Lunar Travel WorldNim on Travel
Home » Blog » Asia » รอยพระพุทธบาท และความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธในสมัยพระเจ้าทรงธรรม

รอยพระพุทธบาท และความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธในสมัยพระเจ้าทรงธรรม

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

รอยพระพุทธบาท จ.สระบุรี

รอยพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี ประดิษฐานบนไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเรียกันว่า “เขาสัจจพันธคีรี” ปัจจุบันอยู่ในตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 140 กิโลเมตร รอยพระพุทธบาทนี้ มีขนาดกว้าง 21 นิ้ว ยาว 5 ฟุต และลึก 11 นิ้ว ค้นพบในรัชสมัยของ พระเจ้าทรงธรรม ประดิษฐานอยู่ในมณฑปน้อย อันมีพระมณฑปใหญ่สวมครอบไว้อีกชั้นหนึ่ง

พระมณฑปน้อยที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท สร้างสมัยพระเจ้าทรงธรรม แต่เดิมมีทองคำหุ้มอยู่ ต่อมาได้ถูกพวกจีนที่อาสาต่อสู้กับพม่า ลอกเอาทองคำไป แล้วยังเผาพระมณฑปด้วย รัชกาลที่ 1 ได้ทรงปฏิสังขรณ์เมื่อ ค.ศ. 1787 (พ.ศ. 2330) และได้รับการปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมในรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4

ตำนานการค้นพบรอยพระพุทธบาท

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่อ.พระพุทธบาท สระบุรี ตามพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า มีพระภิกษุไทยคณะหนึ่ง เดินทางไปยังลังกาทวีป เพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาท และพระสงฆ์ทางลังกากล่าวว่า ไม่ไกลจากกรุงศรีอยุธยาก็มีรอยพระพุทธบาทเช่นกันอยู่ที่เขาสุวรรณบรรพต จึงได้นำความมากราบทูลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมให้ทรงทราบ และได้สืบหาจนพบรอยพระพุทธบาท เพื่อเป็นที่สักการะบูชา เป็นศูนย์รวมแห่งพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ พระพุทธบาทสระบุรีเป็นพระอารามหลวง ที่พระมหากษัตริย์แทบทุกพระองค์ทรงทำนุบำรุง และเสด็จมานมัสการตลอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงรัตนโกสินทร์

ตามคติของลังกา เชื่อกันว่า พระพุทธเจ้าได้ทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ด้วยพระองค์เอง ดังนั้น รอยพระพุทธบาทจึงเป็นบริโภคเจดีย์อย่างหนึ่งด้วย คือ เป็นของเนื่องในตถาคตเจ้า เหมือนกับสังเวชนียสถาน 4 แห่ง ได้แก่ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพานรอยพระพุทธบาท อ้างกันว่ารอยพระบาทที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปประทับไว้ ด้วยพระองค์เอง มีอยู่ 5 แห่ง คือ

  1. เขาสุวรรณมาลิก (ศรีลังกา)
  2. เขาสุมนกูฎ (ศรีลังกา)
  3. เมืองโยนก (ไทย)
  4. หาดทรายริมน้ำนัมมทานที (อินเดีย)
  5. เขาสุวรรณบรรพต (ไทย)

เจ้าเมืองสระบุรีได้ทราบข่าวเรื่องนายพรานบุญว่าครั้งหนึ่งออกไปล่าเนื้อในป่าใกล้เชิงเขา ยิงถูกเนื้อตัวหนึ่งบาดเจ็บได้หนีขึ้นไปบนไหล่เขา ซุกเข้าเชิงไม้หายไป พอสักครู่ก็ออกมาแต่ไม่มีบาดแผล หายเป็นปกติ จึงแปลกใจและตามขึ้นไปดูสถานที่ที่เนื้อหนีขึ้นไป ก็พบรอยปรากฎอยู่ในศิลา มีลักษณะเหมือนรูปรอยเท้าคน ในรอยมีน้ำขัง จึงวักน้ำลองเอามทาตัว ปรากฎว่าบรรดาโรคกลากเกลื้อนตามผิวหนังซึ่งเรื้อรังมานานก็หายไป

เจ้าเมืองสระบุรี จึงได้แจ้งเรื่องดังกล่าวไปยังกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมจึงเสด็จพระราชดำเนินไปที่เขานั้น เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นรอยก็แน่ใจว่าคงเป็นรอยพระพุทธบาท เพราะมีลายลักษณ์กงจักร ประกอบด้วยอัฎฐุตตรสตมหามงคลร้อยแปดประการ ตรงกับเรื่องที่ชาวลังกาทวีปแจ้งมา จึงยกย่องบูชาให้สร้างเจดีย์ครอบเป็นพระมหาเจดียสถาน และโปรดเกล้าให้สร้างพระมณฑปยอดเดี่ยวสวมรอยทับอีกที สร้างอารามวัตถุอื่นๆ เช่นพระอุโบสถ พระวิหารสำหรับให้พระภิกษุอยู่พักแรม ทรงกำหนดให้มีเทศกาลสำหรับให้ประชาชนไปบูขารอยพระพุทธบาทในเดือน 3 และเดือน4 และเป็นประเพณีที่กษัตริย์แทบทุกพระองค์ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์จะเสด็จมามนัสการรอยพระพุทธบาทเป็นประจำ

เส้นทางเสด็จนมัสการรอยพระพุทธบาท

เนื่องจากการเสด็จมานมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นประเพณีที่สำคัญ ซึ่งกษัตริย์จะเสด็จมาด้วยพระองค์เอง สมัยอยุธยาจึงได้มีการปรับปรุงเส้นทาง สร้างศาลา ตำหนัก ปราสาทที่พักระหว่างทาง สำหรับกษัตริย์ เจ้านายและกองทหาร ดังเช่นในสมัยพระเจ้าทรงธรรม การเสด็จต้องเสด็จไปทางเรือจากท่าเทียบเรือพระราชวังหลวงหรือท่าวาสุกรีไปตามแม่น้ำป่าสักจนถึงท่าเจ้าสนุก ในอำเภอท่าเรือ จ.อยุธยา จึงได้ทรงโปรดให้สร้างตำหนักสำหรับพักแรมชื่อว่า “พระตำหนักท่าเจ้าสนุก” วันรุ่งขึ้นก็ขึ้นช้างเพื่อดำเนินต่อไปยังพระพุทธบาท สมัยนั้นเส้นทางลำบากต้องผ่านป่ารกทึบ จึงทรงโปรดให้”ฝรั่งส่องกล้องตัดทางสถลมารคกว้างสิบวาตลอดถึงท่าเรือให้แผ้วถางทุบปราบให้รื่นราบเป็นถนนหลวง” เรียกกันว่า “ถนนฝรั่งส่องกล้อง” ฝรั่งในที่นี้คือชาวฮอลันดา ที่มารับราชการในสมัยนั้น ซึ่งคงจะใช้วิทยาการสมัยใหม่ โดยใช้กล้องส่องวัดระดับปรับให้ทางตรงตามวิธีของชาวตะวันตก นอกจากสมัยพระเจ้าทรงธรรม ยังมีการสร้างปราสาท ปรับปรุงวัดอีกหลายแห่งโดยกษัตริย์ในยุคต่อมาเพิ่มขึ้นเช่นสมัยพระเจ้าประสาททอง สร้างปราสาทนครหลวง วัดใหญ่ประชุมพล อันถือเป็นการสร้างความเจริญให้กับชุมชมที่อยู่ระหว่างเส้นทางเสด็จ

ภาพวาดวัดพระพุทธบาทสมัยรัชกาลที่ 4 โดยชาวต่างชาติ
บันไดนาค 5 เศียร 3 สาย ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท

สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม

ทรงเป็นกษัตริย์อยุธยาลำดับที่ 21 และเป็นพระองค์ที่ 5 ของราชวงศ์สุโขทัย (2154–2171 ระยะเวลา 17 ปี) ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเอกาทศรถกับพระสนมชาวบางปิน หรือบางปะอิน มีพระนามเดิมว่าพระศรีศิลป์ ทรงครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระศรีเสาวภาคย์ ซึ่งเป็นราชโอรสของพระเอกาทศรถเช่นกัน แต่คนละมารดา สมเด็จพระศรีเสาวภาคย์เป็นกษัตริย์ที่มีบุคลิกอ่อนแอและไม่สนพระทัยเกี่ยวกับราชการบ้านเมือง

พระเจ้าทรงธรรม

ขณะที่พระศรีศิลป์บวชเป็นภิกษุ มีความรอบรู้ทางด้านพระไตรปิฎกจนได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระพิมลธรรม์อนันตปรีชา มีผู้ที่นิยมท่านมาก รวมทั้งจมื่นศรีเสารักษ์ยังได้ฝากตัวเป็นบุตรบุญธรรมของท่านด้วย ต่อมาทั้งสองได้สมคบกันเพื่อแย่งชิงบัลลังก์จากสมเด็จพระศรีเสาวภาคย์ และนำไปสำเร็จด้วยท่อนจันทร์ในปี ค.ศ.1611 (พ.ศ.2154) และพระศรีศิลป์ได้ขึ้นเสวยราชสมบัติต่อพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ 1 หรือ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงธรรม แต่ส่วนใหญ่รู้จักในพระนาม “สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม”

พระองค์ไม่นิยมการทำสงคราม กรุงศรีอยุธยายุคนี้จึงต้องเสียดินแดนทวาย อันเป็นเมืองท่าสำคัญทางตะวันตกในทะเลอันดามันให้กับพม่าไปเมื่อปี ค.ศ. 1622 (2165) ส่วนเขมรและเชียงใหม่ที่เคยเป็นประเทศราชตั้งแต่สมัยพระนเรศวรมหาราชก็พากันแข็งเมืองไม่ยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา

แต่สมัยของพระองค์มีสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศที่เข้ามาติดต่อค้าขาย กรุงศรีอยุธยายุคนั้นเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะชาวฮอลันดา อังกฤษ และญี่ปุ่น พระองค์ส่งทรงคณะทูตจำนวน 60 คนไปเจริญสัมพันธไมตรีกับญี่ปุ่น เพื่อทรงโปรดให้ญี่ปุ่นส่งสำเภามาทำการค้ากับอยุธยาให้มากขึ้น ในการเดินทางกลับของคณะทูตไทยครั้งนั้น ได้มีซามูไรชั้นผู้น้อยขอเดินทางมากับคณะฑูตด้วย ซามูไรผู้นี้นามว่า “ยามาดะ นางามาซะ” ซึ่งต่อมาได้รับราชการและบรรดาศักดิ์เป็น “ออกญาเสนาภิมุข”

งานที่เด่นที่สุดของสมัยพระองค์คืองานด้านพุทธศาสนา เนื่องจากทรงเป็นนักปราชญ์และมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ทรงโปรดให้คัดลอกพระไตรปิฎกภาษาบาลีฉบับสมบูรณ์เป็นจำนวนมาก และการค้นพบรอยพระพุทธบาทในสมัยของพระองค์ก็มีความสำคัญมากยิ่ง ทำให้พุทธศาสนาเป็นที่รู้จักและนับถืออย่างกว้างขวางมากมาจนถึงปัจจุบัน และเพราะเหตุในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างมากในสมัยพระองค์ ประชาชนจึงถวายพระนามพระองค์ว่า “พระเจ้าทรงธรรม” และเป็นพระนามที่รู้จักกันดีที่สุด

พระองค์ทรงครองราชย์นาน 17 ปี ก่อนจะยกสมบัติให้พระโอรส คือ สมเด็จพระเชษฐาธิราช แต่ปกครองได้ไม่นานก็มีการเปลี่ยนรัชกาล และเปลี่ยนราชวงศ์ในอีก 2 ปีถัดมา เข้าสู่ราชวงศ์ปราสาททอง โดยมหาอำมาตย์ที่พระเจ้าทรงธรรมทรงไว้วางพระทัย

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.