7 wonders of the ancient world

Home » Blog » Travel Tips » 7 wonders of the ancient world

พูดถึงสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็คงสับสนเนื่องจากความรู้สมัยเรียน ข่าวสารปัจจุบันไม่เห็นจะเหมือนกันซักอย่าง ยิ่งเมื่อปี สองปีที่ผ่านมาก็มีการจัดลำดับกันใหม่อีก เลยสับสนกันไปใหญ่ว่าอะไรคือเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์กันแน่ ช่วงที่ไปเที่ยวตุรกีก็ได้ยินชื่อสถานที่ที่ไปเที่ยวบางแห่ง ออกตัวว่าที่นี่เป็นส่ิงมหัศจรรย์ของโลก เราก็เอ๊ ไม่ใช่นี่ ไม่เคยเห็นได้ยินชื่อนี้ พอกลับมานั่งอ่านใหม่ ช้าๆ และทำความเข้าใจกับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกก็ถึงบางอ้อว่า เค้าแบ่งเป็นหลายยุค ก็เห็นด้วยนะ เพราะสิ่งก่อสร้างบางอย่างมันช่างมหัศจรรย์เหลือเชื่อสำหรับยุคนั้นเค้าจริงๆ แต่ไม่มหัศจรรย์ซะแล้วสำหรับคนยุคใหม่  งั้นเรามาทำความรู้จักกับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคโบราณกันซักหน่อย จะได้รับรู้เรื่องราวส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ของคนในยุคโบราณที่ทิ้งไว้ให้เราเรียนรู้อดีตอันยิ่งใหญ่ แม้บางแห่งจะไม่มีให้เห็นกันแล้วเนื่องจากภัยธรรมชาติ สงคราม แต่ก็ได้ถูกกล่าวขานไว้ให้เป็นตำนานแห่งความรุ่งเรือง เป็นต้นตอของงานในยุคหลังว่ามนุษย์มีรากเหง้าความเป็นมาและความคิดที่ยิ่งใหญ่อย่างไร
ส่วนยุคใหม่คือยุคของเราๆ นี้ไว้ในคนรุ่นหลังเค้ามาตัดสินให้เราดีกว่า ถ้าตัดสินเองคงตีกันตาย เพราะมาตรฐานของคนในยุคของตนเองไม่เท่ากัน แถมยังแบ่งเป็นหลายด้านอีก ก็เลยทำคนธรรมดาอย่างเราๆ งง กันมานักต่อนัก ของเก่าๆ แบบยุคโบราณ ยุคกลาง คงผ่านการถกเถียง บันทึกไว้ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงได้อีก
งั้นวันนี้ทำความรู้จักสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณกันก่อน ซึ่งก็คือส่่ิงก่อสร้างที่มีความยิ่งใหญ่ และโดดเด่น โดยมีการกล่าวถึงเมื่อราว 5-2 ศตวรรษก่อนคริสตกาลโดยกวีชาวกรีก และงานของเฮโรโดตุส (Herodotus) กล่าวถึง 7 ส่ิงมหัศจรรย์ของโลกในยุคโบราณดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. มหาพีระมิดแห่งกีซา (Great Pyramid of Giza)ของกษัตริย์คูฟู ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ ในอียิปต์ มีอายุราว 2,690 ปีก่อนคริสตกาล หรือเก่าแก่กว่านั้น นับเป็นส่ิงมหัศจรรย์ที่เก่าแก่ที่สุด ยังคงปรากฎอยู่จนปัจจุบัน และมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์
  2. สวนลอยบาบิโลน (Hanging Garden of Babylon) สร้างโดยพระเจ้าเนบูคาดเนสซาร์ที่2 เมื่อศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล เป็นสวนหลายชั้นสูงถึง 22 เมตร มีระบบการไหลเวียนของน้ำที่สมบูรณ์แบบ ต้นไม้ใหญ่สามารถเติบโตได้ในชั้นบนสุดของสวน ปัจจุบันไม่ปรากฎหลักฐานหรือซากเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่คาดว่าน่าจะอยู่บริเวณเดียวกับกรุงบาบิโลน ประเทศอิรัก
  3. เทวรูปเทพเซอุส (Statue of Zeus at Olympia) ที่อารามโอลิมเปีย ประเทศกรีก สร้างเมื่อประมาณ 462 ปีก่อนคริสตกาล สร้างและตกแต่งด้วยทองคำ งาช้าง และอัญมณีต่างๆ มีความสูง 12 เมตร ภายหลังถูกไฟไหม้เสียหายจนหมดสิ้น
  4. วิหารอาร์เทมิส หรือวิหารไดอาน่า (Temple of Artemis at Ephesus)  ที่เอเฟซุส ในเอเชียไมเนอร์ (ประเทศตุรกี) สร้างเมื่อศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล มีความยาว 425 ฟุต เสาค้ำยันวิหารสูง 6 ฟุต ภายหลังถูกทำลายโดยพวกโกธจากเยอรมันที่บุกเข้ามาโจมตี เมื่อปี พ.ศ. 805 ซากบางส่วนนำไปสร้างวิหาร อยาโซเฟีย ปัจจุบันพอเหลือซากอยู่บ้าง
  5. เมาโซเลอุม (Mausoleum) ที่ฮาลาคาร์นาซุส ในเอเชียไมเนอร์ (เมืองโบดรุม ประเทศตุรกี) สร้างโดยราชินีอาร์เทมิเซีย เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแก่กษัตริย์เมาโซลุส แห่งคาเรียที่สวรรคตเมื่อ 353 ปีก่อนคริสตกาล สูง 45 เมตร ผนังทั้ง 4ด้าน ประดับด้วยรูปแกะสลัก โดยช่างแกะสลักที่มีชื่อของกรีก คือ Leochares, Bryaxis , Scopas และ Timotheus ปัจจุบันไม่ปรากฏซากเนื่องจากแผ่นดินไหว และความเสียหายระหว่างสงครามครูเสด
  6. เทวรูปเฮลิออส แห่งโรเดส (The Colossus of Rhodes)ของกรีก ในทะเลเอเจียน (ประเทศกรีก)เป็นรูปสำริดขนาดใหญ่ของเทพแห่งพระอาทิตย์หรือเฮลิออส สูงประมาณ 35 เมตร ถูกทำลายโดยแผ่นดินไหวหลังการสร้างเพียง 60 ปี ปัจจุบันไม่ปรากฏซาก
  7. ประภาคารฟาโรส แห่งอะเล็กซานเดรีย (Lighthouse of Alexandria) ประเทศอียิปต์ สมัยพระเจ้าปโตเลมี สร้างเมื่อประมาณ 271 ปีก่อนคริสตกาล ถูกทำลายโดยสิ้นเชิงเมื่อแผ่นดินไหวในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 ปัจจุบันมีป้อมขนาดเล็กอยู่บนซากที่เหลือ

สำหรับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางจะเอามาฝากวันหลังนะคะ สำหรับคนชอบเที่ยวลองเช็คดูว่าคุณได้เคยเดินผ่านหน้าประวัติศาสตร์เหล่านี้บ้างรึยัง สิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้อาจเป็นแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวครั้งต่อไปของคุณก็ได้นะคะ

Advertisements

ที่มาข้อมูลและภาพ  : wikipedia สารานุกรมออนไลน์

Advertisements
Advertisements

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: