Lunar Travel WorldA Legend of Travel

เพตรา-เมืองมหัศจรรย์แห่งทะเลทราย

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

The Treasury

เพตรา (Petra) มึความหมายในภาษากรีกแปลว่า หิน เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่งดงามล้ำค่าของจอร์แดน ด้วยชื่อเสียงที่เกี่ยวกับสถาปัตยกรรม หรือส่ิงก่อสร้างที่ถูกขุดเจาะลงไปในหินทรายเพื่อเป็นสถานที่อาศัย โบสถ์ หลุมศพขนาดใหญ่ และการวางระบบน้ำของชาวทะเลทรายเมื่อกว่าสองพันปีมาแล้ว

คาดกันว่าเมืองเพตราน่าจะก่อตั้งกันเมื่อประมาณศตวรรษที่ 6 ก่อนศริสตศักราช เป็นเมืองหลวงของชาวนาบาเทียน(Nabataeans) ตัวเมืองถูกวางอยู่บนเนินเขาของเทือกเขาฮอร์ (Mount Hor) ซึ่งอยู่ในหุบเขาใหญ่ของทะเลทรายอาราบา (Wadi Araba) ทอดตัวอยู่ระหว่างทะเลสาบเดดซีและอ่าวอควาบา ของทะเลแดง (Red Sea) ได้รับการประกาศเป็น world heritage เมื่อปี 1985

เพตราได้ถูกรู้จักจากการค้นพบของนักสำรวจชาวสวิส โยฮัน ลุดวิก เบิร์กฮาท (Johann Ludwig Burckhardt) และจากการที่เมืองเพตราเป็นเมืองที่ถูกขุดเจาะ เพื่อสร้างสิ่งก่อสร้างลงไปในเขาหินขนาดใหญ่ซึ่งหินทรายมีสีสันงดงามคล้ายสีชมพู จึงได้ขนานนามอีกชื่อว่า Rose-Red City

นอกจากจะเป็นเมืองสำคัญของชาวนาบาเทียนแล้ว เพตราเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางการค้าของกองคาราวานในทะเลทรายทั้งจากกาซา(Gaza) บอสรา(Bosra) ดามัสกัส(Damuscus) ทางตะวันตกและทางเหนือไปยังแถวทะเลแดงตอนใต้ และข้ามทะเลทรายไปยังอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf) ด้วยภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยเขาหินสูงใหญ่ และระบบน้ำที่ยอดเยี่ยมชาวนาบาเทียนจึงใช้ข้อได้เปรียบในการคุมเส้นทางผ่าน โดยทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันการขนส่งสินค้าด้วยความเชืี่ยวชาญในภูมิประเทศแถบนี้ จนกระทั่งนำสินค้าจากแหล่งต่างๆ ไปซื้อขายด้วยตนเอง และด้วยสามารถในการควบคุมน้ำที่ในบริเวณนี้เคยโดยน้ำท่วมฉับพลัน แต่ชาวนาบาเทียนนั้นสามารถป้องกันและควบคุมน้ำโดยการเปลี่ยนเส้นทางน้ำ สร้างเขื่อน ระบบน้ำใต้ดิน และระบบส่งน้ำที่มีประสิทธิภาพ สามารถมีน้ำใช้เป็นระยะเวลานานในช่วงเวลาที่แห้งแล้ง ที่นี่จึงเป็นเสมือนแหล่งโอเอซิส สำหรับกองคาราวานที่ผ่านไปมาในทะเลทราย ชาวนาบาเทียนจึงสามารถสร้างความร่ำรวยอีกทางด้วยการขายน้ำที่พวกตนเองเป็นผู้ควบคุมดูแล

: แผนที่นครเพตรา

เพตราไม่เพียงมีแค่ The Treasury เท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่กว้างใหญ่จนเราต้องใช้เวลาถึง 2 วันเพื่อเข้ามาชมให้ทั่ว ค่าเข้าชมสำหรับ 2 วันราคาคนละ 55 JD

  • วันแรกเรามุ่งหน้าตรงไปตามเส้นทางสีน้ำตาล แล้วไปแยกขึ้นทางขวาบริเวณหมายเลข 22 แล้วขึ้นไปจนถึง The Monastery
  • วันที่สอง เรามีเป้าหมายที่ High Place of sacrifire ซึ่งอยู่บนยอดเขาสูงด้านบนโดยเดินขึ้นเขาซึ่งแยกไปทางซ้ายบริเวณหมายเลข 5 ที่นั่นเราได้ชมวิวในมุมสูงของเพตราและ Wadi Musa

การซื้อตั๋วเข้าชมแบบ 2 วัน เราต้องแจ้งชื่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ขายตั๋วลงชื่อบนตั๋วเข้าชมไว้ด้วย เค้าว่าค่าตั๋วนี้รวมค่านั่งม้าเข้าไปจนถึงหน้าทางเข้า Al Siq แต่ก็ไม่พ้นต้องให้่ค่าทิปกับคนจูงม้า บางคนเลยตัดสินใจเดิน และเป็นการดีเนื่องจากจะได้เดินชมวิวสองข้างซึ่งระหว่างทางนี้ก็มีหินรูปร่างแปลกๆ จนถึงสถานที่ที่ถูกเจาะขุดเข้าไปเป็นที่ฝังศพอยู่ตามทางเช่นกัน ในวันแรกฉันกับเพื่อนลองขอบรรยากาศแบบนั่งม้าเข้าไปกัน โดยตกลงราคากันไปเลย เพื่อจะได้ไม่เสียอารมณ์ ระยะทางประมาณ 1 กม. นั่งม้าก็แค่แป๊บเดียว เราก็ถึงหน้าทางเข้า Siq แล้วเริ่มลงเดินอีกประมาณเกือบ 2 กม. วันนี้เราโชคดีกับฟ้าใส และนักท่องเที่ยวที่น้อยมากๆ เราไม่คาดคิดว่าเราจะได้มาเดินในบรรยากาศสบายๆ ระหว่างทางเดินมีเพียงแค่พวกเรา 4 คน แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวเดินตามหรือสวนเข้ามามากมายอย่างในรูป หรือสารคดีที่เคยเห็น เสียงก้องกระทบของรอยเท้าที่ย่ำไประหว่างทางดังก้องได้ใจ มีบ้างที่เป็นเสียงม้าเดินกุบกับของตำรวจท่องเที่ยวที่เข้ามาดูแลนักท่องเที่ยว สาเหตุที่นักท่องเที่ยวจอร์แดนตอนนี้น้อยลงสาเหตุหนึ่งคงเป็นเพราะความไม่สงบ และการประท้วงในดินแดนตะวันออกที่ครุกรุ่นไปทั่วทั้งอิียิปต์ ซีเรีย และอิสราเอล แต่ในแหล่งท่องเที่ยวจอร์แดนตอนนี้ถือว่ามีความปลอดภัยมากๆ

เส้นทางเดินใน Siq มีร่องรอยลายเส้นสลับสีแดง ชมพู เหลืองทอง ที่สวยงามเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติเมื่อเขาแยกตัวออกจากกันเป็นทางเดินใหญ่กว้าง เมื่อเขาแยกออกจากกัน ก็กลายเป็นช่องทางของน้ำที่ไหลเอ่อท่วมเข้ามาจากด้านนอก สายน้ำและธรรมชาติรังสรรค์ให้เกิดความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนดินแดนเพตราแห่งนี้รวมทั้งพวกเราด้วย และน้ำที่มากมายนี้นี่เองในอดีตที่ทำให้เกิดความคิดเอาชนะธรรมชาติของชาวนาบาเทียนเมื่อสองพันกว่าปีก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายให้กับเมืองของตนด้วยการจัดการเปลียนทางน้ำไหล และนำน้ำนั้นเข้ามาหล่อเลี้ยงชีวิต พร้อมทั้งหาวิธีกักเก็บน้ำเพื่อใช้ได้นานหลายเดือนและนำส่วนที่เหลือไปขายให้กับคาราวานผู้ที่ผ่านมา เป็นแหล่งโอเอซิสขนาดใหญ่สำหรับชาวทะเลทรายในแถบคาบสมุทรอาหรับ ทางเดินของ Siq ไปจนสุดทางนำเราไปพบกับอารยธรรมยิ่งใหญ่ที่ชาวทะเลทรายหลงเหลือไว้ให้กับคนรุ่นหลังได้ตื่นตะลึงงันกับความงามตรงหน้า คือ The Treasury ที่สวยงามจากการแกะสลักลงไปในเขาหินสีแดงชมพู แม้ภาพจะได้เคยผ่านตามากมายแต่ฉันกล้าพูดได้ว่า ความงามของของจริงตรงหน้า ช่างงดงาม พร้อมกับแสงอ่อนๆยามเช้าของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาให้ความนุ่มนวลและความอบอุ่น ฉันนั่งมองพิจารณาทุกมุมความงามที่ผ่านการตกแต่งทั้งจากดั้งเดิมโดยชาวนาบาเทียน ซึ่งผสมผสานทั้งจากอิียิปต์และตะวันออกอันเนื่องมาจากการผสมผสานความรู้จากการแลกเปลี่ยนการค้า วัฒนธรรมระหว่างการค้าขายในอดีต จนได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมจากอารยธรรมกรีก โรมันที่เข้ามามีอิทธิพลในเวลาต่อมา

เส้นทางเดินตามเส้นทางของเราวันนี้พาเราผ่านเส้นทางในเมืองเป็นทั้งช่องเขา และอาคารใหญ่น้อย โรงมหรสพที่ต่างถูกเจาะเข้าไปในช่องเขา ส่วนใหญ่ใช้เป็นสถานที่ฝังศพของกษัตริย์ และขุนนางผู้ใหญ่ต่างๆ แต่ละแห่งต่างมีเอกลักษณ์ของรอยหิน สถาปัตยกรรม ความใหญ่โต ที่ศิลปินในยุคก่อนต่างสร้างสรรค์ความงดงามไว้มากมาย ระยะทางที่เดินผ่านแม้จะไกล แต่ก็มีจุดพักสายตา และความตื่นตาตื่นใจให้การเดินกว่า 5-6 ชั่วโมงไม่มีเบื่อ และเมื่อเหนื่อยและเมื่อย แต่เมื่อคิดถึงความงดงามที่รออยู่ด้านบน ก็เป็นกำลังใจให้เราเดินขึ้นไปจนถึงเวลาพอดีที่วิหารใหญ่อีกแห่งซึ่งตระหง่านอยู่ด้านบน The Monastery อาคารสีทองถูกสาดส่องด้วยแสงอาทิตย์ตอนตะวันกำลังจะตกดินงดงามพอดี

20120128-015955.jpg

เส้นทางไม่ได้สิ้นสุดแค่นั้น เราเดินขึ้นต่อไปจนถึงปลายสุดของเขาใหญ่ที่นี่เพื่อชมความงามจากทิวเขาสีแดงของทะเลทรายด้านล่าง ฉันและเพื่อนใช้เวลากันอีกพักใหญ่ที่นี่ แม้เราจะไม่ได้รอจนอาทิตย์ลับขอบฟ้า แต่ระหว่างทางลงฉันคิดว่าสำหรับจอร์แดนที่นี่ช่างคุ้มค่าและสมกับความเป็นหนึ่งใน 7 ส่ิงมหัศจรรย์ของโลก ทั้งจากธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์ที่ไม่เคยยอมแพ้ และพร้อมจะทำให้เกิดความสวยงามสำหรับชีวิตความเป็นอยู่ในโลกเบี้ยวๆ ใบนี้

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: