• Menu
  • Menu

พาราณสี เมืองแห่งชีวิต

++ Pre Order หนังสือเล่มแรกของ Lunar Travel World ++

รถสามล้อที่เราเรียกจากสารนาถไปส่งเราบริเวณตลาดใกล้ๆเมืองเก่าพาราณสี เวลานั้นรู้สึกเหมือนเพลงแขกที่เป็นจังหวะช้า เดินทางเรื่อยๆบนรถตุ๊กๆที่นับว่าซิ่งเอียงซ้าย เอียงขวาตามสไตล์ภารตะ และจังหวะเพลงยิ่งเร็วขึ้นเมื่อเรากระโดดลงจากรถ แบกเป้ใบใหญ่ขึ้นหลังแล้วเดินไปตามตรอกซอกซอยเล็กๆของเมืองเก่า กลิ่นเมืองแขกคุ้นชิดติดตัวมาหลายวันตั้งแต่ขึ้นรถเมล์ โหนรถประจำทาง ผ่านมาหลายเมืองตั่งแต่ลุมพินี ประเทศเนปาล แต่กลิ่นที่ฉุนกึ๊ก ปะทะจมูกของพาราณสีแปลกกว่าที่อื่น

ร้านขายของ ร้านอาหาร บ.ทัวร์ รร.สอนโยคะ บ้านเรือนที่พักต่างๆ แออัดยัดอยู่ในซอยต่างๆ ฉันเดินตามเพื่อนสาวคนใหม่ที่เพิ่งรู้จัก แต่มีประสบการณ์กับอินเดียและมาที่นี่เป็นครั้งที่ 2 เธอมีที่พักในใจและชวนไปแชร์ที่พักด้วยกัน ทางลดเลี้ยวไปเรื่อยๆ และในที่สุดฉันก็รู้ว่ากลิ่นแปลกๆของที่นี่คืออะไร เมื่อเดินสวนกับขบวนที่แห่ศพไปยังริมท่าน้ำไม่ไกลนัก กลิ่นสาปของศพที่ไม่หมดไปจากเมืองพาราณสี คละคลุ้งอยู่ในเมืองจนเป็นกลิ่นประจำของที่นี่

ในที่สุดเสียงเพลงในหัวก็หยุดลงเมื่อถึงที่พัก  ท่ามกลางความวุ่นวายแต่ในที่พักแห่งนี้ก็เงียบสงบให้นั่งพักสบาย ชมวิวแม่น้ำคงคาบนดาดฟ้าได้

 

นั่งตุ๊ก ตุ๊กเข้าเมืองพาราณสี

ตกเย็นเราเดินไปยังท่ามณีกรรณิการ์ ท่าน้ำใหญ่ที่เผาศพตลอดเวลา บรรยากาศยิ่งคึกคัก ผู้คนทั้งญาติคนตาย เจ้าหน้าที่ที่ทำพิธีศพหลากหลายคนและคนอินเดียที่ไม่มีอะไรทำที่ชอบเดินไปไปมามา หรือไม่ก็นั่งกรอกตามองเฉยๆ แบบที่เห็นได้ทั่วไปในอินเดีย เสียงร่ำไห้จากชั้นด้านบนสำหรับผู้ตายที่ค่อนข้างมีฐานะ ฉันมองเห็นกองไฟอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ยืนอยู่ มองดีดีจะเห็นเป็นร่างคนตายที่ถูกเผา คนทำหน้าที่เผาคอยถือไม้เกลี่ยๆให้ไฟเผาทั่วร่าง ริมแม่น้ำมีศพที่ถูกเผาลอยอยู่ข้างๆตลิ่ง ฉันจำได้ว่ายังเป็นรูปร่างขาคนอยู่เลย แม้จะพยายามมองแบบผ่านๆไป
มีวัยรุ่นและเด็ก มาสะกิดขอเป็นไกด์อธิบายเรื่องราวของทีนี่ เราไม่ได้อยากได้ แต่เด็กน้อยก็เดินตามติด แล้วยังนำพาเข้าซอกเล็ก ซอกน้อย สุดท้ายเลยต้องจ่ายเงินและทิปให้ไป

ที่นี่ไม่ให้ถ่ายรูป คนแถวๆนั้นจะคอยเตือนตลอดเวลาและฉันเองก็เห็นว่าไม่มีอะไรน่าถ่ายเก็บไว้

สำหรับบางคนเมื่อถึงวันสุดท้ายแห่งชีวิตมีคนโศกเศร้าร่ำไห้ตามหลัง แต่บางคนแทบจะไม่มีใครสนใจ บางศพแม้อยากจะเผายังไม่ได้รับอนุญาติ ต้องถูกล่องเรือเอาไปโยนทิ้งกลางแม่น้ำ ในวันที่นอนอยู่บนแคร่แห่งความตายแล้ว ผู้เสียชีวิตแม้มั่งมี ร่ำรวย ยากจนข้นแค้น ก็ไม่ได้นึกถึงหรือปรารถนาสิ่งใดแล้ว ใครจะทำอย่างไรไม่สำคัญ ก่อนหน้าที่จะถึงวันนี้ชีวิตต้องผ่านเรื่องราวมากมาย ทุกข์ สุข พยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อมีชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์ในปรารถนาแห่งตน แต่เมื่อมาถึงซึ่งความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกอย่างเอาไปไม่ได้แม้ความรงจำ
“ชีวิตมันก็แค่นั้นจริง”

ฉันนั่งอยู่ที่ร้านลัซซี่ชื่อดังสำหรับนักท่องเที่ยวตรงหัวมุมหนึ่งในเมืองเก่าพาราณสี เห็นคนแบกหามร่างที่ห่อหุ้มผ้าสีขาววิ่งผ่านไป แรกๆฉันรู้สึกโศกเศร้าไปกับวิญญานของผู้ตาย และเสียใจไปกับญาติที่เดินร้องไห้ตามหลัง เมื่อผ่านไปมากเข้าขบวนที่ 3 ที่4 ที่5ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ฉันเริ่มตักลัซซี่เข้าปากแล้วมองดูอย่างเรียบเฉย ถ้าเห็นแบบนี้มากครั้งขึ้น ฉันก็แยกไม่ออกว่านั่นคือความรู้สึกปลงกับชีวิต หรือความเย็นชาต่อความตายตรงหน้า
ในขณะนั้นฉันก็รู้สึกรักตัวเอง อยากพยายามทำสิ่งดีดี และว่าไปแล้วก็ไม่นึกอยากลืมภาพและความคิดของตัวเองซึ่งบรรยายได้ไม่หมดที่เมืองพาราณาสีนี้เลย แม้มันจะไม่สวยงามเหมือนเมืองอื่นๆที่เคยไป แต่ที่นี่มันคือชีวิตจริงๆที่เราหนีไม่พ้น

จำหน่ายอุปกรณ์แค้มป์ปิ้ง เดินเขา เดินป่า ทุกชนิด

ขายอุปกรณ์ outdoor สำหรับท่องเที่ยว เดินป่า เดินเขา

niimph

ฉันชื่อ”นิ่ม” ฉันรักการเดินทางท่องเที่ยว และใช้เวลาในวันหยุด หรือวันว่างเพื่อการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสได้ท่องเที่ยวกว่า 30 ประเทศ ในช่วงเวลาการเดินทางกว่า 15 ปี จึงได้จัดทำบล็อกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งแนววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงการผจญภัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตตามที่ต้องการ

View stories

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: