Lunar Travel WorldA Legend of Travel

เที่ยวทะเลสาบชมดอกไม้ที่ Srinagar

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

IMG_3546

เมื่อร่ำลาจากลาดักค์เข้าสู่แคชเมียร์ อากาศที่ร้อนขึ้นเนื่องจากเราเดินทางมาสู่พื้นที่ที่ต่ำลงแล้ว ยังดีที่ไม่เป็นอย่างที่เดลี กะประมาณแล้วคงไม่เกิน 30 องศา แต่แดดแรงร้อน และความแออัดของเมืองทำให้ฉันที่เป็นคนเหงื่อออกง่าย ไหลมาเป็นน้ำเลยค่ะ

แม้อากาศจะไม่เป็นที่ประทับใจ ตัวเมืองที่พลุกพล่าน แต่ศรีนาการ์ก็มีความเป็นเอกลักษณ์ให้ได้ประทับใจเหมือนกัน ในทะเลสาบดาลที่พลุกพล่านไปด้วยเรือชิคาร่าอันเป็นสัญญลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร มัสยิดรูปแบบเก๋ๆ ต้องบอกว่าเก๋ล่ะค่ะ เพราะมีเอกลักษณ์รูปแบบของตัวเองแท้ๆ บางแห่งเป็นหลังคารูปโดมเหลี่ยมทรงสูง บางแห่งทำจากไม้ บางแห่งมองหามินาเร็ต ที่มักจะอยู่คู่กับมัสยิดเกือบทุกแห่งทั่วโลก บางแห่งทำมินาเร็ตแข่งขันกันเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของมัสยิดตัวเองด้วยซ้ำ ที่ Blue mosque แห่งตุรกี มีเข้าไปตั้ง 6 อัน แต่ที่นี่กลับไม่ใช่สิ่งสำคัญ เค้าเน้นที่ความสวยงามของมัสยิดในรูปแบบของแคชเมียร์เอง และจัดสวนอย่างสวยงาม เพื่อเพิ่มความงดงาม สมกับเป็นเมืองแห่งสวนสวย ที่นี่มีสวนให้เที่ยวชมหลากหลายแห่ง เพราะเป็นเมืองตากอากาศที่กษัตริย์และผู้มีอำนาจ แข่งขันกันสร้างสวนเพื่อแสดงรสนิยม อำนาจ บารมีของตน เราเที่ยวสวนกันจนเบื่อไปเลยทีเดียว บางแห่งต้องขอผ่าน เพราะเกรงจะเมาดอกไม้ ต้นไม้กันซะก่อน

เมื่อเราตกลงได้ที่พักใน houseboat ของคุณอาเหม็ดกันเรียบร้อยแล้ว ก็ออกมาเดินติดต่อหารถเพื่อจะเดินทางในวันพรุ่งนี้ และซื้อตั๋วรถบัสสำหรับเพื่อนที่จะแยกย้ายไปธรรมศาลา และเดลีกัน

การพักบ้านพักบนเรือ ทำให้การเดินทางมาบนฝั่งก็ต้องอาศัยการนั่งเรือไปมา ในเรื่องนี้ต้องตกลงให้ชัดเจนกับเจ้าของเรือว่ารับส่งฟรี หรือเสียค่าใช้จ่าย โดยปกติจะฟรีนะคะ แต่ก็ต้องคุยให้ชัดเจน ว่าอะไรเสียเงิน อะไรฟรี จะได้ไม่มาเสียอารมณ์กันทีหลัง แม้กระทั่งราคาอาหาร พวกนี้ชอบใช้ความสนิทให้เราเกิดความไว้วางใจ แล้วก็มาโขกเราทีหลังให้เจ็บใจก่อนจากซะด้วย

Srinagar เป็นเมืองใหญ่พลุกพล่าน และด้วยสไตล์การขับรถของคนอินเดีย ยิ่งเพิ่มดีกรีความวุ่นวาย และความร้อนให้กับเมืองนี้เป็นอย่างยิ่ง คนขับรถที่นี่บีบแตรกันจนเป็นนิสัย แถมขี้บ่น ช่างโวยวาย ขนาดติดไฟแดงเดี๋ยวเดียว ยังออกมาโวยวาย กับจราจรที่ยืนเฝ้าอยู่ โดนแซงก็โผล่หน้าไปต่อว่า ขับช้าก็บ่น ขับเร็วไปก็ว่า ฉันเห็นแล้วปวดหัวกับความวุ่นวาย นึกไม่ออกถ้าฉันขับรถที่นี่คงได้ปากจัดยิ่งกว่าขับรถที่เมืองไทย หรือไม่ก็ได้ออกมาต่อยกันแหง แต่ทุกคนก็ดูเฉยๆ เป็นเรื่องปกติ พอโดนว่า ก็มองหน้าแล้วหันกลับไปขับรถหรือทำหน้าที่ของตัวเองต่อ เลยสรุปแล้วไม่รู้ว่าคนอินเดียเนี่ยเค้าเป็นคนใจร้อนหรือใจเย็นกันแน่

เมื่อไปถึงสถานีรถบัสปรากฎว่ารถที่จะเดินทางไปเดลีเต็มไปล่วงหน้าหลายวัน ก็เลยต้องมานั่งปรับเปลี่ยนแผนกันใหม่ ทั้งหาแชร์รถจี๊ป ติดต่อเอเยนต์แถวๆ ริมทะเลสาบ แต่ก็ไม่ได้เรื่อง งานนี้เพิ่อนที่จะเดินทางไปเดลี ก็เลยต้องเปลี่ยนแผนอีกครั้งคือนั่งรถไปจัมมู ซึ่งเป็นเมืองที่ในเขตจัมมู แคชเมียร์ใช้เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางกับปลายทางต่างๆ จะมีรถบัส รถโดยสารมากกว่า แต่ก็ต้องนั่งรถบัสแบบไม่มีแอร์ ไปจัมมู พร้อมๆ กับเพื่อนอีกกลุ่มที่จะแยกไปธรรมศาลาที่นั่น ส่วนฉันโชคดีเพราะจองตั๋วเครื่องบินจากศรีนาการ์ไปเดลีในอีก 2 วันถัดไปมาแล้ว โดยจองล่วงหน้ามาจากเมืองไทย ค่าตั๋วไม่แพงไม่เกิน 2000 บาท แต่พอมาเดินหาที่นี่ค่าตั๋วขึ้นไปที่ 6000 กว่าบาทแน่ะ ยิ่งเมื่อมาเทียบราคากับการนั่งรถจากศรีนาการ์ ไปจัมมู แล้วต่อจากจัมมู ไปเดลี แล้วไม่เกิน 1000 บาท ถึงแม้จะลำบากหน่อย แต่ก็ทำใจยากค่ะ ที่จะเลือกเส้นทางการบิน

จบจากแผนการเดินทางกลับ เรามาต่อด้วยแผนสำหรับวันพรุ่งนี้กันค่ะ ด้วยเวลาแค่เพียงวันเดียว เราไม่สามารถเที่ยวออกนอกเมืองไปด้วย ก็เลยตัดสินใจเที่ยวในเมืองเพื่อชมมัสยิดและ สวน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีชื่อเสียงของ Srinagar ไปติดต่อรถจิ๊ปที่ taxi stand ได้ราคา 1200 รูปี/วัน เพราะยังเข็ดกับคนขับรถสองวันที่ผ่านมาไม่หาย ตอนไปติดต่อต้องขอย้ำแล้วย้ำอีกเรื่องห้ามสูบบุหรี่ในรถโดยเด็ดขาด และนัดไปรับพวกเราที่ท่าเรือตอน 6 โมงเช้าพรุ่งนี้ สำหรับวันนี้ยังพอมีเวลา พวกเราเลยชวนกันไปนั่งเรือ shikara ชมพระอาทิตย์ตกดินกันค่ะ

นั่งเรือยามเย็นชมพระอาทิตย์ตกดิน เป็นเรื่องราวที่ไม่น่าพลาดเลยสำหรับนักท่องเที่ยว shikara คล้ายเรือหางยาวบ้านเราที่มาปรับแต่งใส่หลังคา มีที่นั่งแสนสบาย ตกแต่งทาสีให้สวยงาม ยิ่งถ้ามาเป็นคู่คงสุขใจไม่น้อย เรือลำหนึ่งนั่งได้ 5-6 คน และคงจะยิ่งดีมากขึ้นถ้าไม่เจอเรือขายของที่คอยวนเวียน เคียงคู่เรือเราจนถี่ยิบ มาห่างๆ ก็ค่อยยังชั่ว แต่นี่แทบจะตลอดเวลา แค่พอหันไปสบตาเห็นพวกเราหน้าตาแปลกๆ เป็นนักท่องเที่ยว ก็รีบจ้ำอ้าวพายเข้ามายังกับฉลามเห็นเหยี่อ จนบ่อยครั้งที่ฉันต้องหลับตาเพื่อเป็นการหลบสายตาเรือขายของเหล่านั้น ซึ่งมีทั้งขายไอศรีม ของที่ระลึกพวกเปเปอร์มาเช่ เครื่องเงิน ไปจนถึงบริการแต่งตัว ถ่ายรูป ทะเลสาบดาลเป็นทะเลสาบใหญ่ที่สุด หนึ่งในสองทะเลสาบของที่นี่ ลัดเลี้ยวไปหลายตรอก ซอกซอย มีสวนสาธารณะบนเกาะกลางทะเลสาบ มีการปลูกผักในน้ำ ส่วนใหญ่ตกแต่งเป็น houseboat และร้านขายของทั้งเสื้อผ้า และของที่ระลึก บางส่วนก็มีการเล่นสกีน้ำ ว่ายน้ำ

เราติดต่อนั่งเรือกันที่ชั่วโมงละ 150 รูปี แต่พอขึ้นเรือมาคนพายเรือบอกกับเราว่า ชั่วโมงละ 200 รูปี แถมพายช้า พาไปไม่มีจุดหมายปลายทาง เพราะไม่เหมือนกับคราวก่อนที่ฉันเคยนั่งมา ที่พาไปดูสวนผัก หมู่บ้านของที่นี่ พวกเราก็เลยต้องดูเวลากันเอง และให้จอดที่ท่าเรือใกล้ๆ ไม่ให้เกินชั่วโมง ที่สำคัญก็เริ่มมืด และอยากไปกินขนมหวานที่ร้านดังแถวๆ นั้นมากกว่า

หลังไปซื้อขนมหวาน และเสบียงเตรียมตัวสำหรับเช้าวันพรุ่งนี้ เราไปนั่งทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารปัญจาบ ก็สั่งข้าวผัดธรรมดา ธรรมดานี่แหละค่ะ แต่รสชาติไม่เอาไหนเอาซะเลย อาหารปัญจาบรสชาติเครื่องแกงจะจัดจ้านกว่าทุกแบบที่ทานมา สั่งมาจานเดียว ทานกัน 5 คน ยังเหลือเต็มชามเลย

พวกเราเริ่มต้นเช้าวันนี้ด้วยการขึ้นไปชมวิวมุมสูงของศรีนาการ์กันบนเขา Shankarcharya บนเขามีวัดฮินดูซึ่งชาวฮินดูที่นี่นับถือกันมาก  เมื่อมาถึงทางเข้าด้านล่าง พวกเราทุกคนต้องลงจากรถเพื่อผ่านด่านตรวจ ส่วนคนขับก็นำรถไปให้ทหารตรวจอีกด้านหนึ่ง พอพ้นจากด่านก็ขึ้นรถไปด้านบนกันต่อได้ค่ะ เมื่อขึ้นไปก็เดินขึ้นบันไดกันต่อเพื่อขึ้นไปบนยอดเขาและวัดที่อยู่ด้านบน ไม่อนุญาติให้มีการถ่ายรูปค่ะ การตรวจก่อนเข้าวัดเองก็เข้มงวด เหมือนตรวจในสนามบิน แยกหญิง แยกชาย  ซึ่งก็ต้องยอมรับในความเข้มงวดของเค้านะคะ อย่างที่ว่าที่นี่คือแคชเมียร์ แม้สงครามจะเงียบสงบไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีความรุนแรง หรือปัญหาบ้างประปราย แล้วอีกอย่างในมุมสูงอย่างนี้ อาจเป็นจุดที่ล่อแหลมต่อปัญหาต่างๆที่จะตามมา ต่อเมืองศรีนาการ์ด้านล่าง วิวด้านบนเมื่อมองลงมาจะเห็นศรีนาการ์ทั้งเมือง ซึ่งมีความหนาแน่น และบ้านเรือที่จอดเรียงรายอยู่ด้านล่างในทะเลสาบดาล

จากนั้นเราก็ไปเที่ยวสวนตามโปรแกรมที่คุยกันไว้เรามีสวนที่ต้องไปกันถึง 5 สวน คือ Shalimar Bagh, Nishat Bagh, Pari Mahal, Chesmashahi และ Botanical Gardens แต่อย่างที่ว่าแค่ผ่านไป 2 สวนแรก คือที่ Chesmashahi และ Pari Mahal สวนที่อยู่ใกล้กัน พอมาสวนที่ 3 อย่าง Botanical Gardens ก็เลยต้องขอผ่าน ในสวนจัดอย่างสวยงาม เป็นสไตล์โมกุล-ยุโรป สิ่งที่จะขาดไม่ได้ในสวนที่นี่ก็คงเป็นน้ำพุ บันไดที่ทอดยาว และสวนที่ตัดตกแต่งเป็นพุ่มรูปทรงต่างๆ ดอกไม้สวยๆ ที่มีคนสวนคอยดูแลรดน้ำพรวนดิน และขายเมล็ดพันธ์ดอกไม้ให้กับนักท่องเที่ยว
นอกจาก Chesmashahi และ Pari Mahal เราไปสวนใหญ่ที่มีชื่ออีกแห่งคือ Nishat Bagh สวนนี้จะใหญ่กว่า 2 สวนแรกที่เราไป เดินกันจนเมื่อยเลยค่ะ ฝั่งตรงข้ามยังมีร่องรอยของสวนส่วนหนึ่งที่ถูกตัดแบ่งออกไปเพื่อทำถนน แต่เดิมจะมีสะพานเดินข้ามไปจนถึงทะเลสาบดาลเลยทีเดียว
พอมาถึงสวนสุดท้ายที่เราจะเที่ยวกันที่ Shalimar Bagh มีเพื่อนคนเดียวที่ขอเข้าไปดู ส่วนฉันที่เคยไปมาแล้วก็เลยขอผ่าน แต่ยังจำได้ว่าสวนนี้เป็นสวนสวยอีกแห่งหนึ่งที่ไม่น่าพลาด เพราะหากให้เลือกเที่ยวสวนในศรีนาการ์แล้ว 2 สวนสำคัญที่น่าจะมาก็น่าจะเป็นที่นี่ Shalimar Bagh และ Nishat Bagh แม้Shalimar จะไม่ใหญ่แต่ก็จัดได้สวยงามตามสไตล์โมกุล และมีที่ประทับเล็กๆ อยู่ตรงกลางสวน เป็นสวนที่กษัตริย์ Jehangir ทรงสร้างให้กับหญิงอันเป็นที่รักของท่าน Nur Jahan  เมื่อไม่ได้เข้าไปพวกเราที่เหลือก็เลยเดินเล่นหาของกินกันแถวๆ หน้าสวน ซึ่งจะมีร้านค้าไว้บริการนักท่องเที่ยวเรียงรายอยู่มากมาย

หลังชมสวนก็ไปชมมัสยิดกันต่อค่ะ Hazratbal Mosque อยู่ริมฝั่งทางด้านเหนือของทะเลสาบ เป็นมัสยิดรูปโดมกลม ฉันแค่เดินดูรอบๆ ด้านในนั้นแยกทางเข้าระหว่างหญิงชาย และชะเง้อดูได้แค่ภายนอก ใกล้ๆมัสยิดเป็นตลาดเก่า นอกจากที่นี่ฉันเองมีเวลาเหลือในวัดถัดมาหลังจากส่งเพื่อนๆ ขึ้นรถแต่เช้าลุงคนขับใจดีก็เลยพา sightseeing เมืองศรีนาการ์กันอีกรอบแวะที่ Jama Masjid มัสยิดใหญ่ที่จุคนได้ถึง 33000 คน  สร้างตั้งแต่ปี 1394 และได้รับการปรับปรุงอีกครั้งเมื่อปี 1672 เป็นแบบแคชเมียร์ ยอดโดมแหลม สระน้ำด้านหน้าทางเข้า เมื่อเดินเข้าไปสำหรับเลี้ยงนกโดยเฉพาะ และรอบๆ จัดสวนสไตล์โมกุล

เรามีการเข้าใจผิดกันหรือตั้งใจเข้าผิดก็ไม่รู้กับ Sahil ผู้จัดการสำนักงานที่ติดต่อสำหรับการเที่ยวในวันนี้ เค้าบอกว่าจะพาไปบน Akbar Fort ซึ่งอยู่บนเขา ฉันเคยมาหนหนึ่งแล้ว และทราบจากคราวก่อนว่าไม่อนุญาตให้ขึ้น แต่ Sahil ยืนยันว่าขึ้นได้ และเมื่อเอาเข้าจริงๆ ก็ไปไม่ได้จริงๆ ตัวคนขับเองก็รู้ว่าที่นี่ไม่อนุญาตให้ขึ้นมานานแล้ว เราจึงกลับมาที่ออฟฟิศเพื่อสอบถามให้แน่นอน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ และพวกเราก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก เนื่องจากตัวคนขับวันนี้พาเราไปเที่ยวหลายที่ และดูแลเอาใจใส่อย่างดี แถมหลังจากกลับมาก็ยังพาเราไปส่งที่สถานีรถบัส ไปเที่ยวในตลาดเก่า Lal Chawk  ส่วนตัว Sahil ก็พาพวกเราไปซื้อของที่ตลาดใกล้ๆ แต่ถ้ายังไงใครจะมาเที่ยวก็จะได้ทราบกันไว้เลยนะคะว่า Akbar Fort นั่นน่ะ เค้ายังไม่อนุญาติให้ขึ้น เวลามาต่อรองเรื่องรถจะได้ตัดออกไปแล้วได้ราคาถูกกว่า หรือตกลงไปที่อื่นแทนไปเลย

srinagar09 ก่อนกลับที่พักวันนี้เราไปเดินหาซื้อของฝากกันก็ไม่พ้นชาแหละค่ะง่าย เบาและไม่แพง ที่ตลาดฝั่งตรงข้ามทะเลสาบ และด้วยความเบื่ออาหารแขกกันเต็มทน แม้ว่าวันนี้เราจะสั่งอาหารกันไว้แล้วบนเรือของเรา เนื่องจากเจ้าของเรือพยายามคุยนักคุยหนาว่าเมียแกทำอาหารอร่อย แต่พวกเราก็อยากกินอาหารไทยรสชาติไทยๆ กันบ้างแล้ว เลยแวะจ่ายตลาดซื้อผัก มาทำกับข้าวกันบนเรือด้วย ที่จริงเมืองแขกเนี่ยก็ผักเยอะ หลากหลายชนิดด้วย แต่อาหารส่วนใหญ่ที่ทานกัน ไม่ค่อยจะมีผัก เน้นเนื้อๆพวกเนื้อแพะ หรือไม่ก็ถั่ว ใส่เครื่องแกงผงกะหรี่กันจนรสชาติเป็นแนวเดียวกันแทบทุกอย่าง หลังจากได้ผัก พริก ต่างๆ วันนี้พวกเราจึงได้ยืมครัวมาลงมือทำอาหารกันเอง โดยเฉพาะไข่เจียวสไตล์ไทยๆ แห้งๆ เกรียมนิดๆ แบบที่พวกเราชอบ โดยมีลูกๆ ของอาเหม็ดเจ้าของเรือ คอยเป็นลูกมือ ทำให้มื้อนี้เป็นมื้อสั่งลาที่อร่อยสุดยอด ไม่อยากจะบอกว่าอร่อยที่เมียแกทำซะอีกด้วย

แม้เวลาแค่วันครึ่งในแคชเมียร์และได้เที่ยวเฉพาะในศรีนาการ์เท่านั้น แต่ที่นี่ได้ความรู้สึกที่มากมายทั้งไม่ประทับใจเช่นจากคนขับรถที่พาเรามาส่ง ชนิดเบื่อแขกไปเลย แถมคนพายเรือที่ตกลงกับเราแบบหนึ่ง พอขึ้นเรือก็ทำอีกแบบจนเรารีบลงจากเรือแทบไม่ทัน แม้กระทั่งเจ้าของเรือที่เราไปพักที่ดั๊นคิดค่าอาหารมื้อสุดท้ายของเราซะแพงหูฉี่ สงสัยกะจะเอาไปทดแทนค่าที่พักที่ลดให้พวกเรามั้ง แต่ความประทับใจกับเมืองนี้ก็ไม่น้อย อย่างน้อยก็รูปสวยๆ ที่พวกเราไปแอ็คชั่นถ่ายรูปกันที่สวน คนขับรถที่ใจดีพาฉันไปเที่ยววันสุดท้ายก่อนไปส่งที่สนามบิน จนไม่รู้จะพาไปที่ไหนก็เลยพาไปเที่ยวบ้านแกซะเลย ได้พบกับเด็กๆ ลูกสาว ลูกชาย 2 คนของลุงที่ดีใจหายจะได้ถ่ายรูปสวยๆ วิ่งหาเสื้อผ้าเปลี่ยนกันจ้าละหวั่น แถมยังได้ลากกันไปถ่ายรูปกับเพื่อนบ้านของแกซะด้วย ตามด้วยเรื่องตื่นเต้นชนิดเกือบตกเครื่องบินเพราะมัวเถลไถลไม่ไปสนามบินกันแต่เช้า เพราะถนนรอบๆในเมืองปิดหลายเส้นทาง ทำเอาการจราจรติดขัดอย่างหนัก ลุงคนขับต้องพาฉันลัดตรอกซอกซอย แถมด้วยแวะรับเพื่อนแกบางคนขึ้นรถทีต้องการจะออกนอกเมืองไปด้วยกัน สาเหตุเนืองจากมีการยิงกันเมื่อคืนที่ผ่านมา เลยทำให้ทหาร ตำรวจเข้มงวดกวดขันกันเป็นพิเศษ ฉันนั่งไปดูนาฬิกาไป ลุงก็ต้องหันมาปลอบ No problem ตลอดทาง จนได้เห็นสนามบินนั่นแหละ ฉันถึงค่อยสบายใจหน่อย
ฉันร่ำลาจากแคชเมียร์คราวนี้ด้วยความรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น และแอบหวังลึกๆว่าอาจจะได้มาที่นี่อีกครั้งก็ได้

 

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: