• Menu
  • Menu

ไต่ระดับสู่ถนนสูงอันดับสองของโลก

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

เส้นทางถนนสู่เมืองเลห์จากมะนาลี เป็นเส้นทางดั้งเดิมที่เชื่อมเลห์กับโลกภายนอก แม้ว่าปัจจุบันมีสนามบินจากหลายเมืองในอินเดียสามารถบินเข้าสู่เลห์ได้แล้ว แต่เราก็ยังเลือกเส้นทางสายเดิมนี้เพื่อเข้าไปทำความรู้จักกับดินแดนในหุบเขาที่แตกต่างจากอินเดียที่เราคุ้นเคย

หลังจากค้างที่มะนาลี 2 คืน เราหาเช่ารถจี๊ปพร้อมคนขับเพื่อเดินทางไปยังเลห์ การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน 1 คืน เป็นเส้นทางที่ต้องข้ามเทือกเขาสูง และมีความงามจากสีสันของเทือกเขาที่เราต้องข้ามผ่านนั้นเองให้เราได้นั่งชมไปตลอดทาง ความสูงของเทือกเขานี้ทำให้ลมมรสุมไม่สามารถพัดผ่านข้ามเทือกเขา
ส่งผลให้ดินแดนที่ถูกโอบล้อมด้านหลัง ค่อนข้างแห้งแล้ง
ถนนเส้นนี้เปิดให้ใช้ได้เพียงแค่ช่วงเวลา 4 เดือน ใน 1 ปี
ตั้งแต่ปลายมิถุนายนจนถึงปลายเดือนตุลาคม
จากนั้นก็จะต้องปิดไปเนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว ตลอด
เส้นทางเต็มไปด้วยหิมะ รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ สมัยก่อนแปดเดือนที่เหลือจึงเป็นช่วงเวลาแห่งการพักฟื้นของธรรมชาติและชาวบ้านในแถบเทือกเขาหลังจากได้เก็บเกี่ยวสะสมเสบียงอาหาร และในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของคนในหมู่บ้านกันเองด้วย แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกมากขึ้น การท่องเที่ยวในพื้นที่เลห์ก็เป็นที่นิยม นักท่องเที่ยวสามารถบินเข้าได้สะดวกรวดเร็วเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง

ถนนช่วงแรกๆจะมะนาลี ยังมีทุ่งหญ้าสีเขียวขึ้นตามเทือกเขาให้ความสดชื่น
เริ่มเข้าสู่เขตเทือกเขาแห้งแล้ง ทุ่งหญ้าหายไปเหลือเพียงสีสันของหิน ดิน และก้อนกรวดบนภูเขา
เทือกเขามีหิมะปกคลุม ทะเลสาบเป็นน้ำแข็ง เมื่อขึ้นมาสู่ความสูงระดับ 3000-4000เมตร

เรานั่งรถผ่านเทือกเขาน้อยใหญ่ จากทิวเขาสีเขียวที่มีความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า ป่าเขาของเมืองมะนาลี สู่ทิวเขาสีเขียว มีพุ่มไม้ต้นไม้เตี้ยๆ แต่ยังได้รสชาติของความสดชื่น ไปยังเทือกเขาแห้งแล้งไร้ต้นไม้พืชพันธุ์ใดๆ เหลือเพียงสีสันจากดิน หิน กรวด ทรายซึ่งเปลี่ยนสีไปตามแร่ธาตุที่เป็นส่วนผสมทั้งสีแดง สีเหลือง สีชมพูเป็นสีสันของเทือกเขาที่แท้จริงเปิดเผยให้เราได้เห็นเมื่อเดินทางไปสู่ความสูงยิ่งขึ้น แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านก้อนเมฆมากระทบกับพื้นผิวหลากสีสันนั้นเพิ่มความระยิบระยับสวยงามของเทือกเขา ความสดชื่นของสีเขียวอาจจะหายไป แต่ความแปลกตา ความแปลกใหม่ของธรรมชาติบนเทือกเขาสูงในด้านที่ไร้ลมมรสุมก็สร้างความงดงามและประทับใจให้กับผู้ผ่านทางที่มาจากดินแดนป่าเขตร้อนอย่างฉันได้มากมายทีเดียว เส้นทางส่วนใหญ่เป็นพื้นที่แห้งแล้งโดดเดี่ยว
ไม่มีผู้คน บ้านเรือน รถคันเดียวของเราวิ่งไปบนพื้นราบที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาใหญ่ที่เราเพิ่งข้ามผ่านมา และมีเทือกเขาด้านหน้าเป็นอีกด่านที่เราจะต้องข้ามไป นานๆจะผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นขาวดูร้างผู้คน บางช่วงมีเต็นท์พักแรมของทหารที่เรียกสอบถามตรวจตราบ้าง ปล่อยให้ผ่านไปบ้าง และเต็นท์คนงานก่อสร้างทางเป็นระยะ แสงแดดเจิดจ้า ดูร้อนแรง แต่อากาศทั่วไปกลับมีความเย็นน่าจะเพราะขณะนี้เราเดินทางอยู่บนความสูงกว่า 3000 เมตร เราต่างโบกไม้โบกมือทักทายกัน เพราะในที่ห่างไกล ไร้ผู้คน การได้พบเจอกับใครสักคนระหว่างทาง ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีที่ให้ชื่นใจว่า เราไม่ใช่แค่คนกลุ่มเดียวบนสถานที่แห่งนี้ก็เป็นได้

คนงานก่อสร้างถนน ระหว่างทาง
เทือกเขาระหว่างเส้นทาง มะนาลี (Manali) – ชาซู (Sarchu)

จากทางราบกว้างใหญ่ ถนนก็ลัดเลาะไปตามแนวเขาจนมาถึงยอดเขาด้านบน เราเริ่มมองเห็นยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมสีขาวชัดเจนและใกล้ชิดมากขึ้น ยอดเขาสูงฝั่งตรงข้ามทีอยู่สูงระดับสายตาเดียวกับเรา โดยไม่ต้องแหงนหน้าขึ้นมอง
ไม่ว่าธรรมชาติจะยิ่งใหญ่แค่ไหน
มนุษย์เราก็เอาชนะและทำเส้นทางตัดถนนเพื่อขึ้นมาจนถึงความสูงกว่า 3500 เมตรได้อย่างสบายๆ แต่บนนี้เราต้องเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ
เพื่อปรับสภาพร่างกายให้เคยชินกับอากาศและความกดอากาศบนความสูงระดับนี้ (ปกติการเดินทางในพื้นที่สูงระดับ 2500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไปจะต้องระมัดเรื่องภาวะ Altitude Sickness หรืออาการป่วยจากการอยู่พื้นที่สูง)

เต็นท์ที่พักของเราที่ Sarchu

เราแวะพักค้างคืนกันที่ Sarchu เมืองระหว่างทาง ณ ความสูงกว่า 4000 เมตร แต่ฉันไม่เห็นมีสภาพความเป็นเมืองอะไร นอกจากมีเต็นท์ที่กางเป็นแถว 2-3 แห่ง เพื่อเปิดให้บริการกับผู้ที่ผ่านทาง ที่พักของเราอยู่ระหว่างภูเขาสูงที่ขนาบเราสองด้าน นอกจากรถของเรายังมีรถท่องเที่ยวที่จอดแวะพักอีกคันที่กำลังเดินทางกลับไปยังมะนาลี ฉันไม่ได้สอบถามอะไรมากนัก เพราะสภาพร่างกายเมื่อมาถึงที่นี่ก็แทบจะคลานลงจากรถแล้วกลิ้งไปเข้าเต็นท์ มีอาการมึนๆ เวียนหัวตึ้บๆ และง่วงนอนมาก แม้ระหว่างทางจะพยายามจิบน้ำตลอดเวลาตามคำแนะนำของเพื่อน แต่ด้วยความที่เดินทางกันหลายคน มีกระเป๋าหลายใบ เดินทางวกวนขึ้นเขาสูงทั้งวัน บางทีอยากพัก อยากนอนก็ล้มตัวกลิ้งนอนกันหลังรถ มาถึงจุดนี้ฉันก็ไม่แน่ใจนักว่าที่เป็นคืออาการเมารถ หรือแพ้ความสูงกันแน่ คืนนั้นฉันไม่ได้ทานอะไร แต่เข้านอนพักเลยเมื่อรถจอดสนิทหน้าเต็นท์ที่พักของเรา ได้ยินเสียงคนข้างนอกคุยกันว่าอากาศคืนนี้ -4องศา และลมแรงมาก เต้นท์ที่พักของเราเป็นเต็นท์ผ้าใบหนาแข็งแรงมากๆ ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในคืนนั้นเป็นอย่างดี ฉันนอนหลับไปพร้อมๆกับเสียงลมพัดอู้ที่ตีเต็นท์พั่บๆทั้งคืน

อากาศสดชื่น และฉันรู้สึกแจ่มใสขึ้น หลังจากได้นอนพักเต็มที่

ตอนเช้าฉันตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส ไม่มีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยอีกแล้ว เหลือแต่ความหิวที่ส่งเสียงจนท้องร้องต้องวิ่งไปหาขนม อาหารเช้าจากเต็นท์ทานอาหารข้างๆ จึงได้พบว่าบรรยากาศรอบตัวเองในเช้านี้แสนสดชื่น เราได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง ภูเขาสองด้านที่ขนาบเราเหมือนโอบกอดพวกเราด้วยความอ่่อนโยน อากาศเย็นยามเช้าพร้อมกับแสงแดดที่อบอุ่นทำให้ร่างกายสดชื่น เช้าวันนั้นฉันรู้สึกรักกับบรรยากาศ และทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวตรงนั้น จนอยากจะขออยู่ต่ออีกสักหลายวัน แต่ก็ทำได้เพียงเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีเพราะเราต้องเดินทางกันต่อ สู่เลห์ที่เป็นปลายทางของเราวันนี้

ทางขึ้นเขาเป็นถนนวกวนไปมากว่า 20 รอบ

ทิวทัศน์ระหว่างทางยังคงสร้างความตื่นตา ตื่นใจ
ให้กับพวกเรา มีถนนที่วกวนไปมากว่า 20 ลูป (Gata Loop)
นำเราขึ้นไปบนที่ราบกว้างใหญ่บนเขา (Moore Plain)ซึ่ง
เป็นพื้นที่ราบเรียบบนเขา เกิดลมหมุนลูกเล็กๆ เป็นระยะๆ
ระยะทางกว้างไกลสุดตากว่า 10 กม.
จากนั้นก็ขึ้นเขาไต่ระดับกันต่อไปจนถึงถนนที่สูงเป็นอันดับสองของโลก
ที่ Taglang La (5,328 เมตร)หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ลงเขา ความชุ่มชื้นเริ่มปรากฎให้เห็น
แม่น้ำ ลำธาร ทะเลสาบเล็กๆ มีส่วนช่วยเพิ่มความงดงาม
และความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ ธรรมชาติอันหลากหลาย
ภูเขายิ่งใหญ่สูงเสียดฟ้า และชาวบ้านที่เลี้ยงสัตว์เช่น แพะ แกะ จามรี
อยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร
สมกับเป็นเส้นทางนำไปสู่ดินแดนแห่งความสงบข้างหน้าในลาดักค์

ธงบูชาหลากสี กองหินรูปทรงเจดีย์ บ้านทรงสี่เหลี่ยมสีขาว
เป็นเครื่องหมายว่าเราเข้าใกล้เขตลาดักค์เข้าทุกที
เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง
และมีวิถีชีวิตที่สวยงามเรียบง่าย

จุดแวะพักทานอาหาร และชา ระหว่างทาง
ลมหมุนลูกเล็กๆ เป้นระยะบนทางราบกว้างใหญ่ ระหว่างการเดินทางของเรา
จุดตรวจของตำรวจ แคว้น จัมมู฿แคชเมียร์ แสดงว่าเราเข้าสู่เขตแดนเลห์ซึ่งเป้นส่วนหนึ่งของแค้วนนี้
Taglangla ถนนที่สูงเป็นอันดับสองของโลก 5328 เมตร
ระหว่างทางก่อนถึงเลห์
วัดทิเบตที่พบได้ทั่วไปเลห์ ดินแดนของชาวพุทธทิเบตนิกายมหายาน ในอินเดีย

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: