• Menu
  • Menu

ลัดเลาะทะเลทรายสู่อาบูซิมเบล

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

ฉันนั่งสะลึมสะลือ ครึ่งหลับครึ่งตื่น เมื่อต้องพาตัวเองขึ้นรถพร้อมกับเพื่อนๆ เพื่อออกเดินทางตั้งแต่ตี 2 เนื่องจากรถบัสนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปอาบูซิมเบล (Abu Simbel) ต้องเข้าร่วมขบวนคอนวอย มีรถตำรวจนำหน้า ตามนโยบายป้องกันภัยให้กับนักท่องเที่ยว (
อาบูซิมเบลอยู่ห่างจากชายแดนซูดานเพียงแค่ 40 กม. และห่างจากอัสวาน 280 กม. นักท่องเที่ยวจึงต้องเดินทางโดยรถบัสพร้อมกับเป็นขบวน )
รถบัสรอต่อขบวนยาวหลายสิบคัน แรกๆ ก็ขับตามๆกันดี แต่ซักพัก พอหันไปดูหน้าดูหลัง ไอ้ที่ขับตามๆกันมาก็หาย ห่างกันไปซะแล้ว

เส้นทางจากอัสวานมุ่งหน้าสู่อาบูซิมเบล เป็นเส้นทางผ่านทะเลทราย แทบจะไม่มีบ้านเรือนผู้คน แสงไฟให้ได้เห็นตามทาง ด้วยความง่วง และไม่มีอะไรให้ตื่นตาตื่นใจ ฉันจึงหลับได้ในทันทีที่ขึ้นรถ แต่มาตื่นอีกครั้งหลังจากนั่งกระสับกระส่ายครึ่งหลับครึ่งตื่น เพราะนอนบนรถยังไงก็ไม่สบายเหมือนนอนบนที่นอนนุ่มๆหละนะ  เพียงแค่พอเปิดม่านรถเพื่อทอดสายตามองวิวสองข้างทางฉันแทบหลับไม่ลงอีกครั้งด้วยความสงบเงียบของทะเลทรายสองข้างทางนั้นแหละ แต่ดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ที่พร้อมใจกันส่องแสงวิ๊ง วิ๊ง ทักทายผู้มาเยือนจากแดนไกล

เส้นทางสู่ Abu Simbel

แผ่นดินยังคงอ้างว้าง ไร้ผู้คน เต็มไปด้วยผืนทราย แทบจะไม่มีแม้แต่สิ่งมีชีิวิต แม้ในวันนี้ที่ผ่านมากว่า 3000 ปีจากอดีตในวันนั้น  เราเดินทางกันด้วยความสะดวกสบายบนรถบัสที่ถนนตัดผ่านพานักท่องเที่ยวไปตื่นตะลึงกับมหาวิหารที่ตัดหน้าผาสูงชันทำเป็นมหาวิหารขนาดใหญ่ที่เราได้เห็นผ่านตาทางหน้าหนังสือ โทรทัศน์ และสื่อมากมายหลายแขนง ชวนให้เราได้มาเห็นของจริง ฉันเชื่อว่าเส้นทางที่นำเราไปสู่ปลายทางนั้นในอดีตยิ่งมีแต่ความยากลำบาก เต็มไปด้วยภัยร้ายจากธรรมชาติ สัตว์ป่าและเหล่าผู้คนต่างเผ่าพันธ์ การเดินทางด้วยเท้า และขบวนม้ายังไงก็ไม่มีทางสะดวกสบายไปกว่าฉันแน่ๆ จินตนาการความคิดเหล่านี้ยิ่งเพ่ิมความสงสัย ไปจนตื่นตะลึงกับความมานะ ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ฝ่าฟันแพื่อให้ได้ในส่ิงที่ตนปรารถนา ดังเช่นรามเสสมหาราช ช่างสมเป็นฟาโรห์ที่ยิ่งใหญ่ของชาวอียิปต์โบราณ หากท่านขี่ม้าฝ่าฟันดินแดนแห้งแล้งจากเมืองธีบส์มาถึงชายแดนไกลโพ้นกว่า 500 กม. มองเห็นการสร้างความยิ่งใหญ่และแสดงอำนาจเหนือดินแดนเพื่อนบ้านอย่างนูเบียด้วยการสร้างมหาวิหารขนาดใหญ่ที่ขุดเจาะและสลักจากภูเขาทั้งลูก

รูปสลักขนาดใหญ่องค์ฟาโรห์รามเสส 4 ตนสูง 30 เมตร กว้าง 35 เมตร นั่งตรงมองข้ามผ่านแม่น้ำไนล์ และทะเลทรายอย่างน่าเกรงขามต่อผู้พบเห็น ฉันไปถึงในยามเช้าพร้อมกับตะวันที่โผล่พ้นขอบฟ้า แสงสีทองสาดส่องลงมายังรูปสลักที่ยิ่งใหญ่ มุมแรกเห็นรูปปั้นด้านขวาสองตนก่อนจะเห็นเต็มทั้งสี่ เมื่อเดินเข้าไปเรื่อยๆ พื้นที่ด้านหน้าจัดให้เป็นพื้นที่โล่งกว้าง ถัดไปเป็นทะเลสาบนัสเซอร์ซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อนอัสวาน  ทั้งน่าเกรงขาม ยิ่งใหญ่ และดูสงบเยือกเย็น ถัดจากเขาลูกแรกซึ่งเป็นมหาวิหารอาบูซิมเบลของรามเสสมหาราช เป็นวิหารฮาธอร์ ซึ่งขนาดเล็กกว่าแต่ก็ยังคงความน่าตื่นตาตื่นใจด้วยรูปสลักยืนของรามเสส และพระนางเนเฟอร์ตารี มเหสีอันเป็นที่รักของรามเสสมหาราช ฉันยืนแหงนคอมองความยิ่งใหญ่รอบๆนั้นก่อนจะเดินเข้าไปสำรวจด้านใน

มหาวิหารอาบูซิมเบล และวิหารฮาธอร์

มหาวิหารอาบูซิมเบล ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1274-1244 BC เพื่ออุทิศให้กับเทพรา-ฮอรัคที,อมุน,พธาและรามเสสที่2 ด้านในวิหารมีเสาเป็นรูปปั้นรามเสสที่2 เรียงรายด้านละ 4 ต้น จำนวน 2 แถวเพื่อเป็นแนวทางเดินไปสู่วิหารศักดิ์สิทธิ์ด้านในซึ่งมี เทพทั้ง 4 นั่งอยู่ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ และ 22 ตุลาคม ของทุกปี แสงอาทิตย์จะส่งผ่านแนวเสาใหญ่ไฮโปสไตล์เข้ามาสู่ด้านในตกกระทบเทพที่นั่งอยู่พอดี ยกเว้นเทพพธา(Ptah) ซึ่งนั่งอยู่ซ้ายสุดที่จะไม่โดนแสงนั้น รอบๆวิหารเป็นรูปเรื่องราวการต่อสู้ต่างๆ ของรามเสสที่ 2 รวมถึงการได้รับพร และภาพการรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเทพของรามเสสที่ 2

วิหารฮาธอร์เป็นวิหารขนาดเล็กด้านข้าง ฉันชอบเสาด้านในที่ทำเป็นรูปพระนางเนเฟอร์ตารี เพราะดูน่ารัก แม้จะไม่ยิ่งใหญ่หรือมีเรื่องราวมากมายเท่ากับในวิหารใหญ่ด้านข้าง แต่วิหารฮาธอร์ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ

ความยิ่งใหญ่อลังการของอาบูซิมเบลยังไม่จบเพียงแค่การสร้างวิหารที่ทำให้โลกตะลึงเมื่อเราได้ค้นพบอีกครั้งหลังจากถูกทับถมด้วยทรายมาเป็นเวลากว่าพันปี โดยชาวสวิส เมื่อปี 1813 แต่ที่นี่ยังเป็นการบรรจบกันของโลกสมัยใหม่เพื่อต้องการอนุรักษ์ วิหารที่แสนจะน่าทึ่งไว้ให้คนรุ่นหลังได้ตื่นตะลึงต่อไป กับฝีมือของคนอียิปต์โบราณในยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยีใดๆ แต่สามารถสร้างฝันอันยิ่งใหญ่ได้เช่นนี้ เมื่อโครงการใหญ่สร้างเขื่อนอัสวาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับอียิปต์จากปัญหาน้ำท่วมทุกๆปีเกิดขึ้น  จึงเกิดความร่วมมือจากนานาชาติเพื่อย้ายวิหารโดยองค์การยูเนสโกของสหประชาชาติ ใช้เงินกว่า 40 ล้านดอลลาร์ จ้างวิศวกรและคนงานตัดวิหารออกเป็นส่วนๆประมาณ 1050ส่วน  หนักเป็นสิบๆตันแล้วยกไปประกอบใหม่ให้สูงจากระดับเดิม พร้อมทั้งสร้างภูเขาเทียมรูปโดม จากนั้นนำมาต่อกันให้เหมือนจริงมาก จนแทบไม่เห็นรอยต่อระหว่างชิ้น

พวกเราวิ่งเล่นถ่ายรูปด้านหน้า ด้านข้าง เพราะด้านในเค้าไม่อนุญาติให้ถ่ายรูป และออกจากอาบูซิมเบลหลังจากใช้เวลาที่นี่เพียงแค่ 2 ชั่วโมงตามที่ไกด์อนุญาติเรา ความยิ่งใหญ่กว่า 3000 ปี ฉันได้ใช้เวลาที่นี่แค่นี้ แต่ฉันได้รับรู้อย่างหนึ่งจากการท่องเที่ยวอียิปต์ในวันนี้และหลายวันที่ผ่านมาว่า การไม่หยุดนิ่ง และไม่ยอมแพ้เพียงแค่สิ่งที่เรามี พร้อมทั้งฝันที่ยิ่งใหญ่ทำให้เราสามารถสร้างโลกให้ใหญ่กว่าที่เรามีได้ ดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้าที่เรามองเห็นอาจเป็นกำลังใจ และส่งรอยยิ้มมาให้กับมนุษย์บนโลกมาหลายพันปี และยังคงส่องแสงเช่นนี้เรื่อยไป อย่างน้อยๆ ก็วันที่เราไปนอนดูดาวเต็มฟ้ากลางทะเลทรายในอีกสองวันต่อมา

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: