Lunar Travel WorldNim on Travel
Home » Blog » Asia » Turkey » มีอะไรที่ ตุรกีตะวันออก (Eastern Turkey)

มีอะไรที่ ตุรกีตะวันออก (Eastern Turkey)

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

ประกาศจากสถานทูตตุรกีแจ้งว่าเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว ทำให้ฉันต้องหวั่นไหวกับการเดินทางอีกครั้งหลังจากไม่ได้เที่ยวต่างประเทศมากว่า 20 เดือน

ด้วยความเร่งรีบ แบบ “กรูจะต้องไปต่างประเทศให้ได้เร็วที่สุด” ฉันวางแผนเที่ยวตุรกีแบบคร่าวๆ หยิบรวมสถานที่ 3 แห่งที่เคยคิดว่าหากมีโอกาสไปตุรกีอีกครั้งจะต้องไปเยือนให้ได้ ก็คือ เมืองโบราณฮัตตูช่า เมืองวาน และภูเขาเนมรุต ตั้งใจจะใช้เวลาเที่ยวสัก 10 วัน หากไปครบ 3 แห่งนั้นแล้วมีเวลาเหลือก็จะกลับมาเดินเล่นในเมือง Istanbul เพราะเคยประทับใจกับเมืองนี้เมื่อครั้งมาท่องเที่ยวเมื่อสิบกว่าปีก่อน และยังไม่เคยไปทั้งแกรนด์บาซาร์ สไปซ์บาซาร์ ก็ถือโอกาสมาครั้งนี้ไปเลย

แต่เผอิญได้ไปคุยกับเพื่อนว่าจะมาเที่ยวจอร์เจีย ก็หวังจะติดสอยห้อยตามไปกับเค้าด้วย เลยเพิ่มวันเที่ยวเป็น 20 วัน จะไปเจอกันที่จอร์เจีย ดูคุ้มค่าดีสำหรับการเดินทางที่ต้องกลับมากักตัวต่ออีก 7 วัน แต่แล้วแผนจอร์เจียก็ล่มไป ตั๋วเครื่องบินเที่ยว 20 วันจองไปแล้ว แม้ว่าจะเปลี่ยนตั๋วได้ แต่ก็ไหนไหนแล้ว เที่ยวตุรกี 20 วันไปเลย หรือไม่ก็วางแผนเที่ยวจอร์เจียด้วยตัวเองต่อตามเดิม

นั่งดูแผนที่ว่าเอายังไงไปไหนดี ยิ่งใกล้ ยิ่งขี้เกียจคิด ก็เลยตัดสินใจ เที่ยวไปคิดไป ให้แผนการคร่าวๆ และโชคชะตานำพาไปก็แล้วกันว่าจะไปได้ถึงไหน

อนาโตเลีย และยูเฟรตีส

รูปภาพสวยๆ วิวงามๆ ทำให้เราอยากพาตัวเองไปยังสถานที่นั้น แต่สำหรับฉัน ส่วนใหญ่แล้วการตัดสินใจเลือกไปหลายสถานที่เกิดขึ้นจากชื่อที่คุ้นเคย ยิ่งชื่อนั้นคุ้นเคยตั้งแต่สมัยเด็กๆ จากหนังสือเรียน หนังฝรั่ง หนังจีน หรือหนังสือสารคดีเล่มหนาที่เคยหยิบเปิดอ่านเมื่อเนิ่นนานมาแล้ว ยิ่งกระตุ้นให้อยากรู้ อยากเห็น จินตนาการเหล่านั้นก็เลยพาให้การเดินทางครั้งนี้ของฉันวนเวียนอยู่แค่ในตุรกีตะวันออก ดินแดนที่ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งอย่างไพเราะว่า “อนาโตเลีย” และเพิ่งรู้ตอนหาข้อมูลว่ายังเป็นบริเวณที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญอย่างยูเฟรตีส และไทกรีส สองสายน้ำที่เป็นแหล่งอารยธรรมแรกๆของโลก ทั้งที่เคยคิดว่าจะได้เห็นแม่น้ำสองสายนี้ก็ต้องบุกไปถึงอิรักซึ่งเคยเป็นแหล่งอารยธรรมเมโสโปเตเมีย เอาละในเมื่อไปไม่ถึงถิ่นอิรัก ก็ไปดูซิว่า ระหว่างแม่น้ำสองสายในตุรกี ก็น่าจะมีอะไรที่น่าสนใจให้ดูกันบ้างละ

มุ่งหน้าสู่ที่ราบสูงอนาโตเลีย มีแม่น้ำยูเฟรตีสเป็นพรมแดน

ว่ากันตรงๆ ฉันเริ่มต้นกับตุรกีครั้งนี้อย่างไม่ค่อยดีนัก เมื่อจู่ ๆ ก็โดนที่พักเท ก่อนถึงตุรกี 10 ชั่วโมง ทำให้ต้องลากกระเป๋าหาที่พักใหม่ระหกระเหิรไปนอนโฮสเทลทั้งที่ตั้งใจว่าเที่ยวครั้งนี้จะไม่นอนโฮสเทลแล้ว พอมีความตั้งใจเป็นที่ตั้ง การนอนโฮสเทลครั้งนี้ก็ทำให้เกิดความเหวี่ยงอยู่ในใจ ทั้งที่เจ้าของก็ดี คนร่วมห้องสาวชาวรัสเซียก็น่ารัก ตัวเองก็นอนโฮสเทลไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ความเหวี่ยงโมโห ก็เลยพาลไม่ชอบใจ Istanbul ขึ้นมาหงิดๆ กดจองตั๋วเครื่องบิน พาตัวเองออกบินออกจาก Istanbul ในเช้าวันต่อมาทันที จากที่เดิมตั้งใจจะอยู่ 2-3 คืน เปลี่ยนแผนการเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองอะดิยามัน (Adiyaman) ไปเดินขึ้นเขาดูรูปปั้นขนาดใหญ่บนเขาเนมรุต 1 ใน 3 สิ่งสำคัญที่ต้องทำในการมาเที่ยวตุรกีครั้งนี้

จากอารยธรรมเก่าแก่ของเมืองหลวง Istanbul ซึ่งมีอดีตคือเมือง Constantinople ศูนย์กลางอารยธรรมที่คุ้นเคย เมืองศูนย์กลางการค้า จุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโลกตะวันตกและตะวันออก ความเจริญวุ่นวาย การจราจรติดขัดถาโถมเข้ามาคู่กับความสะดวกสบาย ความตื่นตา ตื่นใจของความทันสมัย ความอิ่มหนำกับร้านอาหารน่าอร่อย ร้านกาแฟน่านั่ง ริมแม่น้ำที่สะอาดตาน่าเดินยามเช้า เครื่องบินกำลังพาฉันออกจากเมืองนั้นที่มีทะเลสีน้ำเงินเข้มสวย มุ่งหน้าสู่ที่ราบสูงที่ดูดุดัน โหดร้าย ห่างไกลจากความสะดวกสบาย เทือกเขาสลับซับซ้อนทำให้คิดถึงการผจญภัยข้างหน้า มีความตื่นเต้นของความไม่รู้ และไม่อาจจินตนาการใดๆได้ เนื่องจากไม่เคยเห็นภาพใดมาก่อน นอกจากภาพรูปปั้นขนาดใหญ่บนเขาเนมรุตที่พาฉันมายังพื้นที่ห่างไกล แม้ครั้งหนึ่งเคยออกมาถึงคัปปาโดเกียแล้ว หลายคนก็ยังบอกว่าการจะมาเนมรุตนั้นยังไกลออกไปอีกมาก และการเดินทางไม่สะดวกนัก

สายน้ำสีเขียวเข้ม ชอนไชตามเทือกเขาและที่ราบสูง ปรากฎให้เห็นก่อนเครื่องบินลงจอดไม่นานเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำยูเฟรตีส พรมแดนธรรมชาติระหว่างไบแซนไทน์ของจักรวรรดิโรมัน และโลกอาหรับ ในขณะที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำส่วนใหญ่ใช้ภาษากรีก แต่อีกฟากสื่อสารกันด้วยภาษาซีรีแอก (Syriac) และอาร์เมเนียน(Armenian) เมื่อไบแซนไทน์ขยายอิทธิพล และเผยแพร่ศาสนามาถึงดินแดนนี้ในศตวรรษที่ 5 ก็มีบางส่วนได้ก่อกบฎและแตกแยกออกไปเช่นกลุ่มชาวเคิร์ด ชาวซีเรีย เนื่องจากชอบการปกครองแบบอิสลามที่ผ่อนคลายกว่า ขณะที่อาร์เมเนียออธอร์ดอกซ์ แยกเป็นอิสระไม่ขึ้นกับฝ่ายใด

ศตวรรษที่ 11 เป็นช่วงที่เซลจุกเติร์ก เข้ามาแย่งชิงพื้นที่ของไบแซนไทน์ และสามารถรวบรวมเขตแดนอย่างเป็นปึกแผ่นในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรตีส ขณะที่ฝั่งตะวันออกยังคงกระจัดกระจายด้วยผู้ปกครองที่แยกเป็นอิสระหลายกลุ่ม และยังถูกรุกราน ถูกทำลายบ้านเมืองอย่างหนักจากการขยายเขตแดนของชาวมองโกล และกลุ่มติมูร์

หลังปี 1514 ออตโตมันกลับมารวบรวมพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรตีส และสามารถสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับชาวเคิร์ดซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยกลุ่มใหญ่ มากกว่ากลุ่มผู้ปกครองชาวเติร์กที่นิยมอิหร่าน จึงทำให้ออตโตมันสามารถขยายดินแดนที่ต่อมากลายเป็นตุรกี มีพื้นที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยกลุ่มชนมากมายหลากภาษา มาจนถึงปัจจุบัน

แผนการเดินทางที่ไม่เป็นเรื่องเป็นราว กลายเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและน่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่ง

โลกอีกฟากของแม่น้ำยูเฟรตีส มีความหลากหลายทั้งทางภาษา ศาสนา วัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับโลกอิสลาม อารยธรรมดั้งเดิมที่ดุดัน ความเชื่อความลุ่มหลงตัวเองของผู้นำที่สร้างรูปปั้นขนาดใหญ่เหนือยอดเขาสูง ความเชื่อทางศาสนาของอาร์เมเนียออธอร์ดอกซ์ที่แตกต่างท่ามกลางหมู่ชาวมุสลิม ชาวเคิร์ตผู้อาศัยบนภูเขาแต่มีกองกำลังที่เข้มแข็ง ศิลปะซีเรียดั้งเดิมที่งดงามอ่อนช้อยบนหินที่แข็งแกร่งสืบต่อเนื่องในอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ยังมีธรรมชาติเทือกเขา ทะเสสาบ และภูเขาไฟ ทั้งหมดนี้ทำให้การเดินทางในตุรกีตะวันออกจึงน่าสนใจ น่าค้นหา และรู้สึกตื่นใจไม่น้อยเมื่อได้ยินเรื่องราว จนทำให้แผนการเดินทางที่ไม่เป็นเรื่องเป็นราว กลายเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและน่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่ง

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.