Lunar Travel WorldA Legend of Travel

ไหว้พระเขาคิชฌกูฏ

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

20140314-153940.jpg

ช่วงนี้ชีวิตวนเวียนอยู่กับการเดิน ขึ้นเขา ทำบุญ รอบนี้ได้ครบทุกแบบรวมอยู่ในวันเดียว เพราะเป็นการไปไหว้พระ ทำบุญและทดสอบความอึดกันที่เขาคิชฌกูฏ ซึ่งการไหว้พระที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นๆ ที่รถจอดปุ๊บ กระโดดลงรถ ไหว้พระเสร็จแล้วกลับง่ายๆ ต้องอาศัยกำลังขา แรงใจ แรงกาย แรงบุญช่วยกันหนุนนำส่งให้เราไปถึงกันทีเดียว

เขาคิชฌกูฎ ชื่อเดียวกับเขาในตำนานเก่าแก่ทางพุทธศาสนา และชื่อเดียวกับเขาในอินเดีย แต่มาปรากฎอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี อ้า บ้านเกิดเราอีกแล้ว แต่สารภาพตามตรงว่าเพิ่งมาครั้งแรกค่ะ อย่างที่เค้าว่ากันไปไหนได้ไกลๆ แต่ของสำคัญใกล้บ้านกลับไม่เคยไปเยือน ปล่อยให้ประชาชนนักแสวงบุญจากทุกสารทิศ เค้ามากราบไหว้กันหลายครั้ง หลายหน ปีนี้ฤกษ์สะดวก ได้มาเดินขึ้นเขากับเค้าแล้วค่ะ

อยู่ๆเขาคิชฌกูฏก็โด่งดังขึ้นมาเมื่อไหร่ ไม่รู้ แต่สงสัยเหลือเกินว่าตอนที่เราอยู่จันทบุรีตั้งหลายปี ตอนนั้นไม่เห็นมีคนนิยมกันมากดังเช่นตอนนี้ เขานี้เคยได้ยินได้ฟังมาบ้าง แต่เมื่อก่อนการเดินทางขึ้นไปไหว้พระพุทธบาทบนยอดเขานั้นยากลำบากหนักหนา นักแสวงบุญทั้งหลายต้องมีจิตศรัทธาอันแก่กล้า อย่างแรง เพราะใช้เวลาเดินกันทั้งวัน ไหนจะต้องผ่านป่าเขาทึบในเขตอุทยานที่มีเสียงเล่าขานว่ามีสัตว์ป่า อย่างเสือ กวาง กระทิง ช้างป่ามากมาย เป็นอันตรายในการเดินขึ้นเขา ทางเดินก็ขรุขระยากลำบาก บางครั้งไม่สามารถไป กลับลงมาภายในวันเดียว จะต้องค้างคืน เพื่อรอลงในวันถัดไป
แต่มายุคสมัยใหม่ ไม่กี่ปีมานี้การเดินทางสะดวกขึ้นและได้พัฒนาขึ้นเป็นลำดับ พร้อมๆกับความศรัทธาที่ออกแนวเป็นพุทธพานิชย์ไปกลายซะแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นการเดินทางขึ้นไปไหว้พระ และศรัทธาก็อยู่ที่จิตใจของนักแสวงบุญ และผู้ศรัทธาที่จะกราบไหว้ด้วยใจ และศรัทธาตามแบบของตน เพราะไม่มีใครมาบังคับเราได้อยู่แล้ว
การเดินทางทางของเราเริ่มต้นกันที่วัดพลวง แล้วนั่งรถขึ้นไปอีก 8 กม. ก็จะถึงจุดเริ่มต้นเดินขึ้นไปยังพระบาทพลวง ซึ่งมีหินก้อนใหญ่ และรอยพระบาทอยู่เคียงคู่กันตรงลานโล่งด้านบน  ทางขึ้นนี้ไม่อนุญาติให้บุคคลภายนอกนำรถขึ้นไปเอง เพราะทางขึ้นเขาออกแนววิบาก ชัน และต้องอาศัยความชำนาญเส้นทางจริงๆเพื่อความปลอดภัย และคงเป็นการกระจายรายได้ สำหรับการขึ้นรถจะต้องแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คิวล่าง 50 บาท คิวบน 50 บาท ทั้งไปและกลับ แต่แอบบอกว่าของเราสะดวก เพราะไปเหมารถรวดเดียวไม่ต้องต่อ 2 ทอดให้ปวดหัว หรือรอคิว
เมื่อมาถึงตรงลานจอดรถ บริเวณลานสีวลี ก็เริ่มต้นเดินกันเลยค่ะ เราซื้อดอกไม้ ธูปเทียน ชุดละ 100 บาท สำหรับขึ้นไปไหว้พระตามเส้นทางขึ้นเขา ซึ่งมีจุดให้กราบไหว้ ตามแต่ศรัทธาความชอบ และบางคนหยุดไหว้ตรงจุดที่เหนื่อย ถือเป็นการพัก แล้วค่อยเดินกันต่อก็ได้ ค่อยๆเดินไม่ต้องรีบร้อน เพราะที่นี่มีตั้งแต่เด็กๆ จนถึงคนเฒ่า คนแก่ ผู้อาวุโส ที่มาแสวงบุญกันมากมาย ที่บอกอย่างนี้เพราะหลายคนไม่ได้มาเพราะกลัวจะเดินไม่ไหว แต่ถ้ามาจริงๆแล้ว รับรองว่ารอดแน่ๆ ไม่ต้องห่วง ขอเพียงร่างกายแข็งแรง จากลานสีวลี ไปจนถึงลานพระบาทพลวง ระยะทางประมาณ 1.2 กม. มาถึงที่นี่ก็มากราบรอยพระพุทธบาท และเป็นจุดชมวิวบนเขาที่สวยงามมากจุดหนึ่ง
จากจุดนี้ใครยังมีแรงต่อเดินขึ้นเขากันต่ออีกประมาณ 1 กม. เส้นทางเดินขรุขระขึ้นนิดนึง แต่ทางเดินแน่นหนาจะได้ขึ้นไปจนถึงจุดที่เรียกว่าผ้าแดงจุดสุดท้ายที่ไกลสุด ซึ่งจะให้เราผูกผ้า เขียนคำขอพรให้สมปรารถนา ระหว่างทางก็จะได้รับกำลังใจจากผู้ทีผ่านมาและกำลังลงว่าอีกนิดเดียว อีกนิดนึงเป็นแรงใจตลอดให้ผู้ที่เดินขึ้นมาได้ไปถึงปลายทางที่หวังไว้ โดยระหว่างทางจะพบจุดให้แวะเข้าไปกราบไหว้ทำบุญหลายจุด อันนี้ก็ตามแต่ศรัทธา กำลังทรัพย์ ของนักแสวงบุญแต่ละคน ฉันพบว่ามีทั้งแนวพุทธแบบอินเดียกราบไหว้พระศิวะ แนวพุทธแบบจีนกราบเจ้าแม่กวนอิม แนวไทยแท้ๆไหว้เจ้าแม่ตานี ซึ่งฉันคิดว่าศาสนาก็ปรับไปตามโลกที่ชักจะใบเล็กลงเรื่อยๆ  ตามความเชื่อหลากหลายที่แพร่หลายเข้ามายังดินแดนพุทธศาสนาซึ่งมีหลายนิกาย หลายความเชื่อ แต่สุดท้ายแล้วก็คงอยู่ที่ศรัทธา และความเชื่อเฉพาะตัวของแต่ละคน แต่บางอย่างก็แปลกเกินไปแม้แต่มัคทายกยังกล่าวขึ้นเอง ฉันเห็นหลายๆคนเอาดอกไม้ ธูปเทียน โปรยไปตามก้อนหิน ต้นไม้ ระหว่างทางเดิน เหมือนทำตามๆกันไป  จนดอกไม้ธุปเทียนหมดซะก่อนจะได้มากราบไหว้พระกันจริงๆ  ซึ่งฉันคิดว่าศรัทธาก็ต้องใช้สติในการพิจารณากันซักนิดนะ ว่าสมควรหรือจำเป็นต้องกราบไหว้หรือไม่ จนสุดท้ายกลายเป็นขยะที่ต้องมากวาดทิ้งให้มากขึ้นโดยไม่จำเป็น

สรุปว่าเส้นทางรวมทั้งหมดไปกลับประมาณ 4 กม. ฉันเดินลงมาด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ และอิ่มบุญ พบว่าในคณะที่ไปด้วยกันบางส่วนไปถึงเพียงแค่รอยพระบาท ก็เดินกลับลงมารออยู่ข้างล่างแล้ว แต่ก็ได้สมปรารถนา ความตั้งใจ เพราะครั้งนี้มีหลายคนเพิ่งมาเป็นครั้งแรก และสนุกสนานกับการได้เดินขึ้นเขาที่เคยคิดว่ายากลำบาก แต่ก็ผ่านมาได้ เสร็จจากนั้นก็ขึ้นรถขาลง สนุกสนานหวาดเสียว และท่ามกลางอากาศที่ร้อนขึ้นในช่วงบ่าย เรายังคงสวนทางกับผู้ที่มาเยือนเขาคิชฌกูฏที่เดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย เพราะจะใกล้เวลาที่เขาจะปิดในสิ้นเดือนนี้แล้วค่ะ

แต่ละปีเขาคิชฌกูฏจะเปิดให้ขึันไปแสวงบุญ กราบไหว้รอยพระบาทปีละครั้ง ระยะเวลาประมาณ 2 เดือน ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเขาคิชฌกูฏได้ที่นี่ค่ะ http://travel.kapook.com/view9265.html

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: