Lunar Travel WorldA Legend of Travel

ไหว้พระ 9 วัดจ.อ่างทอง

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

ถ้ามีใครชวนฉันไปทำบุญ ฉันมักจะส่ายหัวไม่เอาไปซะทุกที แต่พอชวนไปไหว้พระ 9 วัด สำหรับตัวเองกลายเป็นเรื่องราวน่าสนใจ นั่นเพราะฉันรู้สึกอยากรู้จักบ้านเมืองของเรามากกว่า ได้รู้ได้เห็นดีกว่านอนหลบร้อนอยู่บ้าน หรือไปเดินเล่นตากแอร์เย็นๆอยู่ตามห้างสรรพสินค้า(ซึ่งทำอยู่เป็นประจำ) ครั้นพอได้รับคำชวนจากน้องสาว ซึ่งกำลังจะพาพนักงานไปเที่ยวประจำปี ฉันก็เลยได้ติดสอยห้อยตามไปกับเค้าด้วย เราไปกันใกล้ๆ แถวอ่างทอง ซึ่งเป็นจังหวัดที่ได้ชื่อว่ามีวัดเยอะแยะ มากมายไปทั่ว โดยเหมารถตู้ไป 1 คัน รถของเราอีก 1 คัน ขับตามกันไป สนุกดี ได้พักผ่อน เฮฮา ได้ไหว้พระทำบุญถึงที่ โดยไม่ต้องวิตกกังวัลไปกับกระป๋องสีเหลือง หรือซองที่มักจะมีพระเวียนเอามาวางไว้ที่ออฟฟิศว่าจริงหรือปลอมกันแน่

เรามาเริ่มไปไหว้พระตามเส้นทางกันดีกว่า เอาสั้นๆง่ายๆ แบบเที่ยวไปเขียนไปนะคะ

วัดที่ 1 เริ่มที่วัดต้นสน วัดนี้เคยมาแล้วหนนึงเมื่อสอง สามปีก่อน วัดนี้ใครๆน่าจะเคยได้ยินชื่อนะ ฉันได้รู้จักชื่อวัดนี้ครั้งแรกก็จากจดหมายที่เวียนส่งไปที่บ้านเพื่อขอบริจาคเงินเป็นประจำ มาดูวัดจริงๆกันซักที วัดร่มรื่นดีค่ะ มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ แพให้อาหารปลา มีปลาเยอะแยะมากมาย แถมบนแพยังมีสนามเด็กเล่นไว้เอาใจญาติโยมพ่อแม่ที่พาเด็กๆมาเที่ยวเล่นซะด้วย

วัดที่สองของเราไปกันที่วัดไชโยวรวิหาร มีพระพุทุรูปใหญ่สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัย ร.4 โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์(โตพรหมรังษี) ต่อมาได้รับความเสียหายเมื่อมีการสร้างวิหาร จึงได้สร้างขึ้นใหม่ในสมัยร.5 ชื่อว่า”พระมหาพุทธพิมพ์” สร้างเรียบร้อยในพ.ศ.2437 จากนั้นได้แต่งตั้งให้วัดนี้เป็นพระอารามหลวง

วัดขุนอินทประมูลเป็นวัดที่ 3 ที่เราไปกัน มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ อยู่ตรงกลางแจ้งไม่มีวิหารใดๆคลุม อากาศร้อนมากๆๆเมื่อเรามาถึง จนฉันยังนึกสงสารพระพุทธรูปที่ต้องนอนตากแดดแรงกล้าซะขนาดนั้น จนพวกเรายังต้องรีบๆเดินรอบๆ เพราะร้อนมาก ถึงตรงนี้ชักหิวมาตะหงิดๆ แต่ที่วัดนี่ไม่มีอะไรให้กินเลยนอกจากรถขายผลไม้ พระนอนองค์นี้ยาว 50 เมตร ว่ากันว่าสร้างโดยขุนอินทร์ซึ่งเป็นนายอากร แล้วยักยอกเงินหลวงมาปรับปรุงบูรณะ เมื่อถูกจับได้จึงถูกเฆี่ยนตีจนตาย

วัดที่4 คือวัดเขียนเข้ามาแบบงง งง เพราะผิดกับวัดอื่นที่ผ่านมาคือไม่มีคนเข้ามาทำบุญเลย โบสถ์ก็ธรรมดาไม่ต่างจากวัดใกล้บ้าน ไม่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สอบถามได้ความว่าที่นี่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม
ซักพักเราเดินตามจนท.ซึ่งถือกุญแจโบสถ์มาเปิดให้เราเข้าไปดู เห็นแล้วตะลึงเพราะภาพเก่างดงาม สียังคงสดใส ถามจนท.คนนั้นว่าภาพสมัยไหนด้วยความสนใจ เค้าตอบกลับมาว่า “ผมไม่ทัน”
“ก็ต้องแหงหละพี่” แหมตอบมาได้ สุดท้ายก็เลยไม่รู้เรื่องได้แต่ดู ดู ไว้มาหาข้อมูลถาม google เอาก็ได้

ไปกันต่อที่วัดม่วงค่ะ วัดนี้เคยมาเที่ยวถ่ายรูปหนนึงแล้วพร้อมๆกับวัดขุนอินทประมูล ฉันเอ่ยปากบอกกับพ่อแม่และน้องสาวที่นั่งอยู่บนรถ ถึงเส้นทางและเล่าว่าเคยมา ทำเอาหลายคนยังอึ้งว่า เคยมาได้ไง เพราะปกติไม่ค่อยจะไปวัดไหนกับใครเค้าเลย นั่นซิเนอะ แต่ก็เป็นเพราะฉันเคยมาเที่ยวกับน้องๆที่รักการถ่ายรูป ได้ติดสอยห้อยตามเค้ามา ก็เหมือนอย่างทริปนี้แหละ จึงได้มา ได้เห็น วัดม่วง วัดที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่เบ่อเริ่มสูง 95 เมตร มองเห็นแต่ไกล ไกล จากริมถนนด้านนอก เด่นตระหง่านกลางท้องทุ่งของจ.อ่างทองเลย ภายในวัดจัดเป็นโซนต่างๆ เช่นดินแดนนรก สวรรค์ เรื่องราวในนิทานชาดก เรื่องทางประวัติศาสตร์

วัดสี่ร้อย วัดนี้มีที่มาน่าสนใจค่ะแม้จะดูธรรมดาๆไปนิด มีพระพุทธรูปปางป่าลิไลย์องค์ใหญ่ตระหง่านอยู่ในวัดด้านนอก (หลวงพ่อร้องไห้) สร้างขึ้นเพื่อเป็นทีระลึกอนุสรณ์แก่อนุชนรุ่นหลัง ถึงบรรพบุรุษที่พลีชีพ ปกป้องผืนแผ่นดินไทยเมื่อรองปลัดชูรวบรวมผู้กล้า 400 คนจากเมืองวิเศษชัยชาญเข้าสู้รบกับพม่าที่เมืองตะนาวศรี และมะริดของไทยเป็นกองอาทมาต เรื่องราวของกองอาทมาต และชาวบ้านแห่งเมืองวิเศษชัยชาญนี้มีไปทำเป็นการ์ตูนและละครทีวี เพื่อปลุกจิตสำนึกรักชาติของคนไทยยุคนี้มาแล้วด้วย น่าจะได้ผ่านตาใครบางคนนะคะ
แต่สำหรับแม่ฉันน่าจะได้จดจำวัดนี้ไว้มากกว่าใครหน่อย ตรงที่รีบร้อนซะจนลืมรองเท้า เดินเท้าเปล่าขึั้นรถซะงั้น

วัดต่อไปเป็นวัดป่าโมกวรวิหาร เชื่อว่าเป็นวัดในสมัยสุโขทัย มีต้นโมกข์ขึ้นเยอะจึงได้ชื่อวัดป่าโมกวรวิหาร เคยเป็นสถานที่รวมพลก่อนพระนเรศวรยกทัพไปรบกับพระมหาอุปราชา ภายในวิหารมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ที่มีใบหน้างดงาม ซึ่งพระนเรศวรได้เคยเข้ามาสักการะก่อนจะไปรบในศึกครั้งใหญ่กับพระมหาอุปราชาในครั้งนั้นด้วย

เราใกล้จะครบแล้วค่ะ วัดนี้เป็นวัดที่ 8 เมื่อมาถึงวัดนี้ ฉันเริ่มตระหนักว่าคงเป็นงานยากของคนนำทริป ที่พยายามหาความพิเศษในการมาไหว้พระ 9 วัดที่อ่างทอง วัดพานิชเป็นวัดที่ไม่มีอะไรพิเศษมากนัก แต่โบสถ์ของที่นี่มีใต้ถุนให้เดินรอด สอบถามจากพระท่านว่าเกิดจากการดีดเพื่อหนีน้ำท่วม เมื่อปี52ที่ผ่านมา

วัดสุดท้ายของเราอยู่ที่วัดท่าสุทธาวาส เป็นวัดที่อยู่ในเส้นทางทัพไทย สมัยพระนเศวรยกทัพไปรบ กับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า มีการสร้างตำหนักองค์ดำ องค์ขาวไว้เพื่อรำลึกเหตุการณ์ในครั้งนั้นให้เราได้เข้าไปเคารพสักการะ วัดนี้ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังซึ่งเกิดขึ้นในรัชกาลปัจจุบัน มีภาพวาดฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพ ที่วาดมะม่วงไว้บนผนังด้วย นอกจากนั้นที่วัดนี้ยังมีศูนย์ตุ๊กตาชาววัง มีตุ๊กตาตัวเล็กๆปั้นเป็นรูปคน รูปผักผลไม้ ที่แสดงวิถีชีวิตของคนไทย ให้ดูชม และขายในราคาไม่แพงเลย ทั้งที่ฉันกลับคิดว่าตั้งราคาให้แพงได้อีกเยอะๆกับงานทำมือแบบนี้ แล้วทำคุณภาพให้ดีขึ้นอีกหน่อย น่าจะขายได้ดีและเป็นที่นิยมมากขึ้นนะ (ความเห็นส่วนตัวค่ะ)

ปิดท้ายก่อนกลับบ้านกันที่ตลาดน้ำอโยธยา แวะซื้อของกิน ขนมของฝากติดมือกันมาอีกนิดหน่อย พอถึงบ้านอาบน้ำนอน ตากแอร์ให้ไอความร้อนในร่างกายออกไป สบายใจเลยค่ะ

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

1 comment

%d bloggers like this: