Lunar Travel WorldA Legend of Travel
สิ่งที่นักเดินทางต้องรู้เกี่ยวกับการระบาดของโคโรนาไวรัส หรือ COVID-19

สิ่งที่นักเดินทางต้องรู้เกี่ยวกับการระบาดของโคโรนาไวรัส หรือ COVID-19

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

โคโรนาไวรัส (Coronavirus) เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ พบครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อเดือนธันวาคม 2019 และได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลกในช่วงเวลา 2 เดือน ส่งผลกระทบต่อ 38 ประเทศ ใน 6 ทวีป ดังนั้นนี่คือสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการระบาดครั้งนี้ รวมทั้งข้อปฏิบัติและการป้องกันสำหรับนักเดินทาง

โคโรนาไวรัส
เชื้อไวรัสโคโรนา

โคโรนาไวรัสคืออะไร

จนถึงปัจจุบัน (ก.พ.2020) มีโคโรนาไวรัส 7 ประเภทที่เป็นที่รู้จัก รวมถึงโรคซาร์ส (SAR) และ เมอร์ส  (MERS) ซึ่งมีการระบาดในปี 2003 และ 2012-2013 ตามลำดับ  โคโรนาไวรัสสายพันธ์ใหม่นี้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  COVID-19 เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบ (pneumonia)

จุดเริ่มต้นการระบาดของโคโรนาไวรัส

โคโรนาไวรัส ถูกตรวจพบครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น  มณฑลหูเป่ย, ประเทศจีน เมื่อประมาณช่วงสิ้นเดือนธันวาคม 2019 เชื่อกันว่าไวรัสเริ่มต้นจากแหล่งค้าสัตว์ ในตลาดสัตว์ป่าอู่ฮั่น โดยติดจากสัตว์สู่คน

แผนที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน อยูทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

เชื้อไวรัสโคโรนาที่เคยระบาดทั้งในอดีตและปัจจุบันมีต้นตอของเชื้อที่เหมือนกันคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาทิ ค้างคาว และอูฐ แต่เมื่อเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ทำให้ทนทานต่อภูมิคุ้มกันของคนและสามารถพัฒนาตัวกลายเป็นเชื้อที่ติดต่อจากคนสู่คนได้ อย่างไรก็ตามแหล่งที่มาที่แท้จริงของ Covid-19 ยังไม่เป็นที่แน่นอนในปัจจุบัน (https://www.chula.ac.th/cuinside/26952/)

สามารถติดเชื้อ COVID-19ได้อย่างไร

การติดต่อคล้ายๆกับโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ โดยทางละอองน้ำที่มีเชื้อโรคจากผู้ที่ป่วยหรือผู้มีพาหะเชื้อโรค ทางการไอหรือจาม หรือจากการสัมผัสที่ติดเชื้อ  และโดยทั่วไปเกิดระหว่างผู้ที่ติดต่อสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน

ลักษณะอาการ COVID-19

ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ เจ็บคอ น้ำมูกไหล จาม หายใจเหนื่อยหอบ และท้องเสีย ในรายที่หนักมาก การติดเชื้อสามารถก่อให้เกิดโรคปอดบวม ปอดอักเสบที่มีภาวะปัญหาหายใจอย่างรุนแรง

COVID-19 อันตรายหรือไม่

การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 ไม่ทำให้เสียชีวิตทุกคน หากติดเชื้อก็สามารถรักษาหายได้ เป็นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการของผู้ป่วย ถ้าภูมิคุ้มกันดีพอ มีหลายคนสามารถหายได้เอง ข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่าอัตราการเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โดยเฉลี่ยคือ 3-5% ซึ่งต่ำกว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคซาร์สซึ่งควบคุมการระบาดได้แล้ว และโรคเมอร์สที่ยังพบการระบาดอยู่เนื่องจากไม่สามารถคุมสัตว์ที่เป็นต้นตอของโรคได้

ในรายที่อาการรุนแรงจะทำให้เกิดโรคปอดอักเสบและหลอดลมอักเสบรุนแรง ผู้เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ  เด็กและผู้สูงอายุมีความเสี่ยงมากที่สุด โดยอาจจะเสียชีวิตจากระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือไวรัสกระจายในกระแสเลือด

เด็กและผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอันตรายจากไวรัสโคโรนา หรือ Covid-19 มากที่สุด

COVID-19 สามารถรักษาได้หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาหรือวัคซีนป้องกัน สิ่งเดียวที่แพทย์สามารถทำได้ในปัจจุบันคือ การรักษาแบบประคับประคองตามอาการของผู้ป่วย ถ้าภูมิคุ้มกันดีพอ มีหลายคนสามารถหายได้เอง

วิธีป้องกันการติดเชื้อ COVID-19

ป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ

ตามคำแนะนำของ WHO ให้ปฏิบัติตัวดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด ในที่ชุมชนควรสวมหน้ากากอนามัย
  • ล้างมือให้สะอาดเป็นประจำด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ
  • ปิดปากปากเมื่อไอหรือจามแล้วล้างมือทันที
  • ไม่นำมือที่ไม่สะอาดมาสัมผัส ดวงตา ปากหรือจมูก  
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่มีอาการไอจามหรือมีไข้
  • งดการเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยงถ้าไม่จำเป็น
  • ออกกำลังกาย ทานอาหารถูกสุขลักษณะ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

การป้องกันไม่ให้ผู้อื่นติดเชื้อ หากสงสัยว่าตัวเองติดเชื้อ

เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคลุกลามเป็นวงกว้าง จนป้องกันไม่ได้ เพราะมีการติดต่อจากคนสู่คนค่อนข้างง่าย

  • อยู่บ้านถ้ารู้สึกไม่สบายและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น
  • ทำความสะอาดสิ่งของ สิ่งที่สัมผัส ถ้ารู้สึกว่าตัวเองไม่สบาย
  • ไม่ใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้อื่น
  • หากกลับมาจากพื้นที่ ประเทศเสี่ยงต้องกักตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อกับผู้อื่นอย่างน้อย 14 วัน
  • ห้ามปิดบังประวัติการเดินทางหากกลับมาจากประเทศเสี่ยงและพบว่ามีอาการเป็นไข้ เจ็บคอ น้ำมูกไหล

COVID-19 ระบาดที่ไหนบ้าง

มีรายงานการระบาดของ COVID -19 ทั่วโลกทั้งเอเชีย กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ยุโรป ออสเตรเลีย แอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้  อัพเดทจากกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 26 ก.พ.2020 เวลา 18.30น. ดังนี้

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/868186

นักท่องเที่ยวต้องรู้หรือควรทำอย่างไรเกี่ยวกับการระบาดของ COVID-19

ทางการไทยได้ออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นทั้งหมดไปยังประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและควรงดเดินทางในช่วงนี้เด็ดขาด ประกอบด้วย จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน

ประเทศกลุ่มเสี่ยงที่ห้ามเดินทาง (27 ก.พ.2020)

การเดินทางทางอากาศ (AIR TRAVEL)

เครื่องบินเป็นสถานที่ปิดล้อมที่มีคนจำนวนมากอยู่ใกล้กันและสามารถทำให้เกิดการติดต่อโรคโดยง่าย  WHO ไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวสวมหน้ากากอนามัยในระหว่างเที่ยวบินเว้นแต่ว่าจะมาพร้อมกับคนป่วยหรือป่วยเอง เนื่องจากไม่มีข้อยืนยันว่าการใช้หน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันเชื้อโรคได้ การใส่ไม่ถูกวิธี การถอดเข้าออกที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และการกำจัดที่ไม่ถูกต้องทำให้หน้ากากอนามัยกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคมากที่สุด รวมไปถึงเรื่องของมาตรการความปลอดภัย ความหวาดระแวงของผู้ร่วมเดิมทางอื่น แต่ในขณะนี้ซึ่งต่างต้องระวังการระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัส COVID-19 แม้แต่ทางสายการบินยังอนุญาติให้พนักงานใส่หน้ากากอนามัยในเส้นทางพื้นที่เสี่ยง ซึ่งการปฏิบัติงานช่วงนี้ก็ต้องเพิ่มการป้องกันเป็นพิเศษ

  1. สวมหน้ากากอนามัย โดยต้องใส่ให้ถูกต้อง เปลี่ยนบ่อย ถอดเข้าออกอย่างถูกสุขลักษณะ รวมทั้งการกำจัดให้ถูกวิธี เพราะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ที่อาจทำให้ติดต่อกันได้ง่ายยิ่งขึ้น
  2. พยายามอยู่ห่างจากผู้ที่มีอาการไอและจาม โดยสังเกตผู้โดยสารที่นั่งติดกับเรา รวมถึงผู้ที่นั่งอยู่ในแถวใกล้เคียงว่ามีอาการไอและจามหรือไม่ ซึ่งปกติเชื้อโรคจะสามารถแพร่กระจายได้ในระยะประมาณ 1-2 เมตร หากพบผู้โดยสารที่นั่งใกล้กับเรามีอาการไอและจาม ให้สวมหน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลา หรือถ้าเป็นไปได้ให้แจ้งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเพื่อช่วยเหลือ
  3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสส่วนต่างๆ ในเครื่องบินที่มีการใช้งานร่วมกันกับผู้อื่น เช่น ประตูห้องน้ำ ราวจับต่างๆ เบาะที่นั่ง ที่วางแขน รวมถึงที่เก็บของเหนือศีรษะ หากมีการสัมผัสสิ่งใดที่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ให้รีบล้างมือด้วยสบู่ และหมั่นล้างมือให้บ่อยๆ เพื่อเป็นการลดการสะสมของเชื้อโรค
  4. พกเจลล้างมือติดตัว ใช้ทำความสะอาดมือบ่อยๆ ในกรณีที่ไม่สามารถลุกไปล้างมือที่ห้องน้ำได้ สำหรับของเหลวหรือเจลที่อนุญาตให้ถือติดตัว ขึ้นเครื่องบิน ได้ ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร
  5. เลือกที่นั่งริมหน้าต่างมีข้อดีกว่าที่นั่งริมทางเดินที่มีคนเดินผ่านไปมาบ่อยๆ
  6. ไม่ควรปิดระบบปรับอากาศด้านบน เพื่อจะได้มีอากาศถ่ายเทอยู่เสมอ โดยถ้ารู้สึกหนาวเกินไปให้ปรับทิศทางลมไม่ให้โดนที่ร่างกายเราโดยตรง ขอผ้าห่มจากพนักงานเพื่อห่มคลุมป้องกันความหนาวเย็น

(https://www.sanook.com/travel/1419601/)

การเดินทางทางเรือ (CRUISE TRAVEL)

นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบการล่องเรือสำราญในเอเชียขณะนี้ ช่วงที่ผ่านมาผู้โดยสารเรือสำราญมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการแพร่กระจายของโรคติดต่อจากคนสู่คน และมีผลกระทบภายในเรือซึ่งมีคนจำนวนมาก

  • เรือสำราญ Diamond Princess ซึ่งมีผู้โดยสาร 3,700 คนถูกกักกันที่ท่าเรือโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2020 มีผู้โดยสารติดเชื้อ 695 คน เนื่องจากเจ้าหน้าที่บนเรือไม่มีระบบการจัดการด้านสุขภาพที่ดี มีผู้เสียชีวิต 3 คนบนเรือ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ที่ได้รับการปล่อยกลับบ้านจะต้องถูกกักตัวในที่พักอีก 14 วัน
  • เรือสำราญ Royal Caribbean ได้ยกเลิกหรือปรับเส้นทางการเดินเรือในเอเชียจนถึงกลางเดือนมีนาคม ระงับการเดินเรือทั้งหมดที่ออกจากจีนแผ่นดินใหญ่หรือฮ่องกง และยังปฏิเสธที่จะให้ผู้โดยสารที่เคยเดินทางจากหรือไปยังจีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง, มาเก๊า, อิหร่าน, เกาหลีใต้, และดินแดนอิตาลีในแคว้นลอมบาร์เดียและเวเนโตในช่วง 15 วันที่ผ่านมา ขึ้นเรือ รวมทั้งแขกคนอื่นที่เคยติดต่อกับคนอื่นจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊า อิหร่านเกาหลีใต้และภูมิภาคอิตาลีของลอมบาร์เดียและเวเนโต ในช่วง 15 วันที่ผ่านมา
  • เรือสำราญ Holland America Line ต้องค้นหาท่าเรือเพื่อขึ้นฝั่ง เนื่องจากผู้โดยสารในเรือเกรงว่าจะมีผู้เดินทางที่ติดเชื้อ  ทั้งนี้บริษัทเรือประกาศยกเลิกการล่องเรือในแถบเอเชีย สำหรับเดือนมีนาคมและเมษายน 2020

ประกาศมาตรการจากชาติต่างๆต่อประเทศไทยและนักเดินทางไทย

มีคำประกาศต่างชาติ 18 แห่งทั่วโลก ออกมาตรการเข้มงวดต่อนักเดินทางไทย และประเทศอื่นๆ ที่กำลังมีการแพร่ระบาด COVID-19 พร้อมแนะนำพลเมืองงดเดินทางไปประเทศเหล่านี้ ดังนี้

ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/868208

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้รวบรวมมาตรการจากประเทศต่าง ๆ ที่มีต่อไทย เพื่อสกัดกั้นและลดภาวะเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) 

1. อินเดีย  กำหนดให้ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง ต้องผ่านการตรวจด้วยเครื่องตรวจจับความร้อนในร่างกาย (เทอร์โมสแกน) และต้องกรอกแบบฟอร์มสาธารณสุขของอินเดีย

2. อังกฤษ  ขอให้บุคคลที่เข้าคุณสมบัติ 2 ข้อได้แก่ เดินทางมาจากไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย และมาเก๊าในช่วง 14 วันที่ผ่านมา และพบว่ามีอาการไข้หวัด ไอ และหายใจติดขัด โดยให้หลีกเลี่ยงการออกไปพบปะ ผู้คน และติดต่อศูนย์สุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) หรือแพทย์ประจำตัว

3. ไต้หวัน  ออกประกาศแจ้งเตือนระดับการระบาดของโรคในไทยเป็นระดับที่ 1 คือระดับประเทศติดตาม (Watch) โดยผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวควรจะปฏิบัติตามมาตรการ ป้องกันทั่วไปของท้องที่

4. อิสราเอล ขยายเงื่อนไขการคัดกรองผู้ที่เดินทางไปยังอิสราเอล ซึ่งรวมถึงผู้ที่เดินทางไปไทย จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเก๊า ใน 14 วันที่ผ่านมา โดยได้ออกประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนพิจารณาความจำเป็น ในการเดินทางไปไทย ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเก๊า เกาหลีใต้ และไต้หวัน และประกาศให้บุคคลทุกคนสัญชาติที่เดินทางกลับจาก ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเก๊า ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. 2563 เป็นต้น จะต้องพักอยู่ที่บ้าน (home quarantine) เป็นเวลา 14 วันหลังจากเดินทางมาถึงอิสราเอล  

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย ขอร้องให้ไทยยุติการส่งแรงงานไปอิสราเอลจนกว่าจะมีการแจ้งใหม่ เนื่องจากกลัวว่า แรงงานไทยจะไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการพักอยู่ที่บ้านของอิสราเอลได้ นอกจากนี้ ยังปฏิเสธการเข้าเมืองทั้งทางอากาศ ทางเรือและทางบกต่อบุคคลทุกสัญชาติที่เคยเดินทางไปไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเก๊า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยกเว้นผู้ถือสัญชาติหรือมีถิ่นพำนักในอิสราเอล 

5. เกาหลีใต้ แนะนำให้ประชาชนจำกัด หลีกเลี่ยงการเดินทางเยือน 6 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ ซึ่งองค์การอนามัยโลก หรือดับเบิลยูเอชโอ ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการแพร่ระบาด ภายในท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วย ไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ ให้ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมาก อาทิ ไทย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ที่มีอาการไอหรือมีไข้ ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าด้วย เดิมทีบังคับใช้เฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากจีนเท่านั้น 

6. สเปน แนะนำให้ประชาชนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไทย  ตรวจสอบข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขสเปนก่อนการเดินทาง ในขณะนี้ ยังไม่พบการออกคำแนะนำการเดินทาง สำหรับการเดินทางมาไทยจากกระทรวงสาธารณสุขสเปน 

7. บรูไน ออกประกาศแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศที่มี ความเสี่ยงสูง (high risk) รวมถึงไทย เฉพาะกรณีจำเป็น 

8. มาเลเซีย จัดทำแนวปฏิบัติด้านการสาธารณสุขให้นายจ้างที่มีลูกจ้างที่เดินทาง กลับมาจากไทย จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานของ ลูกจ้าง ซึ่งมีรายละเอียด อาทิ 1.ให้ลูกจ้างเข้ารับการตรวจร่างกายโดยทันที โดยนายจ้างจะเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย 2.อนุญาตให้ลูกจ้างลาหยุดหรือลาป่วย รวมถึงอนุมัติการใช้สิทธิ ประโยชน์ด้านสุขภาพของบริษัทในช่วงการกักกันเฝ้าระวังโรค (quarantine period) 3.จ่ายค่าตอบแทนอื่น ๆ หากช่วงการกักกันเฝ้าระวังโรคเกินจำนวน สิทธิในการลาป่วย หรือสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของบริษัท 4.จ่ายค่าตอบแทนแก่ลูกจ้างเต็มจำนวนในระหว่างช่วงการกักกันเฝ้า ระวังโรค

9. โรมาเนีย ยกระดับคำเตือนการเดินทางไปประเทศไทย โดยรายงานว่า พื้นที่สุ่มเสี่ยง ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่

10. ตุรกี  ยกระดับการตรวจ คัดกรอง โดยให้มีการตรวจจับอุณหภูมิของร่ายกาย โดยกล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Camera) ผู้โดยสารต่างประเทศทุกเที่ยวบิน จากเดิมที่ ตรวจเฉพาะผู้ที่เดินทางจาก จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย และ ไทย

11. นิการากัว  กระทรวงสาธารณสุขนิการากัวออกมาตรการคัดกรองพิเศษสำหรับผู้ที่มีประวัติการเดินทางไปยัง ประเทศที่มีรายงานผู้ติดเชื้อ รวมทั้งไทย และผู้ที่ปรากฏอาการเกี่ยวกับ ทางเดินหายใจหรือมีไข้ โดยจะอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังเป็นเวลา 7 วัน

12.รัสเซีย ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจบนอากาศยานที่เดินทางเข้าประเทศก่อนอนุญาตให้ ผู้โดยสารลงจากเครื่อง ซึ่งรวมถึงเที่ยวบินจากไทยของบริษัทการบินไทยด้วย

13.คาซัคสถาน ประกาศให้บุคคลที่เดินทางจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มากกว่า 10 กรณี ต้องถูกกักบริเวณที่ในพักของตนเป็นเวลา 14 วัน โดยจะมีบุคลาการแพทย์มาตรวจอาการที่ที่พักเป็นประจำทุกวัน หลังจากนั้น จะต้องอยู่ในการควบคุมดูแลทางโทรศัพท์ของสถานพยาบาล ที่ใกล้ที่อยู่อาศัยอีก 10 วัน ประเทศดังกล่าว ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ไทย เกาหลีใต้ เวียดนาม ออสเตรเลีย เยอรมนี อังกฤษ และฝรั่งเศส

14.บาห์เรน  ประกาศห้ามคนต่างชาติที่เคยเดินทางไปประเทศไทยเดินทางเข้ามาประเทศ โดยมีรายละเอียด 1.ห้ามคนต่างชาติ หมายถึงทุกสัญชาติ รวมทั้งคนไทย ที่ไม่มีถิ่นพำนักและ ไม่มีวีซ่าทำงานในบาห์เรน ที่เคยเดินทางไปยังไทย อิหร่าน สิงคโปร์ มาเลเซีย และเกาหลีใต้  ภายใน 14 วันก่อนหน้าเดินทางเข้ามายังบาห์เรน 2.สำหรับผู้ที่มีถิ่นพำนักในบาห์เรน รวมถึงผู้ที่มีวีซ่านักลงทุน วีซ่าทำงาน วีซ่าครอบครัว และ Flexi Work Permit ไม่รวมวีซ่าท่องเที่ยว ที่เคย เดินทางไปไทย อิหร่าน สิงคโปร์ มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ภายใน 14 วันก่อนหน้า จะต้องถูกกักตัว และได้รับการตรวจร่างกายตามกระบวนการที่ได้รับการ แนะนำจากองค์การอนามัยโลก

15.คิริบาซ  ประกาศแนะนำการเดินทางให้ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการ แพร่ระบาดของโควิด-19 ตามคำประกาศดับบิวเอชโอ จำนวน 15 ประเทศ ซึ่งรวมถึงไทย ต้องอยู่ในประเทศที่ไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างน้อย 14 วัน ก่อนเดินทางเข้าคิรีบาส และขอความ ร่วมมือให้พลเมืองและผู้มีถิ่นพำนักหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศ ดังกล่าว

16.กัวเตมาลา ออกมาตรการคัดกรองพิเศษ คือ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและ ตรวจสอบประวัติการเดินทางอย่างละเอียด ต่อผู้ที่เดินทางมา จากประเทศที่มีการติดเชื้อ รวมถึงไทย

17.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประกาศเตือนเฉพาะคนชาติยูเออีให้งดเว้นการเดินทางไปประเทศไทยและอิหร่าน ไม่รวมชาวต่างชาติ

18.คูเวต  ออกมาตรการเกี่ยวกับการเดินทางระหว่างประเทศ  โดยขณะนี้ ทางการคูเวตได้ยกเลิกเที่ยวบินระหว่างคูเวตกับไทย เกาหลีใต้ อิตาลี และอิรัก  รวมทั้งห้ามคนต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศไทย เกาหลีใต้ และอิตาลี เดินทางเข้ามายังคูเวตแม้ว่าจะมีวีซ่าทำงานหรือถิ่นพำนักในคูเวต สำหรับบุคคลสัญชาติคูเวตที่เดินทางมาจากประเทศดังกล่าวจะต้องถูกกักตัว เป็นเวลา 14 วัน และตรวจร่างกายตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขคูเวต

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: