Lunar Travel WorldA Legend of Travel

เมืองโบราณกับวิวสวยๆ ทางเหนือของจอร์แดน

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

Umm Qais

อยู่ทางเหนือของกรุงอัมมานไปประมาณ 110 กม. นอกจากจะไปชมเมืองโบราณแล้ว วิวที่นี่ก็สวยเพราะตั้งอยู่จุดที่เห็นทั้งวิวของแม่น้ำ Yarmouk ,ที่ราบสูงโกหร่าน (Goran Heights) และทะเลสาบไทบีเรีย (Lake Tiberias) เมืองนี้เคยรู้จักกันในชื่อ Gadara และเป็นหนึ่งในสิบเมืองอารักขาของโรมัน ที่ขยายอิทธิพลมายังด้านตะวันออก ซึ่งได้รับอิทธิพลทั้งทางด้านการปกครอง การทหาร ศิลปะวัฒนธรรมเช่นเดียวกับเมืองใหญ่ในกรุงโรม เสมือนกับเป็นเมืองหน้าด่านที่คอยปกป้องอาณาจักรโรมัน และส่งมาเพื่อควบคุมเส้นทางการค้า การปกครองในเขตตะวันออกใกล้ด้วย

+ Gadara

ในสมัยโบราณ Gadara ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่คอยควบคุมเส้นทางการค้าระหว่างซีเรียและปาเลสไตน์ เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์เนื่องจากดินดี และมีฝนตกต่อเนื่อง ก่อนที่จะเข้ามาเป็น 1 ใน 10 เมืองสำคัญของโรมัน Gadara เคยเป็นเมืองขึ้นอยู่ภายใต้ความดูแลของราชวงศ์ปโตเลมี ในศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล ต่อมาในปี 63 ปอมปีย์ได้เข้ามาปกครองดูแลและตั้งให้เป็น1 ใน 10 เมืองหน้าด่านของโรมัน Gadara เติบโตเป็นเมืองใหญ่อย่างรวดเร็ว ด้วยความดูแลของ Demetrius ขุนพลคู่ใจของ Pompey ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ที่เมือง Gadara

ในช่วงศตวรรษ 2 ของคริสตศักราช Gadara นับว่าเจริญถึงขีดสุด ถนนสายใหม่ๆ ถูกสร้างขึ้นอย่างใหญ่โต รวมทั้งวัด โรงมหรสพ โรงอาบน้ำ เมืองGadara ได้รับการเปรียบเทียบว่าเป็นเมืองแห่งการสร้างสรรค์เทียบเคียงได้กับเมืองเอเธนส์ของกรีก ถือว่าเป็นศูนย์กลางของศิลปะ Hellenism ในตะวันออกใกล้ยุคโบราณ

ศาสนาคริสต์ แผ่ขยายเข้ามาในเมือง Gadara ในช่วงศตวรรษที่ 4 ในหมู่ชนพื้นเมือง แต่ก็ไม่สามารถหยั่งรากได้อย่างถาวร เนื่องจากต่อมาเกิดสงครามศาสนาระหว่างพวกไบแซนไทน์ และชาวอาหรับมุสลิม ในพื้นที่ไม่ไกลจากเมือง Gadara  ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเมือง และทำความเสียหายต่อเมือง Gadara ด้วย

Umm Qais ยังคงมีซากปรักหักพังหลงเหลือให้เห็นอยู่ในปัจจบุัน หลังจากความเสียหายจากทั้งสงครามการแย่งชิง และแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงหลายครั้ง โรงมหรสพใหญ่ของที่นี่ยังคงสะท้อนให้เห็นเด่นชัดถึงอดีตที่ผ่านมา รวมถึงประตูโค้งสูงใหญ่แข็งแรงที่ทำจากหินบะซอลต์สีดำ อันเป็นเอกลักษณ์ของการก่อสร้างเมืองโบราณที่นี่ ที่นั่งแต่ละที่ตกแต่งอย่างงดงามสำหรับชนชั้นขุนนางและเศรษฐี ใกล้ๆกับที่นั่งของนักดนตรี ตรงกลางของโรงมหรสพมีรูปปั้นเทพธิดา Tyche เทพีแห่งโชคของเมือง ซึ่งตอนนี้ถูกย้ายไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ใกล้ๆกัน

ตรงข้ามกับโรงมหรสพ เป็นถนนสายหลักของเมือง (Cardo) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้า ตรงไปมีทั้งซากของโรงอาบน้ำ โบสถ์เก่า หลุมศพใหญ่โต ที่ยังคงทิ้งเศษซากไว้ให้มาเยี่ยมชม ส่วนใหญ่ทำด้วยหินบะซอลต์สีดำเช่นเดียวกัน

หลังจากออกจาก Umm Qais คนขับรถก็พาเรามาอีกปราสาททางเหนือของกรุงอัมมาน คราวนี้เสียเวลากันนานหน่อย เพราะคนขับรถคงจะมาเป็นครั้งแรก ขับหลงไปหลงมา แวะถามทางมาตลอดจนมาถึงที่เนินเขาก็ยังเข้าผิดช่อง กว่าจะมาถึงปราสาท Ajlun ได้ลุ้นกันใจระทึก เพราะเกรงว่าจะปิดเอาซะก่อน เรามาทันอย่าางเฉียดฉิว ได้เข้าไปดูปราสาท ซึ่งสภาพถูกทิ้งร้างได้รับการดูแลน้อยมาก ข้างในมืดๆ ทึมๆ กว่าจะหาทางขึ้นไปด้านบนเพื่อถ่ายรูป ต้องเข้าออกตามซอกเล็กๆ มาดูประวัติของที่นี่กันเล็กน้อยนะะค

+ Ajlun Castle

: ทางเข้าปราสาท Ajlun Castle

เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยหลานชายของซาลาดิน ในศตวรรษที่ 11 เพื่อป้องกันข้าศึกจากทางตะวันตก (crusaders) เป็นฐานทัพสำคัญทางตอนเหนือของกองทัพอาหรับ ปราสาทมีหอคอยสี่เหลี่ยมอยู่รอบทั้ง 4 มุมเพื่อป้องกันข้าศึก ที่นี่เป็นจุดศูนย์กลางในการสื่อสารของของมุสลิมจากดามัสกัส ไปยังอียิปต์โดยการสื่อสารด้วยไฟ และนกพิราบ ข่าวสารจะไปถึงอีกทางภายใน 12 ชั่วโมง ปราสาท Ajlun สามารถป้องกันตัวเองไม่เคยถูกยึดโดยพวกครูเสด แต่ตกเป็นของพวกมองโกลในระยะสั้นๆ ก่อนจะได้รับการทวงคืนกลับมาจากพวกมุสลิมเจ้าของเดิม ปราสาทถูกทำลายลงเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 18 และได้รับการดูแลบูรณะอีกครั้ง ในศตวรรษที่ 20  คูน้ำและสะพานรอบๆทำเลียนแบบในยุคก่อน

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: