• Menu
  • Menu

ทะเลทรายปาตันจี่หลิน(Badain Jaran Desert) : ข้อมูลและวิธีการเดินทางด้วยตนเอง

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

ถึงแม้ว่าการไปเที่ยวจีนรอบนี้เป็นการเริ่มต้นท่องเที่ยวเส้นทางสายไหมโดยวางเส้นทางไว้ระหว่างซีอานเรื่อยไปจนถึงตุนหวง โดยมีจางเย่เป็นเมืองตรงกลางของเส้นทางระหว่างสองเมืองที่ใครๆก็แวะเพื่อไปชมภูเขาสายรุ้ง จางเย่แกรนด์แคนยอน เราได้แวะที่นี่เช่นกันใช้เวลาแวะชมภูเขาสายรุ้งและวัด Mati แต่จุดหมายหลักอีกอย่างของการแวะที่เมืองนี้และทริปนี้คือไปเที่ยวทะเลทรายปาตันจี่หลิน (Badain Jaran Desert) ด้วยเหตุว่าช่วงหลังดูซีรี่ส์จีนทีไรมักจะมีภาพทะเลทรายสวยๆให้ตื่นตามาทั้งในแบบหนังผจญภัย ซีรี่ส์โบราณ มาจีนรอบนี้จึงไม่พลาดที่จะหาทะเลทรายมาใส่ไว้ในโปรแกรมเดินทางของเรา 

อ่านเรื่อง นั่งรถไฟจากซีอานไปเมืองตุนหวง และย้อนอดีตเส้นทางสายไหมที่ถ้ำตุนหวง การเดินทางในทริปนี้ของฉันก่อนมาเที่ยวทะเลทรายปาตันจี่หลิน

Alxa Youqi เมืองหน้าด่านก่อนเข้าทะเลทราย

เดินทางจากจางเย่ (Zhangye) – Alxa Youqi

จากจางเย่เราไปนั่งรถบัสที่สถานีจางเย่ตะวันตกค่าตั๋วคนละ 33 หยวน เพื่อไปเมือง Alxa มีรถวิ่งวันละ 2 รอบ เวลา 9.45 น.และ 15.00น. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง

จาก Alxa Youqi ไป จางเย่ มีรถออกเวลา 14.00 น.

Note!!! ต้องนำพาสปอร์ตให้พนักงานขายตั๋วตรวจสอบทุกครั้งที่ซื้อตั๋วรถบัส รถไฟ ในจีน

รู้จักเมือง Alxa Youqi

หรือ Alxa Left Banner ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน พื้นที่ 73,000 ตร.กม. มีประชากรประมาณ 25,000 คน ประกอบด้วยชนเผ่าต่างๆมากมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกเชื้อสายมองโกล อยู่ใกล้เขตชายแดนทางเหนือของจีนและมองโกเลีย ในเมืองไม่มีสถานีรถไฟ แต่มีสนามบินเล็กๆ ที่ยังไม่เป็นทางการ การเดินทางใช้เส้นทางถนน และมีรถบัสจากจางเย๋ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางใต้วันละ 2 เที่ยว

เราสามคนเป็นชาวต่างชาติกลุ่มเดียวที่เดินทางไปเมืองนี้ ฉันพบว่าการเดินทางของเราทั้งสามก็ได้รับการจับจ้องและดูแลจากเจ้าหน้าที่หลายคนตั้งแต่การขึ้นรถ ลงรถ  เพราะหลังจากนั่งรถบัสประมาณ 2 ชั่วโมง เรามาถึงเมือง Alxa ก็มีสาวน้อยวิ่งขึ้นมาเพื่อถามหาคนไปเที่ยวทะเลทราย ลุงคนขับรถก็ชี้ปั๊บมาที่เราทันที เป็นอันว่าความกังวลของฉันที่ว่าจะได้เที่ยวทะเลทรายหรือไม่ก็หายไปทันใด เพราะการมาคราวนี้ฉันไม่ได้จองใดๆมาเลยทั้งสิ้น

ที่พักในเมือง Alxa Youqi

แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ที่พักในเมืองหาไม่ยาก เพราะเมืองนี้เป็นเมืองหน้าด่านสำหรับการเข้าไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวทะเลทรายทางตะวันตกของมองโกเลียใน แต่ถ้าไม่อยากเสี่ยงแนะนำให้จองที่พักผ่าน Trip.com ฉันแนะนำ 2 แห่งที่อยู่ใกล้จุดจอดรถบัสซึ่งมาจากจางเย่ สะดวกและสะอาด แต่ต้องทำใจว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ พึ่งวุ้นแปลภาษา google translate ค่ะ

  • Badan Impression Holiday Hotel เป็นที่พักที่ฉันพัก ห้องพักสะอาด ใหญ่ คุ้มราคา มี wifi ราคาห้องคู่ 900 บาท/คืน พร้อมอาหารเช้า (ตรวจสอบราคาจากเว็บไซต์)
  • Jinsha Holiday Hotel อยู่ตรงข้ามกัน โรงแรมใหญ่โต โอ่อ่าพอๆกัน ราคาไม่แตกต่างกัน

สำหรับที่พักในเมือง Alxa ฉันจองมาเอง อยู่ตรงข้ามจุดจอดรถบัส สะดวกและค่อนข้างใจกลางเมือง เรามาถึงตอนเที่ยง ครึ่งวันที่เหลือใช้เวลาเดินเล่น ชมตลาด Alxa เป็นเมืองที่เงียบมาก ไม่มีอะไรให้เดินชมมากนัก แม้จะเป็นเมืองเล็กแต่ตามประสาจีนที่เมืองพัฒนาใหม่ๆจะเต็มไปด้วยตึกใหญ่ กระทั่งถนนในเมืองก็กว้างถึง 6 เลน  การพยายามกระจายเมืองให้กว้างๆออกไปในเมืองที่คนไม่มากนัก ทำให้บางทีก็เหมือนเมืองร้าง เพราะเมืองใหญ่เกินไปจนแทบมองไม่เห็นคนเดินถนน

ทะเลทรายปาตันจี่หลิน(Badain Jaran Desert)

ทะเลสาบปริศนาแห่งทะเลทราย

เป็นทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในประเทศจีน และยังมีเนินทรายอยู่นิ่งที่สูงที่สุดในโลกสูงประมาณ 500 เมตรหากวัดจากฐานการเดินขึ้นไปบนยอดจนได้ชื่อว่าเป็นเอเวอร์เรสต์แห่งทะเลทรายของจีน ทะเลทรายนี้ยังมีทะเลสาบอีกกว่า 140 แห่งทั้งแบบน้ำจืดและน้ำเค็ม อยู่ท่ามกลางทะเลทรายใหญ่ ซึ่งยังไม่สามารถระบุแน่ชัดว่าแหล่งน้ำนี้มาจากไหน พื้นที่ทะเลทรายเป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองพิเศษมองโกเลียใน การเดินทางเพื่อเข้าไปในทะเลทรายก็อาจจะเข้มงวดและต้องได้รับอนุญาติจากหน่วยงานที่ดูแล สมัยก่อนจะเข้มงวดมาก แต่ตอนนี้เริ่มเปิดให้มีการท่องเที่ยวในทะเลทราย เริ่มเป็นนิยมในหมู่คนจีนที่นิยมการผจญภัยตะลุยทะเลทราย แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

ภาพมุมสูงของทะเลทราย Badain Jaran

ค่าใช้จ่ายเที่ยวทะเลทรายจากเมือง Alxa Youqi

ข้อมูลการเดินทางมาทะเลทรายนี้หาได้น้อยมาก บางครั้งที่เจอก็เป็นข้อมูลเก่าหลายปีมาแล้ว ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะใช้ได้ รู้แต่คร่าวๆว่าราคาแพง และเดินทางมาอย่างไร อย่างไรก็ตามทั้งในเน็ต และประสบการณ์ของฉันก็รู้
ว่าหากพาตัวเองมาถึงเมืองนี้ การหารถ หรือติดต่อไปเที่ยวไม่น่ายากเกินไป เพราะคนจีนมักชอบมาหานักท่องเที่ยวตามสถานีรถบัส รถไฟอยู่แล้ว ขนาดบอกว่ามีแผนเที่ยว จองเรียบร้อย ยังตามตื้อกันไม่ค่อยเลิก แล้วเหตุการณ์ก็เป็นอย่างที่คาด เมื่อเราได้พบกับสาวน้อยหลิวตัน เธอมาติดต่อกับเราแล้วแนะนำให้รู้จักกับคนขับรถที่จะขับพาเราเที่ยวทะเลทรายเนื่องจากต้องใช้รถ 4WD เราตกลงสอบถามราคา แต่ไม่ได้จ่ายกับเธอโดยตรง เธอให้เราไปจ่ายกับเจ้าหน้าที่ตรงทางเข้าทะเลทราย เธอบอกว่าค่ารถและค่าเข้าเป็นราคาควบคุมเพื่อให้เป็นมาตรฐาน ส่วนค่าที่พักและอาหารให้ไปจ่ายกับที่พักโดยตรง แต่เธอบอกค่าที่พักไว้คร่าวๆว่าคนละ 100 หยวน เราตกลงตามนั้นและนัดให้คนชับรถมารับเราในเช้าวันพรุ่งนี้ที่โรงแรม

  • ค่ารถ 4WD พร้อมคนขับ 2 วัน 1 คืน 3000 หยวน
  • Permits and entrance tickets คนละ 160 หยวน ) ต้องแสดงพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย
  • ค่าที่พักคนละ 100 หยวน ไม่รวมอาหารเย็นและอาหารเช้า

ช่วงเวลาน่าเที่ยว

เดือนมิถุนายน – ตุลาคม เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวในทะเลทราย โดยทั่วไปอากาศจะร้อนในตอนกลางวัน และจะเย็นในตอนกลางคืน พื้นที่นี้มีฝนตกเพียงแค่ 50-60 มม. ระหว่างกลางเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม หลังจากนั้นจะเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนเพราะลมแรงจากตะวันตกเฉียงเหนือ แต่เนื่องจากสภาพอากาศร้อนแห้งแล้งในทะเลทราย จึงทำให้ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายขึ้น แต่นักท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าขณะที่เดินในทรายเนื่องจากอุณหภูมิของทรายอาจเกิน 80 องศา

สิ่งที่น่าสนใจ และสถานที่แนะนำ

Badain Jaran Temple วัดทิเบตดั้งเดิมที่สร้างขึ้นในปี 1868 ความห่างไกลท่ามกลางทะเลทรายทำให้รอดพ้นจากการถูกทำลายในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม วัดนี้ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าชาวมองโกลมีความสัมพันธ์อันดีกับชาวทิเบตมาช้านาน ทั้งในปักกิ่งสมัยกุบไลข่าน และวัดทิเบตก็พบเห็นได้ทั่วไปในมองโกเลีย เราสามารถเข้าไปชมในวัด ซึ่งมีรูปปั้นงานแกะสลักไม้ และเจดีย์สีขาวขนาดเล็กอยู่ข้างๆ

Bilutu Peak and Dunes การท่องทะเลทรายนี้ไม่เหมาะกับคนที่เมารถง่าย เพราะรถจี๊ปจะพาพวกเราตะลุยไปบนทรายที่เต็มไปด้วยเนินสูงต่ำ ดิ่งจากความสูงหลายร้อยเมตรลงมาตามทางชัน เราจะสนุกไปกับการเดินทางแบบนี้ตลอดการเดินทาง จากนั้นเดินย่ำทรายขึ้นไปบนเนินทรายสูง 500 เมตร ซึ่งรถไม่สามารถไต่สูงขึ้นไปบนยอด เพื่อชมวิวทะเลสาบโดยรอบท่ามกลางทะเลทรายที่เวิ้งว้าง

Salt Lakes and Fresh Lakes ทะเลสาบภายในทะเลทรายกว่า 140 แห่งทั้งแบบน้ำจืดและน้ำเค็ม อยู่ท่ามกลางทะเลทรายใหญ่ ซึ่งยังไม่สามารถระบุแน่ชัดว่าแหล่งน้ำนี้มาจากไหน บางแห่งทั้งน้ำจืด และน้ำเค็มอยู่ใกล้กันจนน่าแปลกใจ ชมภาพสะท้อนราวกระจกของเนินทรายและท้องฟ้าที่สวยงาม

Rock Painting of the Yinshan Mountains ชมร่องรอยภาพวาดโบราณบนหินที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (ฉันไม่ได้ไปชมที่นี่ เพราะคนขับบอกว่าอยู่ไกลต้องใช้เวลาเพิ่มอีก 1 วัน อย่างไรก็ตามถ้าสนใจอยากไปดู ต้องลองสอบถามตกลงราคาก่อนออกเดินทาง)

คำแนะนำในการเที่ยวทะเลทราย

  • ครีมกันแดดและหมวก เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในทะเลทรายที่แดดแรง ดวงอาทิตย์ดูไร้ความปราณี ไม่มีร่มเงาให้หลบแดด หมวกที่นำมาควรต้านลมแรงที่พัดมาเป็นระยะๆ จะได้ไม่ต้องวิ่งไล่เก็บ
  • ทานน้ำเยอะ น้ำเป็นสิ่งจำเป็นมาก ต้องเตรียมไปให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเข้าทะเลทราย ไม่มีขายในทะเลทราย
  • ไม่ควรทานอาหารมากเกินไปก่อนหรือระหว่างเดินทาง เพราะการนั่งรถตะลุยเนินทรายน้อยใหญ่จะทำให้อาเจียนออกมาได้
  • ถ้าไม่มั่นใจทานยาแก้เมารถ ก็พอจะช่วยได้ แต่บางคนก็เอาไม่อยู่
  • ควรสวมเสื้อกางเกงแขนยาว เพื่อกันลม กันแดด
  • ควรใส่รองเท้าเพื่อป้องกันความร้อนของทราย และรัดมั่นใจในการเดินย่ำไปในทะเลทราย
ควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และรองเท้าที่รัดกุม พร้อมหมวกและทาครีมกันแดดเยอะๆ

ที่พัก และอาหาร

ระหว่างตะลุยในทะเลทรายที่แสนจะเวิ้งว้าง ไร้ผู้คน เราแทบไม่เชื่อสายตาว่ากลางทะเลทรายจะมีบ้านพักให้หลับนอนสบายๆ แถมมีน้ำอุ่นให้อาบ แทนการนอนแค้มป์หรือเกอร์ของชาวมองโกล

บ้านพักเป็นตึกสไตล์จีนเรียบง่ายหลังผ่านประตูหน้าบ้านจะเป็นลานกว้าง มีตัวตึกที่แบ่งเป็นห้องพัก เหมือนโรงเตี๊ยมในหนังจีน ในห้องเป็นห้องนอนรวม 4 เตียง คิดราคา 100 หยวนต่อคน ตามที่ถามมาจากหลิวตัน เจ้าหน้าที่ที่พบในเมือง Alxa ราคานี้รวมอาบน้ำในห้องน้ำรวมที่มีเครื่องทำน้ำอุ่นบริการ แต่ไม่รวมค่าอาหารซึ่งเจ้าของซึ่งเป็นผู้หญิงชาวมองโกลจะทำให้เราทานตามที่เราสั่ง ในห้องอาหารซึ่งมีตู้เย็นที่เก็บของสดให้เราเลือกและสั่งอาหารตามที่มี ส่วนมื้อเช้าคิดราคาต่อคน เธอจะเป็นคนจัดมาให้เราเองเป็นอาหารง่ายๆประเภทซาลาเปา หมั่นโถว

อาหารเช้าในทะเลทราย ควรเตรียมไปเองดีกว่า

ประสบการณ์ในทะเลทรายปาตันจี่หลิน (Badain Jaran Desert)

คนขับรถของเราชื่อ Cha lo man เป็นชาวมองโกล รูปร่างสูงใหญ่มารับเราตอนเช้าประมาณ 8.30 น.ในวันรุ่งขึ้น กฎจราจรในจีนเข้มงวดมากและคนจีนก็ไม่ค่อยกล้าทำผิดระเบียบ มีไฟแว่บๆเพื่อตรวจความเร็วตลอดทาง ถนนที่แทบจะไม่มีรถบนทางสาย 8 เลน มุ่งหน้าสู่ทะเลทรายใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. นั่งชื่นชมความเวิ้งว้างสองข้างทาง ดูอูฐที่เดินสวนไปมาได้ไม่นานก็ต้องหลับ เพราะมองข้างทางทีไรก็วิวเดิมๆ พยายามตื่นเต้นนิดหน่อยกับการเห็นวิธีการปลูกต้นไม้ในทะเลทรายที่แบ่งเป็นช่องๆ ตามข่าวที่ได้ยินมา แต่ก็ไม่ได้ผล หลับไปแล้วกัน  ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.เราก็มาถึงหน้าทางเข้าที่ใหญ่โตอลังการเพื่อซื้อตั๋วและจ่ายค่ารถ ฉันเห็น Cho lo man รับสลิปใบงาน เค้าบอกว่าเอาไว้มารับเงินตอนส่งเราออกมา จากนั้นก็ขับรถไปปล่อยลมยางก่อนเข้าทะเลทราย หน้าทางเข้าจัดทำเป็นประตูรั้วเหมือนเดินเข้าสถานที่ท่องเที่ยวพวกปราสาท ราชวัง เราต้องลงจากรถ เพื่อส่งบัตรเข้าให้เจ้าหน้าที่ตรวจ แล้วเดินเข้าไป ส่วน Cha lo man ถูกเรียกไปตรวจแอลกอฮอล์ ก่อนจะขับมารับเราด้านใน

ถนนวิ่งมาจนถึงทางเข้าทะเลทรายที่ทำเป็นทางเข้าตรวจตั๋วอย่างดี

ฉันต้องยกนิ้วให้กับระบบการทำงาน เรื่องความปลอดภัยในการเที่ยวจีนครั้งนี้จริงๆ ขนาดไกลถึงทะเลทราย ความเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยยังไม่ขาดตกบกพร่อง เห็นแล้วก็นึกถึงเรื่องเรือล่มที่ภูเก็ตที่คนจีนมาเสียชีวิตกันหลายสิบคน ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมคนจีนถึงได้โกรธแค้นเคืองกันนักหนาถึงความไม่รับผิดชอบในความปลอดภัยของการท่องเที่ยวของเรา เพราะถึงเรามีระบบที่ดี แต่ถ้าไม่ปฏิบัติก็ไม่มีประโยชน์อะไร มาเที่ยวครั้งนี้ฉันรู้สึกปลอดภัยในการเดินทางในจีนมากขึ้น และทำให้ตั้งใจจะมาจีนอีกหลายๆครั้งเลย

หลังผ่านประตูตรวจทุกอย่างเรียบร้อย เราก็เริ่มตะลุยทะเลทราย ไปตามจุดพักต่างๆ เพื่อชมความงามของทะเลทรายที่ไม่เหมือนใคร ทะเลทรายอาจจะมีแต่ทราย ความเวิ้งว้าง แต่ทุกแห่งในแต่ละพื้นที่ธรรมชาติกลับสามารถสร้างสรรค์ให้มีความสวยงามที่แตกต่าง ฉันไม่ได้มองว่าทะเลทรายนี้เหมือนซาฮาร่า เหมือนทะเลทรายอาหรับ แต่มุมมองที่ได้จากที่นี่ก็คือทะเลทรายในแบบของมันเอง สำหรับชาวมองโกเลีย

บรรยากาศนั่งรถลุยทะเลทราย ไม่รู้ว่าคนขับจำทางได้ยังไง

รูปปั้นใหญ่ของเจงกีสข่านเป็นจุดแรกที่เราแวะชม พร้อมกับทะเลสาบน้ำจืดที่สดชื่นฝั่งตรงข้าม แต่พอเดินลัดเลาะบนสะพานข้ามไปอีกด้านกลายเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่ใกล้เคียงกันสองแห่ง Cha lo man พาเราขับตะลุยบนพื้นทรายที่เป็นเนินสูง ขึ้นลง สนุก มันส์ ผสมไปด้วยความตื่นเต้น ไม่รู้ว่าเค้าจำเส้นทางได้ยังไง เพราะเราเข้าไปสักพักก็หลงทิศหลงทางซะแล้ว เราไม่เจอนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น นอกจากรถตรวจการณ์ของเจ้าหน้าที่ และอูฐที่เห็นขนแล้วน่าสงสารคล้ายอูฐที่ถูกทิ้ง แต่ Cha lo man บอกว่าอูฐเหล่านี้มีเจ้าของทุกตัว จุดหมายสำคัญที่ฉันตั้งใจไปคือ  Bilutu Peak เนินทรายที่อยู่นิ่งที่สูงที่สุด เมื่อไปถึงคนขับบอกว่าสูงเกินไปรถขึ้นไม่ได้ ต้องเดินขึ้นไป สูงประมาณ 500 เมตร เค้าถามว่าจะไปมั๊ย ฉันเลยขอลองเดินขึ้นไปดูว่าจะได้ไกลซักแค่ไหน กะว่าขึ้นไปดูวิวด้านบน มองแล้วก็ไม่ไกล เลยเดินย่ำทรายขึ้นไป โดยไม่ทันได้หยิบกระบอกน้ำติดตัวไป ผลปรากฎว่าเดินบนทรายมันยากหนักหนา ย่ำเท้าบนทราย เหมือนถอยหลังกลับ ก้าวสองที จมอยู่ที่เดิมเหมือนไปได้แค่ 1 ก้าว ความสูง 500 เมตร แต่ระยะทางเดินกลับไกลมาก พอพ้นเนินนึง ก็ต้องเดินลงหน่อยเพื่อขึ้นเนินถัดไปที่ซ้อนอยู่ ใช้เวลาเดินบนทรายอยู่เป็นชั่วโมง มองดูแล้วว่าอีกไม่ไกลคงถึงยอดแต่ทั้งกระหายน้ำ ปากแห้ง ตระคริวเริ่มมา สุดท้ายเลยต้องยอมแพ้ ตัดสินใจเหลือแรงเดินกลับ ดีกว่าไปหมดแรงกระเสือกกระสนอยู่บนยอด พอลงมาถึงรถที่จอดรออยู่ ต้องรีบกระดกน้ำด้วยมือไม้ที่สั่นจนน้องที่มาด้วยตกใจ

เดินขึ้น Bilutu Peak การเดินบนทรายเป็นการเดินที่ยากมาก รวมกับลม และอากาศร้อนแห้ง นึกถึงคนในอดีตที่เดินทางผ่านทะเลทรายได้อย่างพระเสวียนจ้าง นับว่าเก่ง และแข็งแรงจริงๆ
ทะเลสาบมีทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มในทะเลทราย Badain Jaran

จากนัันนั่งรถต่อไปจุดชมวิว ชมทะเลสาบหลายแห่งในทะเลทราย คิดแล้วธรรมชาติก็อัศจรรย์จริงๆ บางคนก็ว่าน้ำนี้มาจากภูเขาที่อยู่รอบๆ บางคนก็ว่าเป็นแหล่งน้ำตั้งแต่หลายแสนปีที่เคยเป็นทะเลสาบมาก่อน ความเค็มทางส่วนเกาะตัวแข็งด้านล่างกันไม่ให้น้ำไหลออกไป ว่ากันว่าทะเลสาบบางแห่งก็แห้งก็หายไปมีทรายทับขึ้นเป็นเนินทรายใหม่ ทะเลสาบเป็นโอเอซิสชั้นดีสำหรับคนเดินทาง และผู้ที่อาศัยเลี้ยงสัตว์อยู่ในทะเลทรายมาหลายร้อยปี เราแวะพัก นั่งชมวิว ดูธรรมชาติที่สวยงามอีกหลายจุดแล้วพักค้างคืนกลางทะเลทรายใกล้ๆวัดทิเบต ที่พักของเราเป็นบ้านสะดวกสบาย คล้ายโรงเตี้ยมเล็กๆ มีห้องน้ำพร้อมน้ำอุ่น สะดวกสบายมาก วันนี้ฟ้าครึ้มมาทั้งวัน จนถึงเย็นเราก็เลยไม่ได้ไปชมพระอาทิตย์ตกดิน แต่ Cha lo man บอกว่าพรุ่งนี้อากาศน่าจะดีขึ้นได้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าแน่ๆ

ดูพระอาทิตย์ขึ้นกลางทะเลทราย

ตอนเช้าตรู่คนขับรถมาเรียกเราไปดูพระอาทิตย์ขึ้น และตระเวณรอบๆก่อนจะกลับมาทานอาหารเช้าเป็นโจ๊ก ซาลาเปาเปล่าๆ เหี่ยวแห้งมาก กินไม่ลง พวกเราเก็บของแล้วออกเดินทางออกจากทะเลทราย ระหว่างทางยังได้ชมทะเลสาบสวยๆ ที่นิ่งสนิทสะท้อนภาพด้านบนที่งดงามจับใจอีกหลายแห่ง ที่จริงแต่ละจุดชาวจีนมักจะตั้งชื่อหลากหลายกันไป แต่ด้วยความไม่รุู้ภาษาจีน เราก็เลยได้แต่ชมความงามตามที่เห็น ซึ่งฉันว่ามันเกินพอแล้ว วันนี้อากาศสดใสขึ้น ทำให้ร้อนกว่าเมื่อวาน ฉันยังคิดว่าถ้าอากาศเป็นแบบนี้คงเดินขึ้นยอดนั้นไม่ไหวแน่ๆ

ประมาณเที่ยงกว่าเรากลับมาถึง Alxa เราเปลี่ยนแผนการเดินทางจากการพักที่นี่อีกคืนเป็น นั่งรถบัสกลับไปจางเย่กันเย็นนี้เลย เพราะมีรถเที่ยว 14.00 น. รถมาส่งเราที่ป้ายสุดท้ายเป็นสถานีรถไฟความเร็วสูงจางเย่ ถ้าวางแผนให้ดี สามารถเดินทางต่อไปอีกเมืองได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาที่จางเย่อีกคืน

ภายในทะเลทราย Badain jaran

Featured Trip

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: