Lunar Travel WorldA Legend of Travel

เฮือนเวียงจันทน์ กำแพงนะคอนเมืองลาว

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

ตอนนี้ที่บ้านกำลังทำการปรับปรุงครั้งใหญ่ ทั้งทำครัวเพิ่ม ปรับปรุงห้องนอน ระเบียงบ้าน บ้านที่เคยสงบเงียบก็เลยเต็มไปด้วยเสียงตอกตะปูโป๊กป๊าก เสียงสว่านเจาะนี่โน่น รวมทั้งฝุ่นที่คลุ้งไปทั้งบ้านยังกะเกิดสงครามกลางเมือง แต่เสาร์อาทิตย์นี้ฉันก็ทิ้งเรื่องบ้านไว้ก่อน เพราะมีเหตุต้องจรลีไปไกลถึงต่างประเทศโน่นแนะ

“พูดว่าต่างประเทศแล้วดูไฮโซเชียว ที่จริงก็แค่ลาวนี่เอง ไม่ไกลหรอกค่ะ”

เราขับรถไปกันเองตั้งต้นกันที่สระบุรี พร้อมๆกับเจ้แหวว พี่สาวที่พาป้ามาจากจันทบุรีไปเที่ยวด้วยกัน และอนงค์น้องสาวอีกคน ถึงแม้ใจฉันจะห่วงบ้าน เพราะกลัวว่าช่างจะทำงานไม่ถูกใจ แต่ก็อุตสาห์ตัดใจไป เพราะเพิ่งจะมีโอกาสไปสัมผัสลาว เพื่อนบ้านใกล้ๆเราก็ครั้งแรก ทั้งที่ไปเที่ยวมาซะไกลแสนไกล แต่ที่ใกล้อย่างนี้กลับยังไม่เคยมีโอกาสซักที พอครั้งนี้ได้โอกาสก็เลยไม่อยากพลาดค่ะ

พวกเราออกเดินทางกันแต่เช้า ก็ไม่เช้านักหรอกค่ะ กว่าจะออกได้เกือบ 10โมง ถึงหนองคายประมาณ 5โมงเย็น แวะทานแหนมเนืองเลื่องชื่อของที่นี่ที่ร้านแดง มองเห็นอีกประเทศอยู่อีกฝั่งแม่น้ำ ซึ่งเราจะไปสัมผัสกันวันุร่งขึ้นพรุ่งนี้ คืนนี้ไปนอนพักเอาแรงกันที่โรงแรมในหนองคาย (จำชื่อไม่ได้ซะแล้ว 🙁 )

: รถตู้ที่พาเราเที่ยว เร่ิมต้นกันที่วัดสีสะเกด
: หอพระแก้ว

เราเอารถไปจอดใกล้ๆสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ซึ่งจะมีรถรับ-ส่งไปถึงด่านผ่านแดน ทำให้การเดินทางสะดวกและรู้สึกปลอดภัยที่จอดรถไว้ที่นั่น ฉันกับน้องสาว พกพาสปอร์ตไป แต่ก็ไม่ได้ใช้ แต่ไปใช้บริการทำบัตรผ่านแดนที่นั่น โดยนายหน้าแถวๆนั้น พร้อมทั้งติดต่อรถจากเค้าไปเลยทีเดียว เพื่่อให้ขับรถพาพวกเราเที่ยวในเวียงจันทร์ คนขับรถก็เป็นคนลาวสามีของนายหน้านั่นเองแหละค่ะ พูดจามารยาทดีมากๆ ความประทับใจกับคนลาวเกิดขึ้นในทันทีเลย จากนั้นก็พาเราไปซื้อของที่ร้านของที่ระลึก พวกเครื่องเงิน เสื้อยืด ก่อนจะเดินทางไปเที่ยววัดเริ่มกันที่วัดสีสะเกด และหอพระแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน หอพระแก้วนี้เดิมเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกตก่อนจะถูกย้ายมาอยู่ที่วัดพระแก้วของเราที่เมืองไทยด้วย จากนั้นก็ไปวัดสีเมือง เป็นวัดคู่เมืองของเวียงจันทร์ ทุกวัดที่เราไปดูค่อนข้างเรียบง่าย สำหรับคนไทยไปคงไม่รู้สึกตื่นตะลึงอะไรนัก เพราะวัดที่เมืองไทยดูสวยงาม วิจิตรบรรจงกว่า แต่ความเรียบง่าย กลับมีเสน่ห์ให้เราได้เดินเที่ยวชมได้ทั่ว โดยไม่เบื่อ ยิ่งวันนี้ตอนเช้าอากาศสดใส แดดยังไม่แรงมาก มีลมเอื่อยๆ การเที่ยววัดยิ่งทำให้รู้สึกสงบดีค่ะ

: ประตูชัยเวียงจันทน์

ประตูชัยของเวียงจันทร์ เป็นปลายทางต่อมาของพวกเราแต่เราไม่ได้ขึ้นไปด้านบน เนื่องจากแดดแรงมากๆ เพื่อนร่วมทริปคนอื่นก็ชักเริ่มหมดแรง กันแล้ว ตรงนี้เหมือนแหล่งชุมนุม มีวัยรุ่นหนุ่มสาว นักท่องเที่ยวมานั่งเล่น เดินเล่น เพราะเป็นลานกว้าง ถ้าเป็นช่วงเช้าหรือเย็นๆ น่ามานั่งทอดหุ่ย ปล่อยอารมณ์อีกมุมหนึ่งของเวียงจันทร์ ประตูชัยแห่งนี้คงเป็นสัญญลักษณ์หนึ่งของการเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส เพราะแกชอบสร้างเหลือเกินไปได้เมืองขึ้นที่ไหนก็คงสร้างไว้แสดงอำนาจของตัวเองมั้ง แบบก็คล้ายๆกับประตูชัยที่ปารีส แต่ตกแต่งเสริมด้วยศิลปะทางเอเชีย มียอดคล้ายเจดีย์ด้านบน

: พระธาตุหลวง ที่สวยงามแห่งเวียงจันทน์

พวกเราเริ่มหิวข้าวกันแล้ว แต่ก่อนไปทานข้าวกันแวะเที่ยวชมที่สุดท้ายของโปรแกรมทัวร์กันก่อนที่เจดีย์พระธาตุหลวง นึกว่าจะไปเดินดูแป๊บๆ ที่ไหนได้ใช้เวลากันนานเลย เพราะความสวยงามเหลืองทองอร่ามที่ดูเด่นเป็นสง่าของพระธาตุหลวงแห่งนี้ พระธาตุหลวงยิ่งดูเด่นยิ่งขึ้นด้วยสถานที่รอบๆที่เป็นลานกว้างใหญ่ รอบๆ ไม่มีตึกใหญ่บดบังความงาม แสงอาทิตย์ที่ส่องกระทบยิ่งทำให้สีทองสุกใสน่าดูชม และเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปอีก ฉันและป้าเดินดูรอบๆไปด้วยความชื่นชมในความสวยงาม โดยเฉพาะป้าพรำ่ชมไม่ขาดปากในความงดงามทีเดียว

เราไปทานอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหารริมแม่น้ำงึม ห่างจากในเมืองประมาณ 30 กม. เค้ามีทั้งแบบนั่งทานในร้านอาหารริมแม่น้ำ หรือจะล่องเรือไปทานไปเพื่อชมทิวทัศน์สองข้างก็ได้ ตอนสั่งต้องระวังกลัวจะใส่ปลาร้า เพราะเป็นอาหารพื้้นเมืองที่ชาวลาวนิยมกันไม่น้อย แต่ไม่เป็นที่นิยมของพวกเรา อาหารอร่อยพอใช้ได้ แต่ไม่เป็นที่ถูกปากของป้าเราเท่าไหร่นัก

: อาหารกลางวันที่ริมน้ำงึม

หลังทานอาหารเรานั่งรถกลับมาช้อปปิ้งกันต่อที่ดิวตี้ฟรีตรงด่านไทย-ลาว ก่อนจะเดินทางกลับสระบุรีในคืนนั้นเลย กว่าจะมาถึงบ้านก็ปาเข้าไปตอนตี 1  เราสามคนผลัดกันขับรถ ก็เลยพอช่วยแบ่งเบาความเหนื่อยความเพลียไปได้เยอะ

แต่ก่อนจะมาถึงถิ่นลาวแห่งนี้ ฉันคิดว่าลาวก็คงคล้ายๆ กับอีสานของเมืองไทย ทั้งผู้คนและบรรยากาศรอบๆ แต่ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลาวไม่ดูแห้งแล้ง แต่กลับมีความสมบูรณ์ ร่มเย็น ต้นไม้ใหญ่ๆ ยังมากมาย แม้แต่ผู้คน ก็ใจเย็น ยิ้มแย้มแจ่มใส จนฉันว่าคนไทยอาจจะอายไปเลยด้วยซ้ำ คนหนุ่มสาวช่างสุภาพเรียบร้อย คำพูดจาทักทายไพเราะรื่นหู เมื่อเดินเข้ามาพูดคุย “สะบายดี” จนฉันตอบกลับแทบไม่ถูก คำขอบใจ ที่ฉันรู้สึกได้ว่าออกมาจากใจจริงๆ  น้องสาวฉันเล่าให้ฟังว่าถามพี่คนขับรถถึงเรื่องราวของม้งลาว คำตอบที่ได้รับทำเอาฉันยิ้มไปด้วย เค้าว่าคนม้งลาว เป็นคนใจเดียว ไม่อยากย้ายมาอยู่ที่ลาว เพราะรอโอกาสอยากไปอยู่อเมริกา แม้ว่ามาถึงลาวแล้วจะมีโอกาสได้เลือกที่อยู่อาศัยตามใจต้องการได้ มีโอกาสดีกว่าคนลาวท้องถิ่นเองด้วยซ้ำ  “ใจเดียว” ฟังแล้วอมยิ้มไป อ่อนโยน ไม่มีความรังเกียจ หรือรำคาญ หากเป็นฉันคงคิดได้แค่คำว่า “ดื้อซะจริง” โอ้โห ทำไมคิดดีจัง น่ารักๆ คิดดี คำพูดดี ความขัดแย้งก็ลดลงไป จะมีที่ไหนในโลกที่เป็นอย่างนี้อีกนะ นี่แหละค่ะ ความน่ารัก จริงใจของคนลาว จนฉันคิดว่าต้องหาโอกาสอันใกล้นี้เข้าไปในลาวให้ลึกเข้าไปกว่านี้ ทำความรู้จักให้มากขึ้นไม่เพียงแค่กำแพงเมืองอย่างเวียงจันทน์ที่มาเที่ยวคราวนี้ ดังนั้นหลวงพระบาง วังเวียง ทุ่งไหหิน คอนพะเพ็ง ทุกถิ่นที่สวยงามในประเทศแห่งนี้ คงได้มีโอกาสมาบันทึกไว้ที่นี่ในโอกาสหน้าแน่นอน

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

2 comments

%d bloggers like this: