แผ่นดินไหว รินจาณี – ช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว

Home » Blog » Asia » แผ่นดินไหว รินจาณี – ช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว

มีคนมากมายถามว่ารู้สึกยังไง เมื่อย้อนนึกไปตอนนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่า #กลัว และคิดว่า
#เฮ้ยนี่เราต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่แล้วเหรอ

ก่อนจะเดินเข้าเต็นท์พร้อมกาแฟหอมๆจากพี่หมู ยังมองไปทางทะเลสาบตรงหน้า คิดในใจว่าเช้านี้อากาศดี แดดดีสดใสกว่าเมื่อวานเย็น เดี๋ยวจะเดินไปฝั่งตรงข้ามออกมาถ่ายรูปริมทะเลสาบ แต่ก่อนอื่นไปเก็บของทาแป้งนิดนึงก่อนดีกว่า คิดแบบนั้นแล้วก็มุดเข้าเต็นท์ไป

ตั้งเต็นท์อยู่ริมทะเลสาบ Segara Anak


อาการสั่นไหวของพื้นครั้งแรกรู้สึกได้อย่างชัดเจน ความรู้สึกแรกที่นึกถึงคือเหมือนกับเมื่อหลายปีก่อนตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้เรื่องหรอกว่านั่นคือแผ่นดินไหว ยังหันไปบอกเจ้แหวว พี่สาวที่ไปด้วยกันว่า สงสัยเครื่องซักผ้ามันเขย่าเพราะเรานอนอยู่ใกล้ห้องซักผ้าของโฮสเทล แล้วก็นอนกันต่อ มารู้ว่านั่นคือแผ่นดินไหวก็ตอนออกมาขึ้นรถไฟแล้วมีป้ายยกเลิกเที่ยววิ่ง มีข่าวแผ่นดินไหวตามทีวีในตอนสายๆ ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้รู้ว่าอาการเขย่าแบบนี้คือแผ่นดินไหว ก็ตกใจ ยิ่งมาคิดต่อว่า นี่มันบนเกาะที่มีภูเขาไฟซึ่งยัง active อยู่ เมื่อวานตอนเดินผ่านมาก็เห็นมีควันปุยๆขึ้นมาซะด้วย หรือภูเขาไฟจะระเบิด นั่นคือสิ่งที่กลัวที่สุด ทำให้รีบถลาออกมาจากเต็นท์ แล้วมองไปทางภูเขาไฟก่อน ก็พบแต่ฝุ่นควันคลุ้ง ในขณะที่เสียงฮือฮารอบตัวดังขึ้น ฉันหันมองไปรอบๆ ก็พบ หินถล่มลงมาจากด้านบนของภูเขาที่ล้อมรอบตัวเราอยู่ ในขณะที่ไกด์ก็แสดงท่าทางตกใจ ฉันรีบถามว่าเคยเกิดแบบนี้มั๊ย ไกด์ได้แต่ส่ายหัว และบอกให้เราออกมาอยู่ที่โล่ง

ช่วงแผ่นดินไหวเช้าวันที่ 29/7/2018 ไหวไม่นานแต่รู้สึกได้ว่ารุนแรง

โชคดีที่จุดที่เรายืนอยู่เป็นจุดที่ปลอดภัย ห่างจากหินที่ร่วงลงมา เพราะแคมป์ของเราไม่ได้ตั้งอยู่ตรงริมเขา ฉันมองเห็นคนมากมายจากฝั่งริมเขาวิ่งหนีข้ามลำธารเล็กๆมาทางฝั่งเรา พวกเราตะโกนร้องถามหาคนที่ไปบ่อน้ำพุร้อนซึ่งอยู่ตรงเชิงเขาฝั่งตรงข้าม มองหาเพื่อนๆที่มาด้วยกันว่าอยู่ครบทุกคนหรือไม่ แผ่นดินไหวครั้งแรกกินเวลาไม่นานแต่รู้สึกได้รุนแรงที่สุด แล้วตามมาเป็นระยะที่เบาลงบ้าง แรงบ้างแต่ถี่ๆ ในขณะที่ดินถล่มหินร่วงจากที่สูงยังมีต่อเนื่อง หลังรวบรวมคนได้ ไกด์ก็สั่งให้เก็บของ แล้วแจ้งว่าทางที่เราจะเดินวันนี้คงไปไม่ได้ ต้องเดินย้อนกลับไปทางที่มาเมื่อวาน ซึ่งฉันเห็นด้วยเพราะภูเขาตรงหน้าหินถล่มร่วงลงมาไม่หยุด

เราเดินย้อนทางเดิมขึ้นมาประมาณ 1 กม. เพื่อจะอยู่ในพื้นที่ที่โล่งขึ้น มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ชัดเจน พบว่าภูเขาที่หินถล่มมี 2 ฝั่งคือฝั่งภูเขาลูกที่เราจะเดินข้าม เพื่อไป Senaru crater กับ ภูเขาที่เราเดินลงมาจาก summit เมื่อวานนี้ ในส่วนที่เรายืนอยู่จึงอยู่ในหุบเขาซึ่งกินพื้นที่กว้างระหว่างภูเขาทั้งสองฝั่ง แต่การจะออกจากตรงนี้ได้ต้องเสี่ยงกับการเดินลัดเลาะข้ามภูเขาซึ่งมีอันตรายจากหินที่ร่วงลงมา และยังไม่รู้ว่าเส้นทางนั้นเสียหายขนาดไหน ฉันคิดถึงเส้นทางภูเขาที่เดินลงมาเมื่อวาน บริเวณทางชันขาลงที่ผ่านมาก็มีโอกาสเสียหายสูงมากเพราะพื้นที่ค่อนข้างเปราะบาง

 เดินอพยพจากทะเลสาบขึ้นมาหาที่โล่งและปลอดภัยกว่า Mt.Rinjani
 เดินอพยพจากทะเลสาบขึ้นมาหา
ที่โล่งและปลอดภัยกว่า 
Mt.Rinjani
ภูเขาด้านหลังหินร่วงมาตลอด
เวลา

เมื่อมาอยู่ที่จุดนี้แผ่นดินที่ไหวเริ่มทิ้งช่วงนานขึ้น ความรุนแรงเบาขึ้น จนกระทั่งจินตนาการของฉันที่กลัวว่าแผ่นดินจะไหวเคลื่อนตัวซับซ้อนจนส่งผลให้ภูเขาไฟระเบิดค่อยๆลดลง เหลือเพียงความรู้สึกเป็นห่วงคนที่ขึ้นยอดในวันนี้เพราะจากประสบการณ์ที่ขึ้นมาเมื่อวานนั้นรู้ว่าพื้นที่บนยอดค่อนข้างเปราะบาง และเวลาที่เกิดแผ่นดินไหวเป็นช่วงที่คนอยู่บนยอดมากที่สุด ในเวลานั้นเราต่างทำอะไรกันไม่ได้นอกจากส่งใจและภาวนาไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรง รวมทั้งถามไถ่ข่าวคราวของครอบครัวไกด์ ลูกหาบที่อยู่กับเรา แต่สิ่งที่ประทับใจมากๆก็คือ ไกด์ทุกคนตอบเหมือนกันว่า พวกเราคือคนที่เขาต้องดูแลให้ปลอดภัย นี่เป็นงานสำคัญที่สุดของพวกเขา

ได้ฟังแล้วโครตซึ้ง รู้สึกได้ว่าพวกเขาไม่ทิ้งเราแน่ๆ

นอกจากไกด์แล้ว ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีที่กลุ่มคนที่ประสบภัยส่วนใหญ่ตรงจุดนั้นก็คือคนไทยกว่าครึ่ง เสียงตะโกน ให้กำลังใจ ต่างเป็นภาษาไทย มองไปทั้งหุบเขานึกว่าอยู่ภูกระดึงยังไง ยังงั้น คนไทยเริ่มรวมตัวกัน ติดต่อ ประสานส่งข่าว ขอความช่วยเหลือและได้รับการตอบกลับที่รวดเร็วแม้สัญญานโทรศัพท์จะไม่ราบรื่นนัก

ลูกหาบรวมตัวกันนั่งสวดมนต์ขอพร

มีความพยายามจากไกด์ที่จะพาพวกเราออกจากพื้นที่ในวันนี้ แต่สุดท้ายก็พบว่าเสี่ยงเกินไปเนื่องจากหินยังร่วงลงมาเรื่อยๆ มากบ้าง น้อยบ้างตามความแรงของ aftershock จึงตัดสินใจรอดูสถานการณ์จนถึงพรุ่งนี้เข้า
นั่นหมายความว่าพวกเราทุกคนต้องนอนกลางหุบเขาในเต็นท์โล่งรวมกัน โดยแต่ละกลุ่มก็แยกย้ายไปหาจุดที่สะดวกอยู่เป็นกลุ่มๆไม่ไกลกันเพื่อมีอะไรจะได้ส่งข่าวกันได้

กางเต็นท์นอนกลางหุบ
เขา วิวสวย นอนชมดาว อาบน้ำค้าง

ในส่วนของไกด์และลูกหาบก็เห็นว่าพวกเขารวมตัวประชุมกันเป็นระยะๆ มารู้ทีหลังว่ามีการส่งคนออกไปกลุ่มหนึ่งเพื่อตรวจสอบเส้นทางด้วย น่าจะเป็นพวกที่วิ่งไป วิ่งมาหลบหินที่เรามองเห็นอยู่ไกลๆ

อ่านตอนต่อไป วันที่เราออกจาก Mt.Rinjani

Featured Trip

>>>สนับสนุนสินค้าของเรา<<<

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: