เรื่องน่ารู้เพื่อการเดินทางในมัณฑะเลย์

Home » Blog » Asia » เรื่องน่ารู้เพื่อการเดินทางในมัณฑะเลย์

ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทย ลาว เขมร เวียดนามและพม่า ต่างเป็นจุดหมายที่นักเดินทางทั่วโลก ตั้งใจจะมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ก็เช่นเดียวกับทางเราก็อยากจะไปเยือนดินแดนห่างไกลอย่างอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ หรือยุโรป ฉันเที่ยวจนดูเหมือนสนิทสนมคุ้นเคยกับคนแดนไกลดีกว่าคนข้างบ้านที่เห็นหน้าตากันบ่อยๆ แต่ไม่เคยทักทาย ฉันเคยคิดว่าการให้เวลากับประเทศใกล้ๆเป็นเวลา 10-15 วัน ก็ออกจะดูมากเกินไป ฉันเคยคิดว่ารู้จักพวกเขาดีพอ แต่ที่จริงฉันไม่รู้จักพวกเขาสักนิด ดังนั้นตอนนี้ฉันเลยวางแผนกลับมาเดินทางในเส้นทางใกล้ๆ ผสานรวมกับความเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคือง ฉันไม่จำเป็นต้องไปนานๆ แต่ฉันไปบ่อยๆได้ ฉันจะได้ใช้เวลาแต่ละเมือง เพื่อหันกลับมาทักทายและรู้จักคนบ้านใกล้ที่แสนจะมีดีจนใครๆก็อยากมาค้นหา

ฉันเลือกเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า อ่าน เที่ยวมัณฑะเลย์ ย้อนรอยความรุ่งเรืองของพม่า ก่อนเที่ยวมีข้อมูลที่อยากจะรวบรวมไว้ให้คนที่สนใจอยากทำความรู้จักพม่า หรือมัณฑะเลย์ง่ายๆ เพื่อจะเดินทางอย่างเข้าใจ ไปกันค่ะ

ข้อมูลทั่วไปก่อนไปเที่ยว ฉบับย่อ

  • สกุลเงิน: Kyat (1 บาท = 48.25 จ๊าด)
  • เวลา: GMT +6.5 ชั่วโมง หรือ เวลาช้ากว่าไทย 30 นาที
  • เมืองหลวง: เดิมชื่อย่างกุ้ง เมืองหลวงในปัจจุบันคือเนปิดอว์ตั้งแต่ปี 2005
  • ภาษาหลัก: พม่า
  • ศาสนาหลัก: พุทธศาสนา
  • ประชากร : ประมาณ 54 ล้านคน
  • พื้นที่ : 676,578 ตร.กม.
  • รหัสโทรศัพท์: +95
  • หมายเลขฉุกเฉิน: รถพยาบาล (192) ตำรวจ (199) ไฟ (191)
แม่ชี เดินบนสะพานไม้อูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในพม่า

เงินตราและธนาคาร

พม่าใช้เงินสกุลที่เรียกว่าจ๊าด (Kyat) สามารถแลกเงินจากไทยไปได้เลยจากร้านแลกเงินเช่น Super Rich แต่แนะนำให้โทรไปจองหรือเช็คก่อนเข้าไปแลก แต่วิธีที่สะดวกและฉันก็ใช้วิธีนี้เสมอในการเดินทางไปต่างประเทศคือแลกเป็นเงินดอลลาร์ หรือ US แล้วไปแลกเงินท้องถิ่นที่นั่น ตอนแลกเงินดอลล่าร์ตรวจสอบให้แบงค์ที่ได้รับมาเป็นใบใหม่ๆสักนิดเพื่อความสบายใจในการแลกเงิน หรือนำไปใช้ในประเทศพม่า

มีบูธแลกเงินอยู่ 2-3 ร้านในสนามบินมัณฑะเลย์ และฉันใช้บริการที่นี่เลยเมื่อเช็คอัตราแลกเปลี่ยนแล้วพบว่าใกล้เคียงกับที่ทราบมา

1 ดอลลาร์ ($) = 1485 จ๊าด

เรทคร่าวๆในวันที่แลก ณ วันที่ 10 มกราคม 2020 คิดเป็นเงินไทยได้เรทดังนี้

1 บาท = 49 จ๊าด

และเพื่อให้คิดง่ายๆเวลาเที่ยวใช้จ่าย ซื้อของคือ 1000 จ๊าด = 20 บาท หรือเอาจำนวนเงินพม่าคูณด้วย 0.20 จะได้เป็นเงินไทยคร่าวๆ

ตอนแรกเงินพนักงานให้เงินเป็นธนบัตรใบละ 10,000 จ๊าด (200 บาท) ฉันขอแรกเศษเงิน 1,000 จ๊าด (20 บาท) ติดไว้ด้วยบางส่วน เพื่อความสะดวกในการใช้จ่าย และเผื่อไว้ทำบุญตามวัดต่างๆ ที่ต้องมีโอกาสได้เข้าไปกราบไหว้ในอีก 3 วันข้างหน้านี้

มาครั้งนี้ฉันแรกเงินสดไว้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายเพื่อใช้จ่ายโดยเลือกจ่ายเป็นเงินจ๊าดทั้งหมด อย่างไรก็ตามร้านค้าของที่ระลึก และโรงแรม ต่างยินดีรับเงินดอลลาร์ ซึ่งหากคูณออกมาเป็นเงินจ๊าดก็ราคาไม่ต่างกันหรือได้เปรียบ เสียเปรียบจากอัตราแลกเปลี่ยนมากนัก หลายแห่งมีสัญลักษณ์รับบัตรเครดิต และป้ายรับบัตร Cashless บ้าง แต่ดูจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก และฉันก็ไม่ได้ใช้บริการเหล่านั้นเลย

ส่วนร้านขายอาหาร ขายของทั่วไป ค่ารถ สถานที่ท่องเที่ยว ต้องจ่ายเป็นเงินจ๊าด ดังนั้นการพกเงินจ๊าดจึงสะดวกที่สุด

ในมัณฑะเลย์เป็นเมืองใหญ่ มีความสะดวกทันสมัยเกือบจะเท่าๆกับเมืองใหญ่ของไทย มีตู้ ATM มากมาย แต่การกดเงินสดในต่างประเทศน่าจะมีค่าธรรมเนียมบ้าง สำหรับคนไทยแล้วมักใช้เวลาการเที่ยวในมัณฑะเลย์ หรือประเทศพม่าไม่กี่วัน และค่าใช้จ่ายในพม่าก็ไม่แพง ไม่ต้องพกเงินจำนวนมาก จึงแนะนำให้พกเงินสดติดตัวไปจะสะดวกที่สุด

เงินพม่าไม่มีแบบเหรียญ

ไฟฟ้า และปลั๊กไฟ

พม่ารวมทั้งมัณฑะเลย์ใช้ไฟ  220 – 230 V 50Hz หัวปลั๊กไฟ ใช้หัวปลั๊กขากลม 2 ขา

รูปภาพประกอบด้วย ภาพตัดปะ

คำอธิบายที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ
รูปปลั๊กไฟในพม่า

สัญญาณอินเตอร์เน็ต

สัญญาณอินเตอร์เน็ต 3G/4G ในมัณฑะเลย์จัดได้ว่าแรงฉิวไม่มีสะดุด มีสัญญาณแทบจะในทุกพื้นที่ ไม่เพียงในตัวเมืองใหญ่มัณฑะเลย์ แต่สัญญาณในเมืองเล็กตามชนบทก็ถือได้ว่าดีกว่าที่คาด ทำให้สามารถเช็คแผนที่ ดูข้อมูลต่างๆ ส่งข้อความ อัพเดทรูปสวยๆถูกใจสายโซเชี่ยลแน่นอน

สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งแบบเปิดมาจากเมืองไทย หรือมาซื้อซิมที่สนามบินมัณฑะเลย์ สำหรับฉันมาคราวนี้ใช้บริการทั้ง 2 แบบ ดังนี้

  • เปิดใช้บริการแพ็คเกจ Ready2Fly Border Non Stop Data Roam 7 วัน ใช้สัญญาณดาต้า (อินเตอร์เน็ต) จากซิม Ais จากเบอร์เดิมที่ใช้ประจำในเมืองไทย ในราคา 7 วัน 99 บาท ใช้เน็ตโรมมิ่งที่ความเร็วสูงสุด 2 GB โดยการใช้แพ็คเกจนี้เมื่อถึงมัณฑะเลย์ เปิดใช้บริการต้องเข้าไปเลือกเครือข่ายด้วยตัวเอง ซึ่งฉันเลือกใช้สัญญาณของ Ooredoo
  • ซื้อซิมเมื่อมาถึงสนามบิน มีเคาน์เตอร์บริการรออยู่ทันทีที่ออกมาหลังรับกระเป๋าเรียบร้อย มีราคาให้เลือกหลากหลายขึ้นอยู่จำนวน Data ที่เราต้องการ ระยะเวลาใช้งานได้ 30 วัน พร้อมมีโทรฟรีในประเทศอีก 50 นาที ฉันอยู่ที่นี่ 4 วัน เลือกแบบ 2850 MB ราคา 4500 Kyat ที่จริงแค่ซื้อไว้เผื่อซิมที่เอามาจากเมืองไทยไม่พอ ซึ่งพอใช้ไป 4 วัน แค่ซิมเดียวจากเมืองไทย ก็พอเหลือๆ เพราะใช้งานไม่มาก

ต้องเล่าความรวดเร็วของการขายซิมที่สนามบินสักหน่อย แทบทุกที่ในสนามบินที่ขายซิม เรื่องความเร็วในการบริการมีไม่แพ้กัน แค่เดินเข้าไป พยักหน้าตกลงว่าเอาแพ็คเกจไหน พนักงานก็คว้ามือถือจากมือทันควัน ขณะที่ฉันเพียงแค่ก้มหน้าหยิบเงินให้ยังไม่ทันเสร็จ มือถือที่ถูกเปลี่ยนซิมเรียบร้อยก็มาวางตรงหน้า ข้อความภาษพม่าก็หลั่งไหลเข้ามาในมือถือไม่ขาดสาย ด้วยประสบการณ์จากเวียดนาม จึงควรตรวจสอบสักนิดว่าซิมที่เปลี่ยนมานั้นต่อสัญญาณเน็ตได้จริง รวมทั้งถามหาซิมเดิมของเราที่ถูกถอดออกให้เรียบร้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะไปติดไว้ที่หลังโทรศัพท์ของเรานั่นเอง

ซิมพม่าที่มาซื้อที่นี่ก็ยังเลือกใช้ Ooredoo เหมือนกันเพราะได้ข้อมูลมาว่าสัญญาณดีที่สุด

สำหรับใครที่คิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องซื้อซิม หรือเสียเงินสำหรับใช้อินเตอร์เน็ตระหว่างเดินทาง ก็ยังสามารถใช้ wifi ฟรีได้จากโรงแรม ร้านอาหาร ซึ่งทั้งในโรงแรมที่ฉันพัก และร้านกาแฟ ร้านอาหารสมัยใหม่ที่เข้าไปใช้บริการต่างก็มีให้บริการฟรี ด้วยสัญญาณที่ดีเช่นเดียวกัน

มัณฑะเลย์จากมุมสูง มองเห็นสะพานข้ามแม่น้ำอิระวดี แม่น้ำที่เป็นสายเลือดสำคัญของชาวพม่า

วีซ่า

          ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2015 คนไทยได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราให้อาศัยอยู่ในประเทศพม่าได้ 14 วัน โดยไม่ต้องมีวีซ่า

ทำให้คนไทยเดินทางเข้าพม่าได้สะดวกมากขึ้น แต่ดูเหมือนความนิยมมาเที่ยวมัณฑะเลย์ของคนไทยก็ยังไม่มากเมื่อเทียบกับชาวต่างชาติซึ่งต้องขอวีซ่าและอยู่ได้ 28 วัน ในการขอวีซ่า 1 ครั้ง ทั้งนี้ชาวจีนก็ยังต้องขอวีซ่า โดยขอเป็น visa on arrival เมื่อมาถึงสนามบิน

สนามบินมัณฑะเลย์ปัจจุบันเป็นอาคารทันสมัย สะอาด มีสะพานเทียบเครื่องบินหลายช่องทาง หลังจากผ่านประตูก่อนเข้าไปตรวจลงตราเข้าเมือง จะมีช่องทางขอ visa on arrival อยู่ทางซ้าย เต็มไปด้วยชาวจีนต่อคิวขอวีซ่า แต่สำหรับคนไทย และผู้มีวีซ่าแล้ว สามารถเดินมาตรวจลงตราได้เลย ซึ่งมีบริการที่สะดวก รวดเร็ว อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอย่างดี

การปกครองและความปลอดภัย

หลังได้รับเอกราชจากอังกฤษ  ประเทศพม่าเผชิญกับสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ เนื่องจากปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอยู่มากมายซึ่งยังแก้ไม่ตก ตั้งแต่ ปี ค.ศ.1962 ถึง ค.ศ. 2011 ประเทศพม่าอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร โดยการรัฐประหารของนายพลเนวิน ปีค.ศ.2011คณะผู้ยึดอำนาจการปกครองถูกยุบอย่างเป็นทางการภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปีค.ศ.2010 และมีการตั้งรัฐบาลพลเรือนในนามแทนแต่ทหารยังมีอิทธิพลอยู่มาก พม่ายังถูกรายงานเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การข่มขืน แรงงานเด็ก ทาส การค้ามนุษย์ และการขาดเสรีภาพในการพูด

ในช่วงปีหลังพม่าและผู้นำทหารมีนโยบายผ่อนปรนและพยายามพัฒนาความสัมพันธ์กับต่างชาติโดยเห็นได้จากการจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2015 ได้อนุญาตให้นางอองซานซูจี ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยเข้ามามีบทบาทในเวทีการเมืองของพม่า

ขณะที่กระแสการท่องเที่ยวเติบโตอย่างมากในประเทศรอบพม่า ในปี 1992 ประเทศพม่าได้เปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ และประกาศให้ปี 1996-1997 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวพม่า ปัจจุบันสามารถเดินทางเข้าพม่าได้หลายทางทั้งทางบก ทางอากาศและทางเรือซึ่งได้รับการพัฒนาและปรับปรุงการเดินทางให้มีความสะดวกและปลอดภัย อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวก็ต้องระมัดระวังตัวเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

  • ถึงแม้คนพม่าส่วนใหญ่จะมีน้ำใจไมตรี ซื่อสัตย์ ก็ไม่ควรนำของมีค่าติดตัวไป  เพราะอาจเป็นของล่อตาล่อใจต่อเหล่ามิจฉาชีพที่ปะปนอยู่ และระมัดระวังตัวหากเดินตามสถานที่เปลี่ยว
  • หากมีโรคประจำตัว ก็ควรนำยารักษาโรคไปให้พร้อม เพราะการแพทย์ และสุขอนามัยยังถือว่าขาดแคลนและไม่ทันสมัย
  • วัตถุโบราณ (Antique) หรืออัญมณีบางชนิดอาจเป็นของต้องห้ามในการนำออก ควรตรวจสอบให้ดีหรืองดเว้นการซื้อ
  • ระบบการจราจรในพม่าให้ขับรถชิดเลนขวาตรงข้ามกับของไทย ดังนั้นเวลาข้ามถนนต้องดูให้ดี

ข้อปฏิบัติในการเข้าชมสถานที่

การท่องเที่ยวในพม่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม เข้าชมวัด มนัสการพระเจดีย์ ชมพระราชวัง จึงมีสิ่งที่ต้องระวังเรื่องการแต่งกายและระเบียบปฏิบัติเพื่อเป็นการให้เกียรติผู้คนและสถานที่

ระเบียบปฏิบัติก่อนเข้าพื้นที่ทางศาสนา ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก
  • การแต่งกาย ในศาสนสถานเช่นวัด เจดีย์ ห้ามสวมกางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น เสื้อสายเดี่ยว เกาะอก บางแห่งจะมีบริการผ้าถุงหรือโสร่งเพื่อสวมทับก่อนเข้าชม
  • ต้องถอดรองเท้า รวมถึงถุงเท้าตั้งแต่รั้วด้านนอก เป็นธรรมเนียมที่เคร่งครัดมากตั้งแต่สมัยโบราณ หากฝ่าฝืนอาจถูกชาวพม่าจะเข้ามาตักเตือนด้วยความไม่พอใจ
  • สถานที่ศักดิ์สิทธิ์บางแห่งอาจห้ามผู้หญิงเข้าไปในเขตหวงห้าม เช่นที่นั่งด้านหน้า และห้ามขึ้นไปปิดทององค์พระมหามุนี มัณฑะเลย์

ภาษา

แม้พม่าจะเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ แต่ชาวพม่ามีภาษาของตัวเอง และคนพม่าส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ อย่างไรก็ตามชาวพม่านั้นต่างมีน้ำใจพร้อมจะช่วยเหลือนักท่องเที่ยว แม้จะสื่อสารกันไม่เข้าใจ เช่นที่หมู่บ้านชาวประมงเมื่อฉันยื่นรูปให้ดูเพื่อถามทางไปที่แห่งนั้น สาวน้อยชาวพม่าก็ถึงกับพาเดินมาส่งถึงที่ด้วยตนเอง ดังนั้นถ้าเราสามารถสื่อสารภาษาพม่าได้เล็กน้อยก็จะสร้างความประทับใจให้กับคนท้องถิ่นได้มาก

เด็กวัยรุ่นกำลังสนุกกับการถ่ายรูป มีหลากหลายแนว

เวลาสั้นๆในมัณฑะเลย์ ฉันรู้จักคำพม่าแค่ 2 คำ แต่ก็สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะกันได้ไม่น้อยเมื่อเรามีโอกาสได้สื่อสารกัน

มิงกะลาบา       – สวัสดี

เจซูบ่าแบ         – ขอบคุณ

ในระหว่างเส้นทางท่องเที่ยวในมัณฑะเลย์ คนพม่าที่ทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว จะสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้พอเข้าใจกัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ นอกจากนั้นฉันระบุให้โรงแรมจัดหารถสามล้อพร้อมคนขับที่พูดภาษาอังกฤษพาเที่ยวจึงทำให้การเดินทางครั้งนี้มีความสะดวกและราบรื่นมาก

เทศกาล ประเพณี และความเชื่อ

          มัณฑะเลย์มีประเพณีสำคัญประจำปี และประจำวันที่เมื่อมีโอกาสไปเที่ยวก็สามารถเข้าร่วมพิธีสำคัญเพื่อจะได้เห็นวิถีชาวบ้านที่ผูกพันกับความเชื่อ ความเคารพ และศรัทธาอันอยู่ในสายเลือดของชาวพม่ามาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะทั้งสองประเพณีมีมานานหลายร้อยปีแล้ว

เทศกาล Thingyan คล้ายๆกับเทศกาลสงกรานต์ของไทย พม่าถือเป็นวันขึ้นปีใหม่เช่นกัน ฉลองกันตั้งแต่วันที่ 13-16 เมษายน เทศกาลนี้ทุกคนจะสาดน้ำ รดน้ำกัน เป็นการชำระบาปในความเชื่อของพุทธศาสนานิกายเถรวาท ฉลองใหญ่กันทั่วประเทศ รวมทั้งที่มัณฑะเลย์ แต่บางปีรัฐบาลประกาศให้ประหยัดน้ำ พิธีนี้ก็อาจจะไม่คึกคักเท่ากับสงกรานต์บ้านเรา

งานฉลองตองปะยอนนัต (Taungpyone Nats Spirit)  เป็นเทศกาลฉลองนัต ประจำเมืองมัณฑะเลย์ ที่สำคัญและมีสีสันที่สุดเมื่อเทียบกับการฉลองนัตในเมืองอื่นๆทั่วประเทศพม่า จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม

ความเชื่อการบูชา “นัต” หรือวิญญาณที่คอยช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิต โดยมีคนทรงของ “นัต” เรียกว่า “นัตกะด่อ”เป็นตัวกลางในการเชื่อมระหว่างผู้คนกับนัต

“นัต” คือดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์  ที่เสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติแต่เป็นดวงวิญญาณที่มีอิทธิฤทธิ์เหนือวิญญาณอื่นๆ สามารถสร้างปาฎิหารย์ และควบคุมอำนาจธรรมชาติได้ อยู่กึ่งเทพแต่ไม่สามารถอยู่บนสวรรค์ เป็นความเชื่อเก่าแก่ของชาวพม่าก่อนที่ศาสนาพุทธจะเข้ามามีอิทธิพลในดินแดนพม่า ชาวพม่าจะมี “นัต” ที่สำคัญ 37 องค์ ศูนย์กลางการบูชาอยู่ที่เขาโปปา (Mount Popa) อยู่ระหว่างเมืองมัณฑะเลย์ กับเมืองพุกาม

ประวัติความเป็นมาของนัตแห่งเมืองตองปะยอง ย้อนหลังไปในยุคอาณาจักรพุกาม หลังจากที่กองทัพของกษัตริย์อโนรธากลับจากการสู้รบกับมองโกลที่ชายแดนพม่า-จีน ได้ยกทัพกลับมาตั้งค่ายที่หมู่บ้านตองปะยอน (TAUNG PYONE)นั้น ในกองทัพมีแม่ทัพสองพี่น้อง SHWE PYIN NYI NAUNG ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของกษัตริย์ มีพละกำลังและอำนาจเหนือธรรมชาติ เป็นที่เคารพนับถือยกย่อง จึงได้ถูกขุนนางคนอื่นอิจฉา เมื่อพระเจ้าอโนรธามีดำริที่จะสร้างเจดีย์ขึ้นไว้ที่เมืองนี้ จึงให้ทหารและขุนนางทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม แต่แม่ทัพสองพี่น้องไม่ได้เข้าร่วมพิธีดังกล่าวเนื่องจากความเป็นเด็กที่ยังรักสนุกชอบเล่นพนันและดื่มเหล้าตลอดเวลา ขุนนางที่อิจฉาวางแผนที่ไม่ใส่อิฐสองก้อนลงไปในการสร้างเจดีย์ทำให้เจดีย์มีช่องว่างเกิดขึ้น ซึ่งหมายถึงแม่ทัพสองพี่น้องไม่เข้าร่วมพิธีตามคำสั่งของกษัตริย์ ปัจจุบันยังเห็นช่องว่างของอิฐในเจดีย์นี้อยู่ เมื่อกษัตริย์ทราบเรื่องการขัดคำสั่งจึงสั่งประหารแม่ทัพผู้มีฝีมือดี แม่ทัพทั้งสองจึงกลายเป็นวิญญาณนัต และกษัตริย์ก็ถือว่าพวกเขาเป็นวิญญาณที่คอยปกป้องพื้นที่แห่งนี้ ถือเป็นวิญญาณนัตที่มีผู้คนนับถือมากในจำนวนนัตทั้งหมด 37 องค์

สำหรับคนไทย “นัต” ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ก็เช่น เทพกระซิบ นัต อะมาดอว์เมียะ, เทพทันใจ นัตโบโบยี

พระสงฆ์ผู้ทำพิธีกำลังใช้พัดโบกพระพักต์เป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากล้างและเช็ดพระพักต์พระมหามุนีแล้ว

ประเพณีล้างพระพักต์พระมหามุนี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีลมหายใจ จึงได้มีการล้างพระพักต์พระทุกวันในเวลาเช้าประมาณ 4.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ชาวพุทธมารวมตัวกันเพื่อสวดมนต์ ทำบุญ และรับน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ อ่าน พิธีล้างพระพักต์พระมหามุนี


เตรียมตัวเดินทาง

ช่วงเวลาน่าเที่ยว

พม่ามีภูมิประเทศอยู่ทางเหนือของประเทศไทย และมัณฑะเลย์ซึ่งตั้งอยู่ในภาคกลางของพม่า ก็อยู่เหนือว่าทางเหนือสุดของประเทศไทยจึงมีแนวโน้มที่อากาศจะเย็นกว่าประเทศไทย ลักษณะอากาศโดยทั่วไปเป็นแบบร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยในมัณฑะเลย์คือ 26°C อุณหภูมิกลางวันเฉลี่ย 34°C ในขณะที่อุณหภูมิกลางคืนเฉลี่ยอยู่ที่ 23°C

ช่วงหน้าหนาว อากาศดี ฟ้าใส

ฤดูแล้ง หรือฤดูหนาว คือช่วงเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ เป็นฤดูที่เหมาะกับการท่องเที่ยวที่สุด เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนน้อยและอากาศเย็นสบายที่สุด อากาศในช่วงเดือนมกราคม 2020 ที่ฉันไปเที่ยว ตอนเช้าอุณหภูมิประมาณ 14-18 องศา ขณะที่ตอนกลางวันอุณหภูมิไม่เกิน 28 องศา แต่จะร้อนแดดถ้าอยู่กลางแจ้ง

ฤดูร้อน เป็นช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน อากาศจะค่อนข้างร้อนจัด และปริมาณฝนน้อย อากาศฤดูนี้จะร้อนอบอ้าว

ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในเดือนพฤษภาคมทำให้มีฝนตกเป็นส่วนใหญ่ ฝนตกหนักอาจมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเช่นเที่ยวบินล่าช้า ทำให้ถนนยากต่อการเดินทาง การไปเที่ยวชมสถานที่บางแห่งซึ่งส่วนใหญ่อยู่กลางแจ้งอาจทำให้เสียโอกาสในการเยี่ยมชม ความชื้นในช่วงฤดูฝนทำให้ยุงค่อนข้างมาก มีโอกาสที่จะเป็นไข้เลือดออกได้ง่าย ควรเตรียมเสื้อแขนยาวบางๆ เพื่อใส่ป้องกันยุงกัด

งบประมาณ

          มัณฑะเลย์เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพถูกมาก มาก และมากที่สุดเมืองหนึ่งที่ฉันมีโอกาสได้เดินทาง ค่าแรงรายวันอยู่ที่ประมาณ 120 – 200 บาท ค่าน้ำมันลิตรละ 19 บาท ขณะที่ค่าอาหารพื้นเมืองทั่วไปราคาประมาณ 20-50 บาท  เป็นเมืองที่เหมาะและสะดวกมากสำหรับนักเดินทางแบบแบ็คแพ็คหรือเดินทางคนเดียว ซึ่งเป็นสไตล์การเดินทางคราวนี้ของฉัน สำหรับการเที่ยวมัณฑะเลย์ใช้เวลาเที่ยวตั้งแต่ สองวันไปจนถึงหลายวันขึ้นอยู่กับความสนใจในอาคาร สถาปัตยกรรมประเภทวัดวาอารามมากน้อยแค่ไหนของแต่ละคน เพราะรายละเอียดของวัดและเจดีย์แต่ละแห่งมีมากมายนับไม่ถ้วน

เด็กๆในมัณฑะเลย์ ชอบเข้ามาถ่ายรูป คุยเล่น และขอขนม ขอเงิน

แต่ในมัณฑะเลย์ก็มีหลายสไตล์ให้กับเดินทางท่องเที่ยวขึ้นกับไลฟ์สไตล์ เพราะมีโรงแรมให้บริการตั้งแต่ราคาถูกที่สุด ไปจนถึงโรงแรมหกดาวตกแต่งอย่างสวยหรู ผสมผสานกับอาคารเก่าแก่ดั้งเดิมและสภาพภูมิอากาศของเมือง รวมไปถึงวิธีการเดินทาง การใช้บริการทัวร์เพื่อความเข้าใจในประวัติศาสตร์และอาคาร สถาปัตยกรรมที่มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชม

ฉันใช้เวลา 4 วัน 3 คืน ผสมผสานการเดินทางที่หลากหลาย แต่ไม่ได้ใช้บริการไกด์นำเที่ยว นอกจากบริการจากคนขับรถสามล้อ และมอเตอร์ไซค์ซึ่งหาได้ไม่ยากและช่วยลดเวลา กับอากาศร้อนในระหว่างวันไปได้มาก ต้องยอมรับว่าบางทีก็แอบไปเดินฟังไกด์ที่ยืนอธิบายอยู่บ้าง เพราะสถานที่บางแห่งการมีไกด์คอยเล่าให้ฟังจะทำให้การเที่ยวชมมีความเข้มข้นและน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนั้นการได้เดินทางไปกับคนท้องถิ่นก็ยังช่วยแนะนำจุดที่น่าสนใจ มุมถ่ายภาพสวยได้อย่างดี

ลองผสมผสานการเดินทางที่หลากหลายในการเที่ยว ทำให้เราได้พบหลายมุมมองทั้งจากสถานที่ที่เราไปเยือน รวมทั้งคนรอบข้างที่มีโอกาสได้พบปะพูดคุย กระทั่งการได้ใช้เวลาเงียบสงบในเมืองที่กาลเวลาไหลอย่างเนิบนาบ

จัดกระเป๋าก่อนเดินทาง

แม้จะเที่ยวในฤดูแล้ง หรือฤดูหนาวของมัณฑะเลย์ โดยทั่วไปก็ยังถือว่าอากาศมีความร้อนจากแสงแดดที่ค่อนข้างแรง และอยู่ในเขตภูมิประเทศอบอุ่น เสื้อผ้าที่นำไปควรมีน้ำหนักเบา แห้งเร็ว และป้องกันแสงแดด อีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอคือเรื่องความเคารพต่อสถานที่เนื่องจากวัฒนธรรมของชาวพม่าจะให้ความเคารพต่อสถานที่สำคัญทางศาสนาทุกแห่ง เช่นวัดและเจดีย์ อย่าใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสม เช่น เสื้อแขนกุด เสื้อเกาะอก กางเกงหรือกระโปรงขาสั้น ควรเตรียมผ้าคลุมไหล่หรือเข่าติดตัวให้พร้อม หากเที่ยวในช่วงฤดูฝนควรเตรียมเสื้อกันฝนมาด้วย หมวกหรือร่มเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการเดินทางท่องเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ในมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่กลางแจ้ง

เสื้อคลุมยาว แขนยาว มีฮู๊ด ช่วยกันแดด เราว่าเหมาะสำหรับการเที่ยวมัณฑะเลย์รอบนี้ของเราดีค่ะ

รายการจัดกระเป๋าที่แนะนำสำหรับการเดินทางระยะเวลา 3-4 วันในมัณฑะเลย์ และพักที่โฮสเตลห้องนอนรวม (dorm)

  • กระเป๋าเดินทาง ทริปนี้ฉันตัดสินใจใช้กระเป๋าเดินทางแบบล้อลากขนาด 24 นิ้ว เพราะเห็นว่า 4 วัน 3 คืนในมัณฑะเลย์ ไม่ได้เปลี่ยนที่พัก เมื่อลงจากเครื่องบิน ลากขึ้นรถโดยสารแล้วไปส่งที่โรงแรม จากนั้นก็เพียงแค่ยกกลับเท่านั้น กระเป๋าเดินทางแบบนี้จัดเก็บสะดวก หาของง่าย จึงเป็นทางเลือกของฉันในทริปนี้ แต่ถ้าหากคุณต้องเดินทางย้ายที่พักหลายแห่ง และต้องใช้เวลาเดินทางพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ขอแนะนำให้ใช้เป็นเป้สะพายหลัง Backpack จะสะดวกมากกว่า เพราะถนนหนทางในมัณฑะเลย์ยังขรุขระ และไม่สะดวกหากต้องลากกระเป๋าใบใหญ่
  • เป้สะพายข้าง หรือเป้สะพายหลังระหว่างวัน (Day pack)
  • กางเกงขายาว 2 ตัว
  • เสื้อแขนสั้น แบบแห้งเร็ว 2 ตัว
  • เสื้อคลุมแขนยาว กันแดด 1 ตัว สำหรับรายการนี้ฉันนำเสื้อคลุมยาว แขนยาวไป เพราะคิดว่าแบบนี้จะถ่ายรูปกับเจดีย์ได้สวย หากบางคนอาจจะนำกระโปรง หรือใส่ผ้าถุงก็งดงามไปอีกแบบ
  • เสื้อกันลม 1 ตัว
  • ชุดนอนสบาย 1 ชุด
  • ชุดชั้นใน 2 ชุด
  • หมวก หรือ ผ้าพันคอ สำหรับคลุมศีรษะ คลุมไหล่ หรือคลุมเข่า
  • ถุงเท้า 2 คู่
  • รองเท้าแตะ ขณะเที่ยวในมัณฑะเลย์ รองเท้าแตะสะดวก สบายกว่ารองเท้าชนิดอื่น เพราะเข้าสถานที่ต่างๆต้องถอดรองเท้า รวมไปจนถึงถุงเท้าด้วย
  • รองเท้าผ้าใบ   ถ้าไม่ติดว่าต้องถอดรองเท้าเข้าออกบ่อยครั้ง การใช้รองเท้าผ้าใบทำให้เดินได้คล่องตัว และสบายกว่า แนะนำว่าไม่ต้องนำคู่ที่แพงและสวยมากไป เพราะจะอดห่วงไม่ได้เวลาต้องถอดรองเท้าทิ้งไว้ไกลสายตา
  • ชุดอุปกรณ์อาบน้ำ และครีมบำรุง อย่าลืมครีมกันแดด
  • ผ้าเช็ดตัวแห้งเร็ว
  • ขวดน้ำ
  • Sleep Sheet หรือ ไลน์เนอร์ ใช้แทนผ้าห่มของที่พัก กรณีที่ไม่สะอาด แต่ไปคราวนี้ไม่ได้ใช้เพราะของที่พักสะอาด หอม นอนสบาย
  • ไฟฉายคาดศีรษะ
  • ปลั๊กไฟ
  • Iphone XS พร้อมสายชาร์จ และหูฟัง
  • กล้อง Canon 50D พร้อมแบตเตอรี่ 4 ก้อน
  • SD card
  • Powerbank ขนาด 10000 mAH

การเดินทาง

เดินทางไปมัณฑะเลย์

สำหรับคนไทยที่สนใจจะเดินทางไปเที่ยวมัณฑะเลย์ มีเที่ยวบินจากหลายสายการบินของไทยเช่น บางกอกแอร์เวย์ ไทยแอร์เอเชีย โดยใช้เวลาบิน 1.55 ชม.

การเดินทางครั้งนี้ใช้บริการของสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ ซึ่งมีบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปมัณฑะเลย์ทุกวัน ขาไป PG709 เวลา 12.15 น. ถึง 13.40 น.  ส่วนขากลับ PG714 เวลา 19.15 น. ถึงกรุงเทพเวลา 21.40 น. ทั้งนี้ เวลาที่มัณฑะเลย์ช้ากว่าเวลาประเทศไทย 30 นาที

ตั๋วชุดนี้ได้มาจากการแลกไมล์ 50% ช่วงปลายปี จ่ายค่าภาษีรวม 3,440 บาท ได้บริการฟูลเซอร์วิส อาหารรสชาติดี เติมพลังก่อนเที่ยวมัณฑะเลย์

สนามบินมัณฑะเลย์อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กม. มีบริการแท็กซี่ รถตู้ และรถมินิบัส เป็นตัวเลือกขึ้นอยู่กับงบประมาณ

รถแชร์มินิบัส มีราคาถูกที่สุด คนละ 4000 จ๊าด รถนั่งได้ประมาณ 15 คน รถจะออกไปทันทีที่คนเต็ม แต่ถ้าไม่เต็มก็จะออกตามเวลา รอผู้โดยสารประมาณ 30 – 45 นาที เพราะมีรถเข้ามาเรื่อยๆ สามารถซื้อตั๋วโดยสารได้ที่เคาน์เตอร์บริการภายในสนามบิน อยู่ใกล้ๆกับร้านแลกเงิน และร้านขายซิม หรือจะเดินออกมาแล้วจ่ายให้กับพนักงานบนรถก็ได้ พร้อมแจ้งโรงแรมที่จะไปพัก รถจะไปส่งถึงโรงแรมที่พักเลย สะดวกมาก

รถมินิบัส จอดรอหน้าสนามบิน เดินออกมาก็เจอเลย รถวนไปส่งถึงที่พัก

หากอยากได้ความเป็นส่วนตัวก็สามารถเลือกรถตู้ หรือแท็กซี่ที่มีมากมายได้เช่นกัน

สำหรับขากลับไปสนามบิน จากที่พักต้องเช็คว่าจะมีรถแชร์มินิบัสให้บริการหรือไม่ เพราะได้ยินว่าส่วนมากจะบริการในช่วงเช้า ส่วนตอนบ่ายไม่มีรถให้บริการต้องใช้บริการแท็กซี่เท่านั้น ค่าบริการประมาณ 12,000-15,000 จ๊าด ขึ้นกับเวลาที่เรียกใช้บริการ กรณีของฉันออกจากที่พักประมาณบ่าย 3 โมง โชคดีที่มีรถแชร์มินิบัสให้บริการหลังจากทางที่พักช่วยโทรไปเช็คให้ น่าจะเพราะช่วงนี้เป็นฤดูท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมากกว่าปกติ แต่ถึงอย่างนั้นบนรถที่ไปส่งฉันก็มีผู้โดยสารเพียงแค่ 4 คน ราคาค่าบริการคนละ 4,000 จ๊าด เท่ากับขามา โดยรถมารับถึงที่พัก

การเดินทางในมัณฑะเลย์ และเมืองรอบๆ

มัณฑะเลย์มีการวางผังที่ดีและดูง่ายไม่มีทางหลงแน่ๆ ถนนแต่ละสายมีเลขเรียงตัดกัน ถ้าจะเดิน หรือส่งที่อยู่ให้รถโดยสารดู ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าอยู่บริเวณไหนของเมือง มีรถแท็กซี่ รถสามล้อเครื่อง รถมอเตอร์ไซค์อยู่ทั่วเมือง หาเรียกได้ไม่ยาก สะดวกตรงไหนรอเรียกตรงนั้น มีคิวรถมอเตอร์ไซค์อยู่ตามหัวมุมถนน  มีบริการ Grab ให้เรียกใช้บริการสำหรับรถทุกชนิด ราคาจะถูกกว่าโบกเรียกเอง บางทีฉันเปิดแอพ เพื่อเช็คราคากับรถที่เรียกตรงหน้า  

แต่การเที่ยวแต่ละวันฉันใช้บริการเหมารถสามล้อเครื่อง โดยให้ที่พักช่วยติดต่อรถสามล้อเครื่องพร้อมคนขับที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้สำหรับการเที่ยว 2 วัน คลิ๊กดู แผนเที่ยวมัณฑะเลย์ 4 วัน 3 คืน

ที่พัก

มีที่พักหลากหลายสไตล์สำหรับการท่องเที่ยวหลายแบบในมัณฑะเลย์ และทำเลที่สะดวกสบายต่างกัน ที่พักแต่ละแห่งกระจายอยู่ทั่วเมืองมัณฑะเลย์ สำหรับคนชอบออกกำลังกาย เดินเล่น ฉันแนะนำที่พักใกล้ๆ เขตพระราชวังที่สามารถเดินไปได้สะดวก เผื่อมีโอกาสได้ออกกำลังกายตอนเช้า หรือเย็นซึ่งมีคนมาออกกำลังกายกันบ้าง แต่ไม่มาก บรรยากาศดีทีเดียว

โดยปกติดถ้าฉันเดินทางคนเดียว มักจะเลือกที่พักที่เป็นโฮสเตล แบบพักรวมหลายคน เพราะสะดวก ราคาไม่แพง ที่สำคัญยังได้ข้อมูลดีดีจากคนที่พบทักทาย หรือพักด้วยกัน อีกอย่างก็คือไม่เหงาเปล่าเปลี่ยวจนเกินไป แต่ก็ยังมีความเป็นส่วนตัวด้วย

Downtown @ Mandalay เป็นที่พักในมัณฑะเลย์ที่ฉันเลือกราคาไม่แพง แต่สะอาดทั้งห้องนอน ห้องน้ำซึ่งมีมากมายหลายห้องในแต่ละชั้น  บริการดี ฟรีอาหารเช้า อยู่ในทำเลที่ไม่ไกลเกินไป ใกล้ๆกันมีร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย

รูปที่พักจากเว็บ ลืมถ่ายรูปมา แต่บรรยากาศประมาณนี้เลย สะอาด เตียงใหญ่ นอนสบาย

ราคาที่พัก 3 คืน 560 บาท รวมอาหารเช้า

อาหาร

มัณฑะเลย์เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยอาหารข้างทาง (Street food) มีอาหารหลากหลายคล้ายคลึงกับของไทย มีทั้งแบบทอด แบบย่าง ทานเล่นง่ายๆ เช่นข้าวโพดทอด ลูกชิ้นทอด แป้งห่อใส่ไส้ ร้านเหล่านี้แม่ค้ามักจะนั่งอยู่กับพื้น หรือไม่ก็เก้าอี้เตี้ยๆ ทำให้ฉันไม่ค่อยกล้าลองชิม เพราะเห็นฝุ่นควันจากรถที่วิ่งไปมาใกล้ๆ แล้วต้องขอผ่าน ไม่อยากเที่ยวแล้วท้องเสีย ถ้าอยากจะลองทานก็ต้องเลือกร้านดูที่สะอาด อยู่ในที่โล่งๆ เช่นคนขับรถช่วยซื้อข้าวโพดทอดมาให้ทานรองท้อง ก็ร้อนๆสะอาด และอร่อยดี  

ร้านอาหารท้องถิ่นพม่า อาหารทั่วไปคล้ายร้านข้าวแกงของไทย

หากได้มีโอกาสนั่งในร้านอาหารท้องถิ่นที่เปิดยามเช้าไปจนถึงสายๆ ดื่มชา กาแฟ ปาท่องโก๋ ท่ามกลางคนท้องถิ่นพร้อมทั้งชมบรรยากาศของเมืองก็น่าสนใจ และอยากแนะนำ ฉันนั่งรถผ่านไปมาหลายร้าน แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัส บางทีการที่ที่พักมีอาหารเช้าก็ทำให้เราพลาดบางสิ่งไปเหมือนกัน

อาหารมื้อหลักๆมีหลายแบบให้เลือก ทั้งอาหารท้องถิ่นประเภทข้าวแกง อาหารตามสั่ง อาหารปิ้งย่าง ก๋วยเตี๋ยว อาหารนานาชาติหลายสไตล์ทั้งจีน อินเดีย ยุโรป ไปจนถึงร้านกาแฟสวยน่านั่ง ราคาขึ้นอยู่กับการตกแต่งและสถานที่  

แบ่งระดับราคาคร่าวๆ ดังนี้

  • อาหารริมทาง: 1,000-1,500 จ๊าด
  • ร้านอาหารระดับกลาง: 3,500-5,000 จ๊าด
  • ร้านอาหารแนะนำ/ร้านกาแฟ : 6,500 – 9,000 จ๊าด
  • ราคาเบียร์ท้องถิ่น: 1,000 – 2,500 จ๊าด

Featured Trip

>>>สนับสนุนสินค้าของเรา<<<

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: