บันทึกวันขึ้นยอด Island Peak

Home » Blog » Asia » บันทึกวันขึ้นยอด Island Peak

เราเข้าเต็นท์นอนตั้งแต่ 1 ทุ่ม ประมาณ 3 ทุ่มครึ่งฉันตื่นและหลังจากนั้นก็หลับๆตื่นๆ ไปจนกระทั่งเวลาตีหนึ่งครึ่งซานต้าและนิรูมาปลุก เอาชาและอาหารเช้ามาให้ ไกด์ช่วยวิ่งดูแลแต่งตัว เก็บของให้เรา ขณะที่ฉันมองเห็นแสงไฟของคนกลุ่มใหญ่กำลังเดินผ่านเต็นท์ของเราไป พวกนี้คงมาจากเบสแค้มป์ด้านล่างและกำลังขึ้นสู่เป้าหมายเดียวกับพวกเรา

เราเดินเป็นแถว ซานต้านำกลุ่มและร่วมขบวนไปกับกลุ่มใหญ่นั้น ทางเดินเป็นหิน แม้จะมีแนวเดินเหมือนทางในความมืด ส่วนใหญ่เป็นหินก้อนใหญ่ ทำให้ต้องออกแรงปีนป่ายเพื่อเดินไปข้างหน้า ในความมืดเรามองรอบข้างไม่ชัดเลย ต้องคอยมองและทำตามคนข้างหน้าดังนั้นจึงไม่ควรจะทิ้งระยะห่างกัน แสงจันทร์ไม่ชัดเพราะไม่ใช่คืนเต็มดวง แต่ก็เป็นคืนที่ดีเพราะลมไม่แรง เดินกันนานๆ พักเป็นช่วงสั้นๆ จุดแรกที่เราจะต้องไปให้ถึงคือจุด crampon point ที่ที่เราจะเปลี่ยนรองเท้าใส่เป็นบู๊ทที่ใส่เป้เตรียมมา ใส่แครมปอน รวมทั้งharnessและอุปกรณ์ในการปีนเขาทั้งหมด ฉันก็ชะเง้อมองหาจุดนั้นตลอดเวลาที่เดินขึ้นและเราไปถึงที่นั่นตอนเช้ามืดพอดี เดินถึงเป็นกลุ่มสุดท้ายของวันนี้ เราค่อยๆไปแบบไม่รีบ การเดินต้องไปเป็นกลุ่มผูกเชือกติดกัน แบ่งเป็น 2 ทีม ฉันไปกับนิรู มีป๋าคมรัฐและบอลร่วมทีม

Somewhere between the bottom of the climb and the summit is the answer to the mystery why we climb..

Greg Child

หลังจากเหนื่อยจากปีนป่ายหินก็มาเดินย่ำหิมะต่อ วิววันนี้สวยไม่ผิดหวังจริงๆ ท้องฟ้าเคลียร์ไปหมด หิมะสีขาวตัดกับท้องฟ้า เหมือนเดินอยู่บนปุยนุ่นแต่นุ่มมากจนเดินยาก โดยเฉพาะช่วงเป็นเนินขึ้นลง ยิ่งเหนื่อยมากขึ้นแม้แต่ทางตรงๆก็เริ่มยากไปด้วย ฉันเตรียมกันหนาวด้วยการใส่ balaclava มาตั้งแต่เริ่มเดิน มันช่วยกันหนาวได้ดีจริงๆแต่ก็ทำให้ฉันเสียศูนย์การเดินแบบไม่ค่อยได้ยินใครพูดอะไร อึดอัด ฉันใส่จนถึงช่วงระหว่างจะข้ามสะพาน ทนไม่ไหวต้องถอดออกแบบถลกขึ้น เปิดหู แล้วหยิบแว่น goggle มาใส่ ทำให้ชีวิตค่อยดีขึ้น การปรับความอึดอัดนิดหน่อยทำใหเราเดินต่อไปได้ ยอมผิวเสียนิดนึง แต่สบายใจกว่าการปกปิดจนหายใจไม่ออก

การข้าม ladder ไม่ได้มาเรียงตามกันอย่างที่เคยถามไกด์ แต่มาแบบไหนเราก็พยามยามเดินผ่านมันไปเพื่อให้ไปถึงพีคที่เป็นจุดหมายของเรา เราย่ำผ่านกันไปฉันว่ามันไม่ยากนะ แถมวิวก็สวยดี ค่อยเดินอย่างระมัดระวัง และมีสมาธิอยู่กับตัวเอง และสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ตรงเท้า โดยไม่ว่อกแว่ก หรือคิดกลัวไปก่อน

มองไปเห็นเนินสูงข้างหน้า ไกด์ปลดเชือกที่ผูกเราไว้ด้วยกัน แล้วบอกให้เราปลดเป้หลัง ทานอาหาร น้ำให้เรียบร้อย เพราะอยากให้เดินขึ้นด้านบนแบบสบายตัวที่สุด ฉันมองไปตามทางด้านหน้า เชือกเส้นยาว ห้อยลงมาเป็นระยะแบบโครตยาว นึกว่าตาฝาด พีคยังอยู่ไกลลิบมองไม่เห็นที่จุดที่ยืนอยู่นี้ แต่ละคนจัดการทานอาหาร ฉันทานขนมไป 2-3 ชิ้นและดูดน้ำจากเป้น้ำไป 2 ปื้ด น้ำในเป้หลังกลายเป็นน้ำแข็ง ละลายพอให้ดูดได้แค่นั้น แต่ก็คิดว่าพอและทนได้ เราไม่ใช่คนต้องมีน้ำติดตัวมากมายได้ จากนั้นลุกเดินตามทุกคนไปผูกเชือก ไกด์ใส่จูม่าเพื่อให้ดึงตัวเองขึ้นไป ฉันก็ยังมองไม่เห็นพีค เห็นแต่เชือกเส้นยาวสุดลูกหูลูกตาแล้วคิดแต่ว่าฉันฝันไปรึป่าว ทำไมเชือกยาวขนาดนี้เมื่อไหร่จะถึงข้างบนนั่น นึกขึ้นมาอีกว่าไกด์หรือหลายคนบอกว่าจุดสุดท้ายต้องเดินต่อไปเองอีกนิดนึง ฉันได้แต่ร้อง “ตายแล้ว” อยู่ในใจ

แต่เมื่อมายืนตรงนี้ทางเลือกเดียวก็คือพุ่งตัวเองขึ้นไป ยิ่งขึ้น ยิ่งล้า ไกด์นิรูคอยดูแลช่วยเหลือฉันเป็นอย่างดี ฉันขยับเชือกที่ใส่จูม่า ดึงตัวเองขึ้นไปสูง แต่ก็ไม่ถึงซะที ฉันพยายามช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุดเพราะไกด์ก็ต้องดูแลคนอื่น ขึ้นไปๆ จนหมดแรงแขน หิมะน้ำแข็งจากด้านบนก็ไหลสวนทางเพราะคนข้างบนก็ใช่ว่าเก่งกันนัก ระหว่างตอนค้างรอค่อยๆขึ้น มีทั้งหิน ทั้งน้ำแข็งร่อนลงมาอย่างหนักช่วงหนึ่ง ฉันซึ่งอยู่ด้านล่างมองหินใหญ่และก้อนน้ำแข็งอย่างตกใจ แล้วต้องหลบซ้ายขวายังกะหลบกระสุน สุดท้ายก็ลงมารัวๆ ต้องก้มหน้ามุดกับหิมะเก็บคองอเข่าซุกตัวกับหิมะ คิดว่า helmet คงช่วยบังเกล็ดหิมะ น้ำแข็งและหินไม่ให้ตกใส่ศีรษะได้บ้าง ก่อนจะรอให้ทุกอย่างพอสงบลงแล้วจึงค่อยเงยหน้าขึ้นมามองเหตุการณ์รอบตัว

ตอนนั้นเริ่มคิดว่า ฉันจำเป็นต้องมาเสี่ยงขนาดนี้เลยเหรอ และมองไปรอบๆ โดยเฉพาะข้างบนว่าจะเอาไง จะไปต่อกันเหรอ ทุกอย่างยังนิ่ง อยู่ท่ามกลางการตัดสินใจ แต่แล้วทุกคนก็ไปต่อ ฉันก็ค่อยๆขยับได้ทีละนิดขึ้นไปๆ แต่ความล้าและเหตุการณ์เมื่อครู่ก็เริ่มถอดใจ แต่เพราะใส่ figure8 เพื่อไหลลงยังทำไม่เป็น ก็เลยค่อยๆเขยิบขึ้นไปทีละนิด เปลี่ยนช่วงต่อเชือกได้ หันไปมองหาไกด์นิรูว่าช่วยเอาฉันลงไปที กระดึ๊บไปเจอไกด์คนอื่นก็หันไปทำหน้าขอความเห็นใจว่าอยากลง ดันหันมาบอกว่า ค่อยๆไป ใจเย็น วันนี้อากาศดี ขึ้นไปเหอะ 🤪

ฉันพยายามต่อไปทีละ 2-3 ก้าว ไกด์นิรูไม่รู้เอาแรงจากไหนวิ่งแซงขึ้นไปด้านบน ขณะที่ฉันบอกไม่ไปแล้ว แต่ไกด์ก็ยังดึงเชือกเอาตัวฉันขึ้นไปข้างบนต่อ ตอนนั้นแทบนอนหมดแรงค้างเติ่งบนเชือก แล้วปล่อยให้พี่นครกับบอลที่ตามหลังมาแซงขึ้นไป สติในการให้แซงอย่างปลอดภัยยังมี โดยการค่อยๆใส่เชือก สลับคาราบิเนอร์อย่างเป็นสเต็ป เพื่อว่าไกด์เห็นว่าฉันอยู่หลังสุดแล้ว จะได้ปล่อยให้ไถลลงไป กลับๆไปซะ

ฉันยอมแพ้ไปแล้ว แต่ไกด์นิรูยังไม่ยอมแพ้บอกว่าจะช่วยดึงขึ้นมา ว่าแล้วก็วิ่งลงมา เกาะเชือกด้านบน แล้วใส่จูม่าเหนือฉัน จากนั้นดึงตัวฉันขึ้นไป ฉันเลยต้องไปก็ไปวะ ลากทีนึงนับ 1-2-3-4-5 ต้องขอให้หยุดเพราะหายใจจะไม่ทัน บางที 1-2-3 บางช่วงพอมีแรงไหว แรงฮึด นับจนถึง 10 แล้วมานั่งหอบแฮ่กๆ กาลเวลาช่วงนี้สาหัสมากจนได้เจอคุณช้าง และกิตที่เริ่มเดินลง ถามว่าอีกนานมั๊ย เค้าบอกอีกไม่ไกล ขึ้นไป ทนอีกนิด ฉันถามว่าแล้วยอดอยู่ไหน เค้าบอกว่าสุดเชือกนั่นแหละ แสดงว่าข้อมูลที่ว่าหลังจากเชือกต้องเดินอีก ไม่จริง ไปให้สุดเชือกก็จะถึง

ในขณะที่พยายามอยู่นั้น ความคิดของฉันคิดว่ามันเนิ่นนานเหลือเกินแต่จริงๆแล้วก็คง 20-30 นาทีอย่างเค้าว่าแหละ ไกด์นิรูชี้ให้ดูเมื่อเห็นยอด แล้ววิ่งขึ้นไปดักรอถ่ายรูปให้ ปล่อยให้ฉันขึ้นไปด้วยตัวเอง ยอดนิดเดียวเวลานี้มี 3 คนยืนรออยู่ พี่นคร บอล นิรู ทุกคนเหนื่อยแต่ดูดีใจ ถ่ายรูปกันรอบทิศทาง ต้องยอมรับว่าอากาศวันนี้ดีจริงๆ ฉันขึ้นมานั่งหอบ พร้อมทั้งสงสัยว่านี่มันใช่ความสามารถของฉันจริงเหรอที่ขึ้นมา มันสาหัสสากรรจ์จริงๆ มีข้อสงสัยมากมาย แต่ฉันก็มานั่งบนยอดเล็กๆที่ยืนกันได้แค่3-4 คน พวกเรา ฉันมาถึงเป็นคนสุดท้ายของวัน เราเลยถ่ายรูปกันเต็มที่

แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจะกระโดดโลดเต้นกันได้นาน ยังมีขาลง ที่มองลงไปเห็นคนตัวเล็กๆ จุดเริ่มต้นใช้เชือก แล้วยังต้องเดินย่ำไปบนหิมะ ข้าม Ladder ลงภูเขาไป High camp ลง Base Camp และคืนนี้ฉันจะต้องไปให้ถึง Chungkung ให้ได้ เดินลงอีกประมาณ 8 ชั่วโมงเพื่อจะได้นอนบนที่นอนสบายๆ ที่ Teahouse 😅

เส้นทางขาลงใช้ Figure 8 อาจง่ายสำหรับหลายคน แต่ไม่ง่ายเลยสำหรับฉัน บางช่วงพันเกี่ยวกับตัวเอง ปล่อยเชือกลงเร็วก็ปวดท้อง ปวดหัว เพราะ altitude ที่สูง ทำอะไรเร็วก็มึนหัว มึนร่างกายไปทั้งร่าง และปัญหาสำคัญมากสำหรับฉันตอนนั้นก็คือหิวน้ำมากๆ ตั้งแต่ขาขึ้นแล้ว ไม่มีใครเอาน้ำขึ้นไป รวมทั้งฉันด้วย ฉันกระหายน้ำมากจนนิรู บอกให้อมหิมแก้กระหายไปก่อน หิมะไม่ค่อยสะอาด ให้ขุดๆลงไปลึกๆนอกเส้นทางเดินแล้วเอามาอมแก้กระหายไปก่อน

ขาลงมาถูลูถูกัง ทั้งตัวฉันพันกับเชือก เอาขาเหยียบเชือก ร่วงพรืดเร็ว เหมือนห้อยต่องแต่ง จนในที่สุดก็มาถึงกลุ่มที่รออยู่ข้างล่างตรงปลายเชือก ฉันลุกขึ้นเดิน ร้องหิวน้ำ ตอนนั้นเองที่ฉันพบว่า ที่จริงแล้วฉันยังมีแรงเดินเหลืออีกเยอะมาก อาการปวดหัว เมื่อยล้าหายไปทันที ส่วนที่ฉันแย่มากๆคือแรงแขนที่จะดึงตัว โรยตัว การใช้เทคนิคอุปกรณ์ต่างๆ นั้นแหละ

เราจับกลุ่ม 4 คนรวมกับไกด์แล้วเดินกลับ ขณะนี้เหลือแต่พวกเรากลุ่มเดียว แต่อากาศยังดีมาก ขากลับข้ามสะพานมีความน่าหวาดเสียวมากขึ้น ไม่แน่ใจว่าเพราะเส้นทาง หรือความล้าของร่างกาย แต่ฉันพยายามคุมปัจจัยเดียวที่ทำได้คือสติ ทำทุกอย่างให้ปลอดภัยที่สุด บันไดยาว สูง และทางข้ามต่างๆ เราผ่านกันได้ด้วยดีจนเดินมาถึง crampon point ฟ้าใสสวยๆที่อยู่กับเราตลอดช่วงเช้าค่อยเปลี่ยนเป็นมีเมฆเทาครึ้มเข้ามาแทนที่เมื่อเราเสร็จภาระกิจทั้งหมดพอดิบพอดี

ฉันโชคดีอีกครั้งบนภูเขาสูงบนยอดสูง ที่นี่พร้อมต้อนรับฉันอย่างเป็นมิตร และโชว์ความงามของตนอย่างสมศักดิ์ศรีที่ใครๆอยากมาเยือน กลาเซียร์รอบด้านทุกทิศทาง และยอดสูงที่เด่นตระหง่านซึ่งเราเห็นระหว่างทางโชว์ตัวในระดับความสูงใกล้เคียงกับที่ฉันยืนอยู่บนยอด ฉันได้เห็นอีกมุมของยอดเขาเหล่านั้น เป็นความสวยงามที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่ง่ายที่จะได้เห็นนอกจากมายืนบนยอดที่ระดับความสูง 6189 ม. พูดตรงๆฉันยังไม่ภูมิใจกับการมาถึงของตัวเองนัก แต่ดีใจที่ได้ทำความรู้จักกับยอดนี้ในวันที่เหมือนกับเจ้าภาพก็ยินดีและเต็มใจต้อนรับอยู่ไม่น้อยการได้เป็นที่รักของภูเขามันน่ายินดีอยู่แล้วนะ ฉันดีใจที่ได้ย่ำรอยเท้าบนหิมะนุ่มขาว และยากจะไปถึง

เราไปถึง Chungkung ตามที่ตั้งใจตอนสองทุ่ม ทานซุปร้อนๆ และนอนหลับสบาย เมื่อเราไม่มีภาระหนักใดในทริปนี้อีกแล้ว

Featured Trip

>>>สนับสนุนสินค้าของเรา<<<

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: