่งมีต้นไม้ให้ร่มเงา มีอากาศ และออกซิเจนบริสุทธิ์ให้เราได้เดินสูดล้างปอดกันอย่างเต็มที่ ฉันมีความรู้สึกเหมือนว่าเราได้ผ่านงานยาก งานหินมาแล้ว การเดินไปยัง Poon Hill เส้นนี้ แม้จะยากลำบากอย่างไร มันมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่ายังไงก็ไปถึงแน่ๆ แค่มองทางข้างหน้าเดินไปถึง แล้วก็มองทางข้างหน้าเดินไปถึง วางเป้าหมายการเดินให้สั้นๆง่ายๆ แล้วตื่นเต้นกับโค้งข้างหน้าที่รอเราอยู่ พูดตรงๆว่าฉันเริ่มสนุกกับการเดินไปเรื่อยๆ

IMG_1821
วิวนาขั้นบันไดสวยๆ ระหว่างเส้นทางเดิน
IMG_1774
บรรยากาศร่มรื่น ทำให้เพื่อนสองสาวเพลิดเพลินจนเดินหลงไปกับกลุ่ม จนไกด์ต้องไปเดินตามหา
IMG_1819
ด้านซ้ายเป็นโรงเรียน สำหรับเด็กบนภูเขา เราช่วยกันบริจาคสมทบทุนให้กับที่นี่ด้วย

เส้นทางนี้จะว่าไปก็ไม่ได้ง่ายดายนัก เรายังต้องเดินขึ้น เดินลง ขึ้นเขา ลงเขาหลายสิบลูกไม่แพ้กัน ช่วงที่ลัดเลาะขึ้นไปตามนาขั้นบันได ก็เหนื่อยแทบขาดใจไม่น้อย เวลาข้ามสะพานแล้วมองเห็นทางขึ้นข้างหน้าที่รออยู่ก็ท้อใจทีเดียว แต่หลังจากการเดินมาหลายวัน ส่วนที่ยากลำบากสำหรับฉันที่ร่างกายเริ่มประท้วงออกอาการก็คือเข่าข้างขวา จะเจ็บมากๆตอนที่ต้องเดินขาลงบันได อย่างที่เราได้รู้มาแหละว่า ที่จริงแล้วการเดินลงคือการลงน้ำหนักที่เข่า เรียกว่าเดินขึ้นก็เหนื่อยแฮ่ก เดินลงเจ็บเข่าตลอดทาง  แต่ใจนั้นสู้ และยังสนุกสนานกับการเดินเทรคตลอดเวลา การที่เราได้เดิน ทำให้เราได้สูดกลิ่นอายจากรอบข้าง มองสองข้างทางอย่างพิจารณา ได้จับและสัมผัสต้นไม้ใบหญ้า รู้สึกดีเวลาลมมาปะทะใบหน้าที่เหงื่อซึมๆ

20140605-162937-59377692.jpg
ก้าวเดินไปเรื่อยๆ
20140605-162937-59377451.jpg
เหนื่อยก็หยุด แวะพัก ถ่ายรูปกัน

สองวันนี้เราเดินทางมาถึงปลายทางตามเวลาที่คาด ไม่เกิน 5 โมงเย็นของแต่ละวัน ทุกวันก็ยังคงเจอฝนเช่นเดิม แต่ไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับช่วงแรก เสียงพร่ำบ่นคร่ำครวญของพวกเราน้อยลง เพราะเก่งขึ้น เดินกันได้ดี และเรารู้ว่ายังไงก็ยังคงต้องเดินต่อไปสู่จุดหมายเดียวที่เหลือข้างหน้า ไม่มีทางเลือกใดๆ ให้ไขว้เขว้ต่อไป
ที่ Ghorepani เป็นปลายทางในวันสุดท้าย ที่เราจะพักสำหรับการเทรค และเป็นฐานสำหรับการเดินขึ้นต่อในยามเช้าตอนตีห้าเพื่อขึ้นไปชมทิวเขาที่เรียงรายตรงหน้า ฉาบไปด้วยแสงอาทิตย์ที่สาดส่องในยามเช้า การตื่นเช้ากับฉันเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน ครั้งนี้ก็ไม่เว้นเช่นกัน แหม ถ้าเป็นไปได้อยากจะนอนรอเพื่อนที่โรงแรมซะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะการขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นเนี่ย มันหาใช่ the must สำหรับตัวเอง แต่การเดินขึ้นไปบน Poon Hill เนี่ยมันพลาดไม่ได้ ถ้าได้เดินซัก 7-8 โมงเนี่ยถึงไหนถึงกัน แต่วันนี้เราเร่งตื่นแต่เช้า แถมต้องเร่งวิ่งขึ้นไปให้ทันแสงอาทิตย์อย่างเพื่อนๆ และนักท่องเที่ยวบางคน สำหรับฉันขอค่อยๆเดิน ดุ่มๆขึ้นไป แค่นี้ก็ปวดหัวแล้ว ฉันเลยได้ถึงช้ากว่าใครเค้า ก็ไม่เป็นไร ช้าหน่อย บนนี้ก็ยังสวยในสายตาของฉัน ยอดเขาทั้งหมดเรียงรายอยู่สวยงามตรงหน้า ทั้งยอด Dhaulagiri ยอด Annapurna south ยอด Fish Tail ดูอลังการยิ่งใหญ่ เต็มตา ขนาดขึ้นมาบนความสูงที่ 3200 เมตร บน Poon Hill ความยิ่งใหญ่ของยอดเขาตรงหน้า ก็ยังตระหง่านและสูงใหญ่ มนุษย์อย่างไร ไม่มีทางเทียบเทียมธรรมชาตินั้นได้เลย

ยังไม่ถึงยอด แต่ต้องห้ดทำท่าพิชิตยอดไว้ก่อน เดี๋ยวถึงที่จะได้ไม่ขัดเขิน 555
ยังไม่ถึงยอด แต่ต้องห้ดทำท่าพิชิตยอดไว้ก่อน เดี๋ยวถึงที่จะได้ไม่ขัดเขิน 555
คราวนี้ถึงยอด Poon Hill แล้วค่ะ เย้!!!!
คราวนี้ถึงยอด Poon Hill แล้วค่ะ เย้!!!!
ป้ายบนยอด Poon Hill อันนี้สวยมากๆ ต้องมี ใครมาถึง ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด
ป้ายบนยอด Poon Hill อันนี้สวยมากๆ ต้องมี ใครมาถึง ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด
ยอด Dhaulagiri สวยตระหง่านตระการตา จากยอด Poon Hill
ยอด Dhaulagiri สวยตระหง่านตระการตา จากยอด Poon Hill

จงมาดูเพื่อให้เห็นความยิ่งใหญ่งดงาม และอยู่ร่วมกับธรรมชาติที่ตระการตา  นั่นเป็นความคิดของฉัน หลังจากนั้นก็เดินวนเวียนรอบๆ ดูให้ทั่วๆ ก่อนจะเดินลง ไปที่โรงแรมเพื่อเก็บสัมภาระทั้งหมด เตรียมตัวเดินทางลงสู่ตีนเขาด้านล่าง อีก 5-6 ชั่วโมงข้างหน้า

ภาระกิจพิชิตเบสแคมป์ และไล่ตามหนึ่งในความฝันของคนที่รักการเดินทางอย่างฉัน สำเร็จสมความมุ่งหมาย เราก้าวเดินกันเป็นหมื่นเป็นแสนก้าว ขึ้นบันไดกว่าหมื่นขั้น ข้ามภูเขาหลายลูก ลำธารหลายสาย สะพานหลายเส้น เดินสวนกับนักเดินทางมากมาย ส่งเสียงทักทาย “นมัสเต” และยิ้มแย้มให้กับผู้คนทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร เราต่างยิ้มแย้มเป็นกำลังใจ และยกย่องหัวใจต่อกันและกัน การเดินทำให้โลกช้าลง มีเวลาสำรวจธรรมชาติรอบข้าง เก็บเกี่ยวความงามตามรายทาง คติสอนใจ เรื่องราวต่างๆผุดขึ้นมาเป็นระยะยามเหนื่อยและท้อแท้ แต่มันพองโตสุดๆเมื่อเราไปถึงที่หมาย และภาระกิจสำเร็จเสร็จสิ้น เรื่องราวของพวกเราถูกนำมาพูดคุยระหว่างกันเมื่อพบหน้า และบางเรื่องราวมันแจ่มชัดมากๆ กับบางก้าวที่เกือบล้ม ล้มไปแล้ว และสองข้างทางที่ผ่านไปพร้อมความเจ็บปวดหรือเสียงหัวเราะ

มันยากที่จะบรรยายบทสรุปของการเดินเทรค แต่สำหรับฉันมันคือการก้าวข้ามบางอย่างที่ฉันเคยคิดว่ายากที่จะทำได้ในวัยที่อายุน้อยกว่านี้ แต่วันนี้กลับสามารถทำได้ในวัยที่มากขึ้น การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉันยังต้องใช้มันไล่ตามความฝัน และการเดินทางที่ปรารถนาจะไปยืนอีกหลายแห่งในโลกใบนี้

น่าจะเป็นรูปสุดท้ายที่ถูกบันทึกไว้ หลังจากพิชิตเส้นทางในฝันสำเร็จ เราเดินลงไปขึ้นรถจิ๊ปที่ Hille ก่อนจะต่อรถตู้กลับ Kathmandu ในคืนนี้
น่าจะเป็นรูปสุดท้ายที่ถูกบันทึกไว้ หลังจากพิชิตเส้นทางในฝันสำเร็จ เราเดินลงไปขึ้นรถจิ๊ปที่ Hille ก่อนจะต่อรถตู้กลับ Kathmandu ในคืนนี้

…………………………………………………………………………………………………………………

Day 8  Trekking ฺChomrong-Chuli-Tadapani  6 hrs.
Day 9  Trekking Tadapani-Banthanti (upper)-Deurali-Ghorepani 6 hrs.
Day10 Trekking Ghorepani-Poon Hill-Ghorepani-Banthanti (lower)-Ulleri-Tike dhuka-Hille 8 hrs.
จากนั้นต่อรถจิ๊ปออกมาที่ Nayapul เพื่อขึ้นรถตู้ในตอนเย็นเวลาประมาณ 18.00 น. มาถึงกาฎมัณฑุเวลาประมาณ 02.00 น.
เช้าวันต่อมาเป็นวันสุดท้ายของเราที่เนปาล เตรียมขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพกันค่ะ

จบทริปโหด มันส์ ฮา ได้รสชาติของชีวิตที่หลากหลายเป็นที่จดจำไว้ในความทรงจำของพวกเราทุกคน หลังจากระทมทุกข์ พร่ำบ่นว่าจะบ้าไปแล้ว มาเดินทำไมกัน มาถึงวันนี้ พวกเราต่างนึกถึงเทรคต่อๆไปกันอีกแล้วนะคะ ของแบบนี้ต้องลอง ต้องสัมผัส จึงได้รู้ว่าหากเราข้ามเส้นที่ยากลำบาก และไม่คิดว่าจะทำได้ เราทำทีละก้าว ทีละก้าว แล้วเมื่อถึงปลายทางหันกลับมามอง อุปสรรค ความยากลำบากทั้งหลายมันก็แค่ก้าวผ่าน ความเจ็บปวดเราทิ้งมันไว้ และมันอย่างมั่นใจว่าทุกอย่างเราผ่านได้ และผ่านมาแล้ว มันจบไปแล้ว หลังจากนี้ที่เหลือแก็คือความภูมิใจ และความกล้าหาญที่เจอเรื่องราวข้างหน้าต่อไปอย่างไม่ยี่หระต่อความยากลำบากอีกแล้ว

Pain is temporary , Pride is forever.

ดังนั้นเทรคต่อไปมีแน่ คอยชมกันต่อไป

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: