• Menu
  • Menu

เดินป่าใกล้กรุงเทพ ชีวิตสดชื่นที่ผาหินกูบ

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

บางทีก็คิดนะคะว่าเสาร์อาทิตย์ไม่จำเป็นที่เราจะต้องออกมาเดินตากแอร์ในห้างฯที่นับวันจะเหมือนๆกันไปหมด ความรู้สึกตื่นเต้นกับความเจริญหายไปนานแล้ว แต่ก็ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ ตามนิสัยส่วนตัวที่ไม่เคยนั่งนิ่งๆได้ ประเภทคนอยู่ไม่สุข งั้นก็จัดเป้ เดินเข้าป่ากันดีกว่า

แต่อาทิตย์นี้เที่ยวใกล้กรุงกันหน่อย ไปหลายวันไม่ไหว เข้าป่าไม่ต้องไปไกลค่ะ ใกล้กรุงเทพที่จริงแล้วมีป่าให้เดินมากมาย อาทิตย์นี้เรามีนัดกับเพื่อนๆ ไปเที่ยวผาหินกูบ หน้าผาที่เห็นรูปแล้วน่าหวาดเสียว แต่ก็เห็นคนชอบไปนั่งชมวิวบนนั้นกันบ่อยๆ เคยคิดว่าสักครั้งต้องมีเราไปนั่งที่นั่นบ้าง มีโอกาส เวลาเหมาะเราไปกันเลยค่ะ

เราออกเดินทางกันเย็นวันศุกร์ ไปหาที่พักในเมืองจันท์ก่อน 1 คืน เพื่อเตรียมตัวจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป ที่จริงแล้วสามารถออกจากกรุงเทพเช้าตรู่ก็ได้ เพราะเรามีนัดกับเจ้าหน้าที่ที่หน่วยพิทักษ์ทุ่งเพลตอน 8 โมงเช้า เริ่มเดินกันประมาณ 9 โมง บางคนก็มาหาที่นอนใกล้ๆหน่วยพิทักษ์ป่านี้เลย มีที่พักแบบโฮมสเตย์เยอะอยู่ค่ะ แล้วแต่สะดวก

มาถึงตอนเช้า 8 โมงตามเวลานัด จัดเตรียมของเพื่อเริ่มเดิน อุปกรณ์ไม่มีอะไรมากเพราะคืนนี้ไม่ได้อาบน้ำอยู่แล้ว สิ่งที่เราเตรียมไปก็มีเสื้อกันหนาว กันลม เพราะข้างบนลมแรง เจ้าหน้าที่บอกว่าอากาศหนาว ดังนั้นควรมีหมวกไหมพรม หรือผ้าบัฟใส่กันจะได้ไม่ปวดหัวตอนเจอลมแรง เย็นๆค่ะ
เราเตรียมเปลไปนอนข้างบน เป็นครั้งแรกเลยที่จะได้นอนเปลกลางป่า ปกตินอนเต็นท์ แต่จนท.บอกว่าเปลจะสะดวกกว่า มีต้นไม้ให้ผูกเปลหลายจุด พื้นที่สำหรับกางเต็นท์มีน้อย เพื่อนๆช่วยเตรียมข้าวเหนียวหมูปิ้งสำหรับมื้อกลางวัน ส่วนอาหารเย็นให้ลูกหาบช่วยแบก คิดค่าแบกตามน้ำหนักของ กก.ละ 50 บาท /ขา ชั่งน้ำหนักทั้งขาขึ้น ขาลงนะคะ ยอมจ่ายกันไปค่ะ ไม่ฝืน จะได้เดินสบายๆ สนุกๆ ภาระบนหลังมีแค่สัมภาระส่วนตัว ที่เอาเตา แก๊สกระป่อง และหม้อต้มกาแฟ รวมทั้งน้ำอีก 2 ลิตร หลายโลแล้ว

ทางเดินช่วงแรกยังไม่ชัน เดินสบายๆ ชมต้นไม้ ท่ามกลางอากาศดี ลมพัดเป็นระยะ

เข้าห้องน้ำตรงที่ทำการเรียบร้อย ก็พร้อมออกเดินโดยมีเจ้าหน้าที่นำทาง (เราไม่ได้จ่ายเอง เพราะเพื่อนเป็นคนจัดการ แต่ดูเหมือนจนท.จะคิดค่านำทางคนละ 200 บาท ยังไงลองสอบถามอีกทีนะคะ)
อากาศวันนี้เย็นสบาย ไม่ค่อยร้อน ยิ่งเข้าป่าปุ๊บก็เย็นสดชื่นจากความเขียวของต้นไม้ใหญ่ แต่คนขี้ร้อนอย่างเรา เหงื่อก็จะออกเร็วหน่อย ยังดีที่มีลมพัดผ่านต้นไม้มาเป็นระยะ ให้เย็นสบาย เดินได้เรื่อยๆ ช่วงแรกทางเป็นเนินขึ้นๆลงๆ มีใบไม้ปกคลุมและถาวัลย์ตามทาง จนถึงลำธาร จนท.หยุดแวะพักแป็บนึง วันนี้น้ำน้อยเพราะเป็นหน้าแล้ง ทางน้ำสายยาว ร่มรื่น เราหยุดไม่นานก็เดินต่อเมื่อเพื่อนๆ เดินมาทันกัน หลังจากนี้ทางเริ่มชันขึ้นนิดหน่อย เราไปแวะทานข้าวเหนียวหมูปิ้งตรงลานหินแปดเหลี่ยม ยังอิ่มจากเมื่อเช้า ก็เลยทานกันไม่ค่อยลง กะว่าเอาไว้กินตอนเย็นอีกที ที่จริงพกมาแค่นี้ก็คงอยู่ได้ทั้งวัน

หลังจากนี้เริ่มเป็นของจริง ทางเริ่มชันชึ้นเรือ่ยๆ เห็นหินก้อนใหญ่ที่ทำให้เราต้องใช้แรงปีนขึ้น บางจุดชันจนต้องมีเชือกโรยไว้ให้คอยจับเพื่อความปลอดภัย มือจับต้นไม้คอยกันไม่ให้ลื่นล้ม ใบไม้ที่ร่วงตามทางยิ่งทำให้ลื่นไถลง่าย ยิ่งพอเหนื่อยมากๆ ขาก็เริ่มยกไม่ค่อยจะขึ้น พาลจะสะดุดรากไม้ ต้องคอยระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่ก็สนุก มันส์ดี เพราะระยะทางไม่ไกลพวกเราก็ถึงบนยอดผาหินกูบ ใช้เวลาขาขึ้นประมาณ 4 ชั่วโมง กับระยะทาง 7 กม.

หินกูบ หินหลังช้าง ที่มาของชื่อผาหินกูบ

พอขึ้นไปถึงบนยอด ก็ถามหาหินกูบกับจนท. ที่นำทาง ลุงชี้ขึ้นมาด้านบน เราก็เดินขึ้นไปแล้วมองหาลานหินชมวิวที่มีหินซ้อนกัน แต่ไม่มีวี่แววบนทางที่เดินขึ้นไป จนท. บอกว่าหินกูบคือเนินหินตรงนี้


“หินกูบ” ภาษาชองแปลว่าหลังช้าง หินก้อนที่เราเห็นมีลักษณะเหมือนหลังช้างจึงเรียกว่าหินกูบ

ส่วนรูปที่เราเห็นกันจนเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ ตรงนั้นเป็นจุดชมวิว แค่นั้นเอง ถ้าไม่มาถึงที่คงจะเข้าใจผิดไปอีกนานเลย

จุดชมวิวผาหินกูบ มองดูแล้วหวาดเสียว ดีใจที่ได้มาถึง

เรามาถึงประมาณบ่ายสอง นั่งเล่น นอนเล่น หาพื้นที่สำหรับกลุ่มของเรา 15 คน ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดบนนี้ในวันนี้ วันนี้คนที่มาเที่ยวมีประมาณ 25 คน บางคนมาคนเดียว บางกลุ่มมา 2 คนบ้าง 5 คนบ้าง พอบ่ายคล้อยๆ แดดร่มเราออกไปเดินสำรวจ ถ่ายรูปหลายมุมด้านบ้าน ทั้งจุดชมวิว บนหินกูบของแท้ และยังมีผาหมีที่เดินไปไม่ไกล มองเห็นป่าเขียวด้านล่าง ต้นไม้หนาแน่น มีเมืองจันท์อยู่ไกลๆ ฉันอดเทียบกับศรีลังกาที่เพิ่งไปเดินชมวิวเมื่อต้นเดือนไม่ได้ว่า ความหนาแน่นของป่าไม้ที่นี่ยังน้อยกว่าอาจเพราะบนเขานี้ใกล้กับตัวเมืองจันท์ห่างแค่ 30 กม. และเมืองนี้ก็กำลังเติบโตเรื่อยๆ ได้แต่หวังว่าความเจริญจะไม่ทำให้ป่ายิ่งหดหายไป โดยไม่มีการดูแลอย่างที่ควรเป็น วิวด้านบนงดงาม อากาศดี เรากล้าสูดลมหายใจให้เต็มปอด ภาพความงามเราเก็บไว้ด้วยกล้อง ความทรงจำเราเก็บไว้ด้วยสมอง แต่อากาศบริสุทธิ์แบบนี้เราจะเก็บไว้ได้ยังไง หลังจากช่วงนี้อากาศและฝุ่นในเมืองเริ่มทำให้เราไม่ค่อยมั่นใจนักเมื่อจะสูดลมหายใจ ป่ามีความงดงาม และยังให้ความสดชื่น อากาศที่บริสูทธิ์ มนุษย์เราคงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับป่าให้มากกว่านี้

ฉันกลับมาหาที่เหมาะกางเปลนอน แล้วรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ คืนนี้เรามีพ่อครัวฝีมือดี มาทำสุกี้หมู สุกี้เนื้อ และคอหมูย่างให้ทาน เราได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้นั่งคุย นั่งฟังชีวิตสนุกๆของแต่ละคน บนนี้ยังมีสัญญาณมือถือบ้าง แต่ดูเหมือนเราทุกคนพร้อมใจจะวางมันลง แล้วนั่งลงทานอาหารด้วยกัน พูดคุยกัน มองหน้ากัน บรรยากาศแบบนี้หาได้ทุกครั้งที่เราอยู่กับธรรมชาติ อาหารหน้าตาธรรมดาแต่อร่อยยิ่งกว่าร้านหรู ที่นั่งไม่สบายแบบร้านกาแฟ แต่ทำให้เราได้นั่งมองหน้าคุยกันจริงๆ มีเวลาได้อยู่กับธรรมชาติ อยู่กับตัวเอง ได้คิดถึงเรื่องราวต่างๆระหว่างการเดินลัดเลาะไปตามป่าเขา บางทีสิ่งที่เราถามหาทั้งหมดอาจจะเป็นแค่เรื่องง่ายๆแบบนี้ ซึ่งทำได้ยากเมื่ออยู่ในเมืองใหญ่ รายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย
ฉันหมดคำถามในหัวไปทันทีว่าทำไมเราต้องมานั่งพับเต็นท์ เก็บเปล เก็บของ เดินให้เหนื่อยในเช้าวันต่อมา

ติดต่อเดินป่า ได้ที่เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งเพล ได้ที่ FB fanpage : จุดชมวิวผาหินกูบ จ.จันทบุรี

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: