• Menu
  • Menu

สังขละบุรี : Thai meets Burmese

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++



 

 

การเดินทางมายังกาญจนบุรี เพื่อจะไปเที่ยวต่อยังสังขละบุรีใช้เวลาไม่น้อย แต่เราไม่เร่งรีบ ขับรถมาเรื่อยๆ โดยมีแผนการเดินทางที่พิมพ์จากในเน็ต โลกที่อยากได้อะไร ก็ได้เสมอสำหรับเรา ตามโปรแกรมทัวร์ส่วนใหญ่จะแวะเล่นน้ำตก ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่อ.สังขละบุรี ซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองกาญจน์ถึง 200 กม. แต่เราตัดกิจกรรมการเล่นน้ำตกออกไป แล้วเลือกแวะเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแควเข้ามาแทน
วันนี้เราโชคดีอากาศเป็นใจ ไม่มีฝน แต่แดดก็ร้อนเปรี้ยงเลย ที่
สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นสะพานที่สร้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ญี่ปุ่นเข้ามายึดครอง และต้องการสร้างทางรถไฟ เพื่อเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ไปสู่ประเทศพม่า และอินเดีย โดยได้เกณฑ์เชลยศึกสงครามมาช่วยกันสร้าง ในเส้นทางรถไฟนี้ ต้องมีช่วงที่ข้ามแม่น้ำแควใหญ่ แห่งนี้ ซึ่งการก่อสร้างเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทำให้มีเชลยสงคราม มาเสียชีวิตจากการทารุณของทหารญี่ปุ่นจำนวนมาก ใกล้ๆกันยังมีสุสานทหาร เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึง ในส่วนของสะพานถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญลักษณ์แห่งสันติภาพในเวลาต่อมา ผู้คนมากมายไม่ว่าชาวไทย ต่างชาติ ต่างมาเยี่ยมเยือนที่นี่ รวมทั้งเรากับเจ้แหวว ถ่ายรูปไปเหงี่อตกไป แถมต้องมาเสียพลาสิตกช่องมองของกล้อง ตกหล่นไปที่นี่ซะด้วย 
ระหว่างเส้นทางเพื่อเดินทางไปสูสังขละบุรี สองข้างทางมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ด้านซ้ายมีทิวเขาเป็นแนวยาว น่าจะเป็นแนวเขาถนนธงชัย สองข้างทางเขียวขจี ด้วยต้นไม้ ร่มรื่นตลอดทาง เราขับรถไปแวะหาซื้อของกินไประหว่างทาง แต่ช่วงออกจากเมืองมาระยะนึงจะไม่ค่อยมีร้านค้า ปั้มน้ำมัน ดังนั้นถ้าขับรถไปเองต้องดูน้ำมันให้เต็มถัง จะได้สบายใจ
ช่วงเส้นทาง 100 กม.หลังเป็นเส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยว แต่ถนนหนทางทำไว้ดีมาก เราแวะไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เขื่อนเขาแหลม จุดชมวิว ต่างๆ รวมถึงป้อมปี่ด้วย มีคนมากางเต้นท์นอนอยู่ 2-3 หลัง
กว่าเราจะเข้ามาถึงสังขละประมาณ 5 โมงเย็น เราพักกันที่สามประสบรีสอร์ท ค่าห้องคืนละ 800 บาท มีแอร์ น้ำอุ่นพร้อม เค้าว่ารีสอร์ทเค้าเป็นที่พักแห่งแรกของที่นี่ และเป็นที่สะดวกที่สุดในการไปเดินเล่นที่สะพานไม้ เพราะทางเดินเข้าเป็นที่ของเค้า ที่หลวงพ่ออุตมะ ท่านมาขอเป็นทางเดิน เพื่อไปยังสะพานไม้ด้วย
พอไปถึงสะพานไม้เราสองคนตกใจมากเลย เพราะมีนักท่องเที่ยวเยอะมาก ก็ตอนขับรถขึ้นมาไม่เห็นมีรถเท่าไหร่ แต่ไหงที่นี่คนเยอะจัง !
จากข้อมูลที่ได้จากไกด์เด็กๆ และถามพี่เจ้าของรีสอร์ท สะพานอุตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ยาว 442 เมตร สร้างในปี 2529 ใช้เวลาสร้างเพียงแค่ปีเดียว โดยความร่วมมือของชาวมอญ และชาวไทย ไม้ที่ทำสะพานทำจากไม้แดง ไม้ประดู่ เดิมหลวงพ่อท่านสร้างเพื่อให้เป็นเส้นทางของชาวมอญ (ชาวมอญในที่นี้เป็นชาวมอญที่อพยพมาอยู่นานและรัฐบาลจัดสรรพื้นที่ให้อยู่คนละฝั่งกับชาวไทย) และชาวไทยได้เดินทางติดต่อกัน สะพานสร้างแข็งแรง เพื่อให้รถมอเตอร์ไซค์ สามารถวิ่งผ่านได้ แต่ปัจจุบันไม่ได้ให้รถวิ่งแล้ว เนื่องจากเกรงจะเป็นอันตรายกับผู้คนที่เดินทางกันมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว อีกอย่างปัจจุบันการเดินทางทั้งสองฝั่งมีความสะดวกมาขึ้น เพราะมีสะพานคอนกรีตแล้ว แต่สะพานไม้นี้เป็นสะพานที่เป็นเอกลักษณ์ไปแล้วสำหรับอ.สังขละฯ จากภาพที่ถูกถ่ายทอดออกไปไม่ว่าจะจากช่างภาพ หรือการถ่ายหนัง ถ่ายมิวสิควีดีโอ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของที่นี่ และยังเป็นสถานที่พักพ่อนหย่อนใจให้กับชาวบ้านและเด็กๆ ได้เล่นน้ำ เดินเล่น ชมวิวแม่น้ำที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม

เย็นนี้เราฝากท้องไว้ที่รีสอร์ท เราโชคดีมากไปถึงเร็วกว่าแขกโต๊ะอื่น ก้าวเดียวแท้ๆ เลยไม่ต้องรอนาน แถมเด็กที่รับออร์เดอร์เป็นคนเดียวกับที่พาเราไปห้องพัก ค่อนข้างคล่องแคล่ว เลยไม่ต้องรอนาน อย่างโต๊ะอื่นเพราะมีโต๊ะใหญ่ที่มาเป็นกลุ่มอยู่หลายโต๊ะ ทำให้ทำอาหารไม่ทัน แถมระหว่างทำยังไฟดับอีก แต่รีสอร์ทแถวนั้นมีเครื่องปั่นไฟ กันแทบทั้งนั้น สงสัยจะไฟดับบ่อย แต่เราว่าอาหารที่นี่แพงไปหน่อย ดีแต่ว่าบริเวณรีสอร์ท บรรยากาศดี มุมดี

เช้าวันอาทิตย์ เราตื่นไปถ่ายรูปกันตั้งแต่ หกโมงครึ่ง เก็บบรรยกาศไปเรื่อยๆ ก่อนจะไปนั่งเรือ 300 บาท ต่อชั่วโมงเพื่อไปเที่ยววัดกลางน้ำ ซึ่งเป็นวัดเก่าของหลวงพ่ออุตมะ ที่จมไปเนื่องจากการสร้างเขื่อนเขาแหลม ที่จริงบริเวณที่เป็นน้ำเป็นส่วนหนึ่งของเขื่อนเขาแหลม เคยเป็นหมู่บ้านเล็กๆมาก่อน เมื่อก่อนมีแม่น้ำสายเล็กๆ ไหลผ่าน 3 สาย คือซองกาเรีย บีคลี่ และรันตี บริเวณที่เราพักเป็นจุดที่แม่น้ำสามสายนี้มารวมกัน จึงเรียกว่าสามประสบ คนขับเรือเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนเป็นแม่น้ำสายเล็กๆ น้ำไม่เยอะ แต่พอหน้าน้ำ จะมีน้ำป่ามาซึ่งแรงมาก ทำให้น้ำท่วม และพัดเอาสิ่งของบ้านเรือนไปทุกปี จนเมื่อมีการสร้างเขื่อนเขาแหลมนี้ ทำให้น้ำเยอะจนท่วมหมู่บ้านวัดต่างๆ รวมถึงที่ทำการหมู่บ้าน อำเภอ แต่ไม่มีปัญหาเดือดร้อนจากน้ำป่า และได้อพยพชาวบ้านขึ้นมาอยู่บนเขาที่สูงด้านบน โดยแบ่งเป็น 2 ฝั่งระหว่างคนไทย กับคนมอญ
บริเวณวัดจมน้ำเราจะเห็นสิ่งปลูกสร้างโผล่ขึ้นมาเป็นเจดีย์ ศาลาวัด เนื่องจากแต่เดิมอยู่บนที่สูงหน่อยนึง ถ้าเรามาช่วงหน้าแล้ง จะสามารถเดินรอบๆได้
ขากลับเราเห็นแม่ชีหลายรูปกำลังเดินข้ามสะพาน ได้ยินเสียงสวดระหว่างเดิน คนขับเรือเลยมาส่งเราที่อีกฝากที่แม่ชีกำลังเดินมาเพื่อให้เราได้ถ่ายรูป แม่ชีเหล่านี้มาจากวัดเสาร้อยต้น ซึ่งอยู่ไกลมากจากที่นี่ เป็นวัดในเขตพม่า ตามที่เค้าว่านะ มาเพื่อบิณฑบาตรอาหารแห้ง แต่ระหว่างเดินบนสะพานเจอคนถ่ายรูปกระหน่ำ จนเราสังเกตุเห็นว่าเธอก็คงเขินๆ เห็นอมยิ้ม แหม! ก็รัวกล้องใส่แม่ชี กันเป็นชุดกันเลยทีเดียว
จากนั้นเราไปเที่ยววัดวังวิเวการาม ซึ่งเป็นวัดใหม่ของหลวงพ่ออุตมะ และไปดูเจดีย์พุทธคยา ซึ่งสร้างเลียนแบบมาจากพุทธคยาประเทศอินเดีย เห็นวัดที่นี่ สะพาน สิ่งก่อสร้างต่างๆ เห็นได้ว่าหลวงพ่อท่านได้สร้างความเจริญ และเป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญของชาวมอญและชาวไทยที่นี่จริงๆ
ด่านเจดีย์สามองค์เป็นจุดสุดท้ายที่เราแวะไปเที่ยว เป็นเจดีย์องค์ไม่ใหญ่มาก 3 องค์เรียงแถวกัน เป็นจุดสุดแดนประเทศไทยทางตะวันตก อีกฝั่งเป็นเขตพม่า เห็นชาวพม่าเค้าเดินจับจ่ายใช้สอยในเขตเค้าอยู่เหมือนกัน แต่ช่วงนี้ด่านปิด เลยไม่ได้เข้าไปฝั่งพม่า บริเวณด่านเป็นแหล่งช้อปปิ้ง มีสินค้าพวกเฟอร์นิเจอร์ไม้ เครื่องประดับ กล้วยไม้ มาขาย กันราคาไม่แพง
ทีแรกขากลับกะจะแวะไปเที่ยวโรงถ่ายนเรศวร แต่หาไม่เจอวนไปมา จนมารู้ว่าอยู่ที่ค่ายทหารสุรสีห์ แต่ก็ขี้เกียจซะก่อนเลยไม่แวะ เพราะไม่ใช่ the must สำหรับเราด้วย หนังยังไม่เคยดูเลย คิดว่ายังงัยเมืองกาญจน์น่าจะได้แวะมาอีก ไว้คราวหน้าก็ได้
ขากลับเที่ยวนี้เราไม่ได้กลับทางบ้านโป่ง เพื่อเข้ากรุงเทพเหมือนขามา แต่ไปออกกำแพงแสน เข้าบางเลน แล้วขับตามสาย 346 มาเรื่อยจนมาตัดกับสายบางบัวทอง แล้วเลี้ยวซ้ายมาทางบางปะอินออกวังน้อย กลับมาถึงสระบุรีตอนเกือบๆ ทุ่มนึง
ไปเที่ยวกันคราวนี้เจ้แหววซื้อกล้องมาใหม่ มาหัดถ่ายรูปทำให้ไม่เบื่อมีกิจกรรมทำด้วยกัน ส่วนเราเน้นไปที่ถ่ายวีดีโอเป็นหลัก แต่พอมานั่งดูภาพแล้วสงสัยกลับไปถ่ายรูปเหมือนเดิมดีกว่า สวยกว่า สนุกกว่าอีก

 

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: