Lunar Travel WorldA Legend of Travel
ยอด Tserko ri

ภาวะความเสี่ยงบนที่สูง High Altitude Sickness (AMS)

หนังสือที่พาคุณท่องเที่ยวไปในเส้นทางเทรคลังตัง ประเทศเนปาล (Langtang Trekking)

            ภาวะความเสี่ยงบนที่สูง หรือ High Altitude Sickness หรือ AMS มักจะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีความสูงมากกว่า 2,500-3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางเป็นต้นไป ยิ่งขึ้นไปที่สูงมากจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะดังกล่าวมากขึ้น เช่น ถ้าสถานที่นั้นสูงกว่า 3,000 เมตร จะมีความดันออกซิเจนในอากาศเพียงประมาณ 70 %

                นักท่องเที่ยวจะเกิดอาการแตกต่างกัน บางคนร่างกายสามารถปรับตัวได้ดีอาจจะไม่เกิดอาการเลย ขณะที่บางคนอาจจะมีอาการไม่สบาย มึนศีรษะมากน้อยแตกต่างกัน โดยไม่ขึ้นอยู่กับ อายุ เพศ ความฟิตของร่างกาย  และไม่สามารถคาดการได้ล่วงหน้าว่าใครสามารถปรับตัวได้ดีกว่า แม้แต่นักกีฬาที่แข็งแรงก็อาจเกิดอาการได้ ในทางตรงกันข้าม ผู้สูงอายุบางคนเมื่อไปเที่ยวที่สูงๆอาจจะไม่มีอาการเลยก็ได้

กลุ่มอาการป่วยบนที่สูง

  1. Acute Mountain Sickness (AMS) จะมีอาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ นอนไม่หลับ เหนื่อย หายใจเร็ว โดยอาการต่างๆเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นหลังจากขึ้นไปที่สูงประมาณ 4-10 ชั่วโมง
  2. High Altitude Cerebral Edema (HACE) หรือภาวะสมองบวมจากการอยู่ในพื้นที่สูง เป็นภาวะที่เกิดต่อเนื่องจากภาวะ AMS โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ เห็นภาพซ้อน ถ้ามีอาการรุนแรงมากจะมีชัก หมดสติ จนถึงเสียชีวิตได้ ถ้ามีอาการดังกล่าวต้องรีบพบแพทย์ และเดินทางลงสู่ในพื้นที่ต่ำกว่าทันที
  3. High Altitude Pulmonary Edema (HAPE) คือภาวะปอดบวมน้ำจากการอยู่ในพื้นที่สูง เป็นภาวะที่รุนแรงซึ่งอาจเกิดขึ้นเดี่ยวๆหรือเกิดขึ้นร่วมกับภาวะ HACE ก็ได้ ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก อยู่เฉยๆก็เหนื่อย ภาวะนี้ทำให้เสียชีวิตได้ ถ้าเกิดภาวะดังกล่าวขึ้น ต้องรีบพบแพทย์และเดินทางลงสู่พื้นที่ต่ำกว่าทันที

ลักษณะอาการทั่วไป

นอนไม่หลับ เหนื่อยเพลีย ปวดหัว มึนงง สับสน เบื่ออาหาร ท้องเสีย หรือคลื่นไส้อาเจียร หากนักเดินเขาพบว่าเริ่มมีอาการเหล่านี้จะต้องคอยสังเกตุอาการตัวเองอย่างใกล้ชิด เพราะหากยิ่งเดินขึ้นสูงต่อไปอาการดังกล่าวจะรุนแรงและส่งผลเสียต่อร่างกายถึงชีวิต

สาเหตุของอาการ

อาการจะเกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่ระดับความสูงขึ้นไปอย่างรวดเร็วในระดับความสูงเกินกว่า 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล สาเหตุจากออกซิเจนในอากาศของความสูงเกินกว่า 2,500 เมตรเริ่มเบาบาง ทำให้ปอดไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนจากอากาศไปเลี้ยงร่างกายได้ตามปกติ

การป้องกัน

  1. ควรกำหนดให้มีวันพักปรับสภาพร่างกาย อยู่ในระดับความสูงเดิม 1-2 วันก่อนจะไต่ขึ้นระดับความสูงขั้นถัดไป โดยอาจจะพักเพื่อปรับความสูงทุก 500 เมตร
  2. ดื่มน้ำสม่ำเสมอ เนื่องจากร่างกายเสียเหงื่อและใช้พลังงานมาก จึงควรเติมน้ำให้ร่างกายสม่ำเสมอ น้ำจะเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย
    น้ำร้อน ชาขิง ชาเลมอน ซึ่งมีให้บริการตามทีเฮ้าส์ ยังช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนและมีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน
  3. ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้ปวดหัว มึนงง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายต้องการน้ำมากขึ้น
  4. หลีกเลี่ยงการออกแรงหนักๆ พยายามเดินช้า ไม่หักโหม เร่งรีบ ตามประสบการณ์ของตัวเอง แม้แต่การพูดคุย วิ่งเล่น สนุกสนานกันเองในกลุ่มมากเกินไป ก็มีผลทำให้ร่างกายทำงานหนักมากขึ้นเช่นกัน
  5. ทานอาหารให้เพียงพอ
  6. เครื่องวัดออกซิเจนในเลือดและอัตราการเต้นของหัวใจแบบพกพา (Finger Oximetre) เป็นเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบสภาพร่างกายระหว่างการเดินเขา สะดวกในการใช้งาน เพียงแค่สวมเข้าที่ปลายนิ้ว เครื่องก็จะแสดงอัตราออกซิเจนในเลือด (spO2) และอัตราการเต้นของหัวใจ(PR) หากค่าออกซิเจนในเลือดต่ำมาก และค่าอัตราการเต้นของหัวใจสูงเกินไป ก็ควรพิจารณาตัวเองว่าควรจะเดินขึ้นเขาต่อไปหรือไม่ เพราะอาจจะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
  7. อย่าฝืนหากพบว่าร่างกายเริ่มอาการผิดปกติ เพราะการเดินทางต่อไปยิ่งทำให้มีอาการรุนแรงขึ้น รีบพาตัวเองลงมายังที่ต่ำกว่าโดยทันที

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: