Lunar Travel WorldA Legend of Travel

Charming Turkey : Cappadocia

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

หลังจากฝ่าฝันการเดินทางอันยาวนาน ทั้งจากปัญหาการปิดสนามบิน ต้องเปลี่ยนไปขึ้นเครื่องที่สนามบินอู่ตะเภากันอย่างฉุกละหุก เปลี่ยนแผนการเดินทาง จากวันที่ 28/11 เป็นวันที่ 2/12 และเลื่อนอีกครั้งเป็นวันที่ 1/12 รอบ 19.00 น.แทนเปลี่ยนไป เปลี่ยนมาจนตัวเองยังงงเอง ส่วนกระเป๋าเดินทางจัดเสร็จล่วงหน้ารอแค่คว้ามันออกเดินทางเท่านั้น
ฉันไปถึงอู่ตะเภาตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อรอเช็คอิน immigration ด้วยวิธีการเขียนด้วยมือของเจ้าหน้าที่สายการบิน ไม่มีการใช้คอมพิวเตอร์ใดๆ ขนาดชั่งน้ำหนักกระเป๋ายังใช้ที่ชั่งน้ำหนักตัว มาชั่งแทนเลย
และเนื่องจากเดินทางด้วยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ จึงต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์ เพื่อบินไปยัง Istanbul ระหว่างทางแวะพักเครื่องที่ดูไบ อีก 1 ชั่วโมง มาถึงสนามบิน Ataturk (อ่านว่า อะตาตุ๊ก นะคะ) ตอน 7 โมงเช้า และบินภายในจาก Istanbul ไปเมือง Nevsehir เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญของดินแดน Cappadocia  ฉันก็ได้มาสัมผัสตุรกีกันจริงๆจังๆ ที่ Cappadocia เป็นเมืองแรก

Cappadocia

หนึ่งในมรดกทางธรรมชาติของตุรกี แปลว่าดินแดนแห่งม้าพันธ์ดี เนื่องจากสมัยก่อนเป็นถิ่นที่เลี้ยงม้าที่มีชื่อเสียง อยู่ตอนกลางๆ ของประเทศตุรกี มีความพิเศษในด้านความแปลกประหลาด พิศดารของทิวทัศน์ ซึ่งเป็นทิวเขาหินสูงต่ำ รูปกรวย และรูปทรงปิรามิดที่ผุดกระจายทั่วดินแดนหุบเขากันดาร มีมุมเรียบ โค้งมน สลับกับแท่งหิน เสาหิน รูปทรงคล้ายหมวก หรือเห็ด แทรกแซมทั่วไป มีสีสันให้สะดุดตากับผู้ที่มีพบเห็น ทั้งสีแดง สีชมพู สีฟ้าอ่อนๆ หรือสีเขียวจางๆ เพิ่มสีสันให้น่าดูชมยิ่งขึ้น
สาเหตุที่ทำให้เกิดทิวทัศน์ประหลาดเนื่องจากการระเบิดอย่างรุนแรงของภูเขาไฟ Erciyes ที่ปล่อยเถ้าถ่านออกมากินบริเวณกว้าง เมื่อหลายล้านปีก่อน ต่อมาเถ้าถ่านเย็นลง และแข็งตัวกลายเป็นชั้นหินปูนหนา เนื้อหินอ่อน เมื่อมองดูคล้ายๆทรายริมทะเล แต่เมื่อสัมผัสกับแข็ง สามารถใช้มีดตัดแต่งได้ เมื่อผ่านลม ฝน และหิมะ กัดกร่อน ไหลชะตามกาลเวลาก็เกิดเป็นหุบเป็นแนวคดเคี้ยว บางแห่งถูกกัดเซาะจนขาดจากกัน กลายเป็นเขาหินขนาดย่อม รูปทรงกรวยและรูปทรงต่างๆไป การระเบิดที่ร้อนจัดจนมีชั้นหินภูเขาไฟบางส่วนหลอมละลายลงมาด้วย ซึ่งเป็นชั้นหินที่มีเนื้อแข็งกว่า และสีเข้ม เมื่อธารน้ำกัดเซาะ ส่วนยอดด้านบนซึ่งเป็นหินภูเขาไฟจะยังคงอยู่ และช่วยปกป้องเนื้อหินที่อ่อนกว่าด้านล่าง ทำให้เกิดรูปร่างที่ประหลาดเป็นรูปคล้ายเห็ด หรือคนสวมหมวก หรือที่รู้จักกันในนามปล่องนางฟ้า (Fairy Chimneys)
ดินแดนแห่งนี้มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนคริสตกาล โดยเข้าไปอาศัย อยู่ในถ้ำ ที่เจาะเนื้อหินเข้าไปสร้างเป็นที่อยู่อาศัย แบ่งกันเป็นช่องๆ ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังมีผู้คนอาศัยอยู่ในถ้ำเหล่านี้ เนื่องจากอุณหภูมิในถ้ำคงที่ ช่วยป้องกันอากาศร้อนที่ร้อนจัด และความหนาวเย็นในช่วงหน้าหนาว บางชุมชนบนเขาขนาดใหญ่ มีการเจาะช่องเข้าไปพักอาศัยกว่า 1,000 คน เช่นที่ Uchisar เจาะกันจนเขาพรุนไปทั้งเขาเลยค่ะ

Echoเป็นพนักงานของที่พัก Anatolia cave pention มารอรับพร้อมป้ายชื่อหราเชียว จากสนามบินนี้ถึงเมือง Goreme ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง เมื่อเข้าใกล้เขตเมืองGoreme เราได้เห็นทิวทัศน์แปลกตาของเขาหินต่างๆ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับพวกเราจนอดไม่ได้ที่จะขอหยุดถ่ายรูป เพื่อทำความรู้จักกันเล็กน้อย ก่อนที่จะใช้เวลา 3 วันกันที่ดินแดนนี้ จุดที่เราแวะถ่ายรูป Echo บอกว่าชื่อ White Valley เลยไปอีกหน่อยชื่อ Love Valley แต่เราก็ไม่เห็นความแตกต่าง ว่าทำไมถึงใช้ชื่อนี้ คงมีประวัติอะไรของเค้าแต่เราไม่ได้ถามต่อ เพราะทุกจุดน่าจะมีชื่อของแต่ละแห่ง จำกันไม่ไหวแน่ๆ
Anatolia Cave Pension เป็นที่พัก 2 คืน ของฉันและเพื่อนๆ ห้องของฉันเป็นห้องที่ขุดเป็นถ้ำเข้าไป ได้บรรยากาศของการมาเที่ยว Cappadocia เลย แถมมีheater ให้ใช้ด้วย เพราะช่วงเดือนธันวาคมนี้ อากาศจะหนาวมาก หากไม่ได้ heater ต้องแย่แน่ๆ น้ำอุ่นก็แรงสะใจ เป็นที่พักที่สะดวกและใช้ได้ อยู่ห่างจากจุดเที่ยวชมไม่ไกล ประมาณ 1 กม. จะถึง Goreme Open-Air Museum และเดินแค่ 5 นาทีก็ถึงภายในหมู่บ้าน สถานีรถบัส หน้าปากซอยมีร้านขายของ ธนาคาร ข้อเสียอย่างเดียวคือ living room เหม็นกลิ่นบุหรี่จริงๆ ครั้นจะนั่งข้างนอก ก็หนาวเย็นเหลือเกิน เลยต้องทนๆ เข้าไปนั่งพัก และยังเป็นที่ทานอาหารเช้าด้วย สำหรับพนักงานของที่นี่ มีน้ำใจ ช่วยเหลือ คอยดูแล รับ-ส่งพวกเราจนวันสุดท้ายที่พักยังขับรถไปส่งพวกเราที่ท่ารถเพื่อขึ้นรถตอนเย็นอีกด้วย

ภายในทิวเขาที่เจาะเป็นถ้ำ นอกจากเป็นที่พักอาศัย ส่วนใหญ่ที่พบเห็นให้หลงเหลือเป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของดินแดนแห่งนี้ก็คือมีการขุดเจาะเป็นโบสถ์มากมาย โดยนักบวช และแม่ชี ในศาสนาคริสต์ แสดงให้เห็นถึงการแพร่หลายอย่างมากของศาสนาคริสต์ในดินแดนแถบนี้ในช่วงต้นคริสตศักราช รุ่งเรืองที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 2-11 โบสถ์ถ้ำ ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม มีการขุดเป็นเสา โดม และตัดหินก้อนใหญ่สำหรับเป็นโต๊ะ รางน้ำสำหรับใส่น้ำ คั้นองุ่น และมีภาพวาดปูนเปียก (fresco) ที่บรรยายเรื่องราว ความเชื่อในสมัยก่อน
ฉันเสียค่าเข้าเพิ่มเติมเพื่อเข้าไปดูภาพสีสวยสดที่ยังคงอยู่หลังจากผ่านกาลเวลามากว่าพันปี ที่ Dark Church ใน Goreme Open-Air Museum เนื่องจากโบสถ์แห่งนี้มีแสงเข้าน้อย จึงมีส่วนทำให้ภาพวาดดังกล่าวค่อนข้างสมบูรณ์ให้เราได้เห็นฝีมือ ความละเอียด ความเชื่อ ความเป็นอยู่ในครั้งอดีต ได้ย้อนเห็นภาพเก่าๆ ในอดีตว่าคนในยุคนั้นใช้ชึวิตความเป็นอยู่อย่างไร
นอกจากการขุดถ้ำเป็นที่อยู่อาศัย เป็นโบสถ์ ยังมีการขุดใต้ดินลงไปเพื่อสร้างเมือง ประมาณว่ามีเมืองใต้ดินกว่า 20 แห่งในดินแดนแห่งนี้ Derinkuyu เป็นเมืองใต้ดินลึกลงไป 8 ชั้น คนถ้ำเหล่านี้ใช้ชีวิตในเมืองใต้ดินเพื่อหลบหนีจากศัตรู และสามารถอยู่ได้นานถึง 6 เดือน โดยไม่ต้องออกมา แต่ละชั้นเชื่อมต่อกันด้วยบันไดเล็กๆ แบ่งเป็นห้องเป็นสัดส่วน ห้องครัว ห้องทานข้าว มีรางน้ำ ท่อควันเพื่อระบายอากาศ การใช้ไฟเพื่อให้แสงสว่างภายใน และยังมีหลุมฝังศพ โบสถ์ ที่เลี้ยงสัตว์ โรงเรียนสอนศาสนา เป็นชุมชมที่อยู่กันเหมือนหมู่บ้าน หมู่บ้านหนึ่งเลย หากมีศัตรูบุกเข้ามาก็เพียงแค่ใช้หินกลมผลักปิดบังช่องทางป้องกันศัตรูบุกเข้ามา
ฉันและเพื่อนๆ ไปเดินเทรคสั้นๆ ในหมู่บ้าน Ihlara เพื่อชมวิวทิวทัศน์ริมลำธาร ระหว่างทางที่นี่ก็ยังมีช่องเขาที่ขุดเจาะเป็นโบสถ์ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นสถานที่สงบ บรรดานักบวช แม่ชีจึงชอบมาพำนัก สวดมนต์ และหลบหนีศัตรูในสมัยก่อน ที่นี่เป็นบริเวณที่ชุ่มชื้นตามเส้นทางลำธารเล็กๆ สองข้างทางเป็นป่าสน เป็นบริเวณที่ชุ่มชื้น สดชื่น ท่ามกลางดินแดนที่แห้งแล้งกันดารของ Cappadocia ระยะทางประมาณ 3 กม. ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นช่วงเวลาที่สดชื่นเหมือนเดินอยู่ในดินแดนเทพนิยาย เพราะป่าสน และลำธารน้ำใสแจ๋ว ในวันอากาศดีๆอย่างนี้
วันสุดท้ายของCappadocia ฉันทำความรู้จักที่นี่ด้วยการเดินเล่นชมวิวบริเวณรอบๆ หมู่บ้าน และเดินเลยไปไกลจนถึงแนวทิวเขา Red and Rose Valley วันนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว ร้านอาหารเพียงแห่งเดียวแถวๆ นั้นก็ปิดซะแล้ว ฉันได้เห็นคนในหมู่บ้านขับรถเล่น ปิคนิคบ้าง บ้างก็เอาม้ามาไถที่พรวนดิน เดินไปเดินมา ลึกไปเรื่อยๆ เหมือนกับมีแค่พวกเรา 3 คน ดูตามแผนที่คร่าวๆ ระหว่างจะเดินกลับ ทั้งเหนื่อย และหิว เกือบจะแวะนั่งกินหมูกันแล้ว โชคดีได้เจอกับ Echo ขับรถผ่านมาพอดี เลยขอให้ไปส่งพวกเราในตัวเมือง ซึ่งน่าจะห่างกันประมาณ 3 –4 กม. เดินมาไกลเอาเรื่อง ปลอดภัย ไม่มีอันตราย แต่ควรมีเพื่อนเดินมาด้วยดีกว่า ขืนเดินเล่นแถวนี้คนเดียวคงเหงาตายเลย

ช่วงบ่ายๆ ก่อนขึ้นรถทัวร์ มีเวลาเดินเล่นในหมู่บ้าน ได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย แต่ไม่ล้าสมัย Goreme เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เติบโตขึ้นเนื่องจากนักท่องเที่ยวนิยมไปพักระหว่างการเที่ยวชม Cappadocia ในเมืองจึงเต็มไปด้วยร้านค้า ที่พัก ร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ในช่วงนี้จะเงียบเหงาเนื่องจากเป็นฤดูหนาว ร้านค้าที่พักบางส่วนปิดให้บริการในช่วงนี้ ร้านขายของที่นี่ไม่ต้องต่อราคามาก ราคาขายตามป้ายลดได้นิดหน่อย ไม่ค่อยตื้อลูกค้า แต่ฉันก็ชอบเพราะไม่ถูกบังคับให้ซื้อ หรือต้องคอยระวังว่าจะโดนหลอกรึป่าว ราคาทัวร์ที่ขายกันก็เป็นราคาค่อนข้างมาตรฐานตามที่ตั้งไว้ ถ้าซื้อผ่านอาจมีบวกเพิ่มนิดหน่อย แต่ก็เหมาะสมไม่เอาเปรียบกันเกินไปแลกกับความสบายของเราเอง

ที่พักอาศัยของคนท้องถิ่น เริ่มเปลี่ยนแปลงทันสมัยมากขึ้น แต่ยังมีบางหลังสร้างอิงแอบกับเขาหินลูกเล็กๆ และเจาะห้องเข้าไปใช้เป็นที่พัก เหมือน hostel ที่ฉันพัก และด้วยความที่นี่เป็นอิสลาม ฉันได้ยินเสียงเรียกละหมาดทุกวันตั้งแต่ ตี5 วันละ 5 รอบ จนกลายเป็นเสียงที่คุ้นเคยไปแล้วสำหรับการอยู่ในตุรกี

ตอนเย็นพวกเราออกจาก Goreme เพื่อเดินทางสู่ดินแดนมหัศจรรย์ที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของตุรกี คือ Pamukkale ด้วยการนั่งรถทัวร์ระหว่างเมืองประหยัดค่าที่พักคืนนี้ไป 1 คืน แต่ต้องแลกกลับความเมื่อยสุดๆ บนรถทัวร์ รถทัวร์ออกเดินทางจาก Goreme ตอน 1 ทุ่ม ไปถึง Denizli ประมาณ 6 โมงเช้า และมีรถมินิบัสมารอรับไปส่งต่อที่ Pamukkale ซึ่งอยู่ห่างจาก Denizli ประมาณ 15 กม.

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: