พิธีล้างพระพักตร์พระมหามุนี

Home » Blog » Asia » Myanmar » พิธีล้างพระพักตร์พระมหามุนี

พระมหามุนี (Mahamuni Buddha Image) หรือพระมหาเมียะมุนี แปลว่า “ผู้รู้อันประเสริฐ” เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่า และเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของพม่า ซึ่งได้แก่ พระธาตุอินทร์แขวน เจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ชเวมอดอร์ เจดีย์ชเวสิกอง และพระมหามัยมุนี  ฉันมีโอกาสไปกราบมาแล้ว 3 แห่ง ขาดแต่เจดีย์ชเวสิกอง ที่พุกาม และพระมหามุนี ที่มัณฑะเลย์ ดังนั้นมาถึงทั้งทีก็คงพลาดไม่ได้ พระพุทธรูปที่ประดิษฐานที่วัดนี้ มีความสำคัญกับพม่าเทียบได้กับพระแก้วมรกตของไทย และเชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีชีวิต

อ่าน เรื่องน่ารู้เพื่อการเดินทางในมัณฑะเลย์ แล้ว เที่ยวมัณฑะเลย์ย้อนรอยความรุ่งเรืองของพม่า เพื่อความสนุกและความพร้อมในการเดินทาง

Advertisements

ประวัติพระมหามุนี

ตามบันทึกดั้งเดิมเชื่อว่าเป็น 1 ใน 5 พระพุทธรูปที่ถูกสร้างในสมัยของพระพุทธเจ้า สององค์อยู่ในอินเดีย และอีกสององค์อยู่บนสวรรค์ และองค์ที่ห้าคือพระมหามุนีแห่งยะไข่องค์นี้ สร้างขึ้นเมื่อสมัยพระพุทธองค์เสด็จเยือนเมืองธันยวดี รัฐยะไข่ เมื่อ ปี 554 ก่อนคริสตศักราช หลังจากสร้างพระพุทธรูปเสร็จ พระพุทธเจ้าได้ทรงประทานลมหายใจให้กับพระพุทธรูป ซึ่งเรียกกันว่าพระมหามุนี (Maha Muni /Maha Myat Muni Buddha Image) จึงถือว่าเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่มีอายุกว่า 2000 ปี

พระสงฆ์เจ้าอาวาส กำลังใช้พัดทองโบกหน้าพระพักต์หลังจากเช็ดแห้งเรียบร้อยแล้ว

พระมหามุนีประดิษฐานและเป็นศูนย์รวมจิตใจ และปกป้องชาวยะไข่มานาน จนกระทั่งถึงในสมัยของพระเจ้าปดุง (Bodawapaya) เป็นกษัตริย์พม่าคนแรกที่สามารถเอาชนะ และย้ายพระพุทธรูปองค์สำคัญโดยล่องแพมาตามแม่น้ำอิระวดี และนำมาประดิษฐานที่เมืองมัณฑะเลย์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจนทุกวันนี้

พระมหามุนีเป็นพระพุทธรูปที่ทรงเครื่องกษัตริย์ เรียกกันอีกอย่างว่า “พระเนื้อนิ่ม” เพราะ ทองคำเปลวที่ผู้ศรัทธาเข้ามาปิดทององค์พระสะสมเป็นเวลานาน จนพระวรกายอวบหนาถึง 15 ซม. แทบจะมองไม่เห็นเนื้อดั้งเดิมของพระพุทธรูปองค์นี้นอกจากตรงใบหน้าที่ถูกล้างพระพักต์ทุกวัน

พิธีล้างพระพักต์เริ่มมีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1988 แต่ในสมัยการปกครองของกษัตริย์จะมีพิธีถวายเครื่องบูชาและอาหารทุกวัน ดำเนินพิธีการถวายโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงและตัวแทนของราชวงศ์

วิธีการเดินทางและสิ่งที่ควรรู้

ถ้าสนใจจะเข้าร่วมพิธี หรือไปชมการล้างพระพักต์พระมหามุนีต้องไปถึงวัดไม่เกิน 4.30 น. ควรติดต่อรถแท็กซี่ หรือสามล้อเครื่องไว้ล่วงหน้าให้มารับที่โรงแรมเพื่อพาไปส่ง และรับกลับ เนื่องจากพิธีจะเสร็จประมาณ 6.00 น. ค่ารถประมาณ 5,000-10,000 จ๊าด ขึ้นอยู่กับระยะทาง แต่ถ้าจะเพียงเข้าไปกราบก็สามารถเข้าไปช่วงไหนก็ได้ตามเวลาที่สะดวกในวันที่เที่ยวอยู่ในเขตเมืองมัณฑะเลย์

การเข้าวัดและร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายให้เรียบร้อย และพิธีดังกล่าวจะแบ่งแยกโซนไม่อนุญาติให้ผู้หญิงเข้าไปนั่งทำพิธีด้านหน้า สำหรับผู้ชายยังได้รับอนุญาติให้ขึ้นไปปิดทององค์พระหลังเสร็จพิธี โดยเสียค่าทองคำเปลวประมาณ 1600 จ๊าด

เวลาทำพิธี และค่าเช้าชม

ค่าเข้าวัดพระมหามุนี รวมอยู่ในบัตร Mandalay Archaeological Zone Fee Card หรือถ้าไม่มีตั๋ว สามารถซื้อตั๋วเข้าเฉพาะสถานที่ได้ที่ทางเข้าวัดในราคา 5,000 จ๊าด

พิธีล้างพระพักต์เริ่มเวลาประมาณ 4.30 น. ไปจนเสร็จพิธีเวลาประมาณ 6.00 น. ระหว่างทำพิธีอาจจะออกมาก่อนได้ เหมือนไปฟังพระสวดมนต์เช้าที่วัด

ขั้นตอนพิธีล้างพระพักตร์

พิธีนี้เริ่มเวลาประมาณ 4.30 น. โดยพระสงฆ์ระดับเจ้าอาวาสและผู้ช่วยทำพิธีในชุดขาว นำน้ำอบ น้ำหอมผสมทานาคา ล้างพระพักต์และเช็ดด้วยผ้าขนหนูผืนใหม่ ใช้แปรงทองแปรงที่พระโอษฐ์เหมือนแปรงฟัน จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกทีจนแห้งสนิท ก่อนใช้พัดทองโบกถวาย เจ้าอาวาสทำพิธีอย่างปราณีต ไปพร้อมๆกับเหล่าฆราวาสร่วมกันสวดมนต์ไปด้วย หลังเสร็จพิธีก็จะส่งผ้าขนหนูกลับคืนมาให้ผู้มีจิตศรัทธานำกลับไปบูชาที่บ้าน พร้อมๆกับน้ำอบผสมทานาคาจากพิธี ถูกส่งต่อลงมาเพื่อพรมใบหน้าและตัวเพื่อความเป็นสิริมงคล บางคนก็นำใส่ขวดกลับบ้านไปด้วย

ประสบการณ์เข้าร่วมพิธีล้างพระพักตร์พระมหามุนี

ฉันไปถึงวัดเวลาประมาณตีสี่กว่าๆ ประตูยังไม่เปิดแต่มีคนมารอต่อคิวเข้าวัดแล้ว ส่วนใหญ่เป็นคนไทย มีคนท้องถิ่นยืนอยู่ไม่กี่คน ชาวบ้านนำดอกไม้ เครื่องสักการะมาขาย ฉันซื้อแค่ดอกไม้ 2 พวง ๆละ 1000 จ๊าด เพื่อเอาเข้ามากราบพระข้างใน รอไม่นานประตูก็เปิด จึงพบว่ามีทางเข้าหลายทาง ซึ่งเป็นชาวพม่าที่รอมาเข้าร่วมพิธีเช่นกัน

ที่นั่งด้านหน้าองค์พระมหามุนี แบ่งเป็น 2 ช่วง โดยมีเชือกกั้นแบ่งพื้นที่ด้านหน้าให้กับผู้ชาย ต่อมาจึงเป็นที่นั่งรวมชายหญิง ถ้านั่งด้านหน้าจะเห็นพิธีและใบหน้าองค์พระชัดเจน ฉันไปนั่งอยู่ใกล้ๆกับเหล่าป้าๆชาวพม่าที่เป็นเสียงนำสวดมนต์ในพิธี มีโต๊ะสำหรับวางดอกไม้ เครื่องไหว้เล็กๆอยู่ตรงหน้า พิธีใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ คล้ายเป็นการสวดมนต์ในวัด ขณะที่เจ้าอาวาส และผู้ทำพิธีที่ใส่ชุดขาวเป็นผู้ชายทั้งหมดค่อยเช็ดพระพักต์อย่างบรรจง ละเอียดทุกซอกมุม

คุณป้าหลายคนเป็นเสียงนำสวดมนต์ในพิธี

ทั้งชาวพม่า และต่างชาติซึ่งฉันคิดว่าแทบทั้งหมดคือคนไทย นั่งพนมมือถวายความเคารพอยู่ด้านล่าง ในขณะสวดก็มีคนลุกเข้าออก บางคนเพิ่งมาใหม่เรียกได้ว่าเข้าออกได้ตลอดเวลาที่ทำพิธี การสวดมนต์ของที่นี่แปลกกว่าการสวดมนต์ของไทยคือ คนสวดนั้นสวดกันเองโดยไม่มีพระสงฆ์นำ และบางคนก็ถือหนังสือสวดมนต์มาสวดบทสวดของตัวเอง ข้างๆฉัน นอกจากนั่งใกล้คนนำสวดหลักแล้ว ยังมีอีก 2 สาวที่สวดมนต์ของตัวเองแบบตั้งอกตั้งใจด้วยเสียงดังทีเดียว ขนาดที่ว่าฉันฟังไม่ออกยังมีนกับเสียงสวดที่คนละแบบ คนละโทนอยู่ข้างๆ ไม่น่าแปลกใจที่คุณป้าคนนำบางทีก็หันมามองเป็นระยะ เพราะท่าทางคุณป้าคงสมาธิหลุดกับการสวดมนต์ของตัวเอง แต่นั่นก็คงเป็นเรื่องปกติหรือวิถีการเข้าวัดของชาวพม่าในแบบหนึ่งที่แตกต่างจากแบบไทย

พิธีใกล้จบ น้ำอบผสมทานาคาถูกส่งลงมาให้พรมที่ใบหน้า ฉันรับมาแปะๆและพรมที่หน้านิดหน่อย เพราะเห็นว่าขวดเล็กจะได้แบ่งกันทั่วๆ ปรากฎว่าที่จริงมีเยอะเลย จนสามารถแบ่งใส่่ขวดกลับบ้านกันได้

เช้านี้อากาศเย็นอุณหภูมิประมาณ 15 องศา ดีใจที่ยอมตื่นเช้าเพื่อเข้าร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ เพราะได้เห็นวิถีของพุทธศาสนิกชนชาวพม่าในการเข้าวัด อย่างน้อยตอนเห็นสวดแข่งกันทั้งซ้าย ทั้งขวา และรอบๆตัว ความตั้งใจอธิษฐานอาจจะคนละแบบ เลยต้องสวดคนละบท สุดท้ายใครมีสมาธิกว่าคนนั้นชนะ แต่เราความอดทนน้อยไปหน่อย ตอนหลังๆ ตระคริวกินต้องออกมาเดินยืดแข้งยืดขา พบว่าด้านข้างองค์พระ เห็นพิธีได้ใกล้ชิดกว่า เห็นชัดว่า และคนนั่งสวดมนต์น้อยกว่าด้วย

พระเจดีย์ที่ประดิษฐานพระมหามุนี

Featured Trip

Advertisements
Advertisements

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: