ตอนที่ 2 : เดินลัดเลาะป่าร่มรื่นในเทือกเขาหิมาลัย

3 เมษายน 2017

เดินเทรคจากDaraphani – Chame (2670 ม.)

เส้นทางถนนจากเบซิ ซาฮาร์ถึงดาราปานีช่วยให้ฉันสามารถประหยัดเวลาการเดินจาก 3 วันเหลือเพียง 5 ชั่วโมง แม้ว่า “ถนน” ในที่นี้จะเป็นทางลูกรัง ขรุขระที่เต็มไปด้วยฝุ่น แย่ยิ่งกว่าถนนในหมู่บ้านเล็กๆ ของไทย ที่จริงแล้วเส้นทาง ถนน ยังอนุญาตให้รถวิ่งไปจนถึงหมู่บ้านมานัง (Manang) แต่ความยิ่งลึก ยิ่งขรุขระทุลักทุเลหนักมากขึ้นของเส้นทางจึงมีรถจี๊ปรับส่งนักท่องเที่ยวจำนวนไม่มากที่ใช้เส้นทางต่อไปส่วนใหญ่จะเป็นรถสำหรับขนสินค้าอุปโภค บริโภค และเพื่อความสะดวกของคนในหมู่บ้านใช้กันเอง ถึงอย่างนั้นเราก็ยังต้องคอยหลบหลีกรถ เลี่ยงฝุ่นคลุ้งกองใหญ่จากรถที่สวนไปมา

รัฐบาลเนปาลเองก็ตระหนักถึงปัญหานี้ จึงได้มีการจัดทำเส้นทางเดินเขา New Annapurna Trekking Trails (NATT) เป็นทางเลือกให้นักท่องเที่ยวลัดเลาะเข้าไปในป่าด้านข้างเพื่อจะได้ไม่ต้องพะวักพะวงกับฝุ่นควัน และการสัญจรไปมาของรถบนถนนที่อื้ออึงไปด้วยเสียงแตรของรถที่ไล่หลังมาจนเสียอารมณ์ ทั้งยังแนะนำเส้นทาง Side treks เช่นเส้นทางเดิน ไปชม ทะเลสาบน้ำแข็ง (Ice Lake) , ถ้ำมิลาเรปะ (Milarepas Cave) , วัดโบโช (Bocho Gompa) , ทะเลสาบทิลิโช (Tilicho Lake) เพื่อชมวิวนอกเส้นทางหลักที่มีความสวยงามน่าเยี่ยมชมไม่แพ้กัน โดยมีเครื่องหมายแดงขาวสำหรับเส้นทางหลัก และฟ้าขาวสำหรับเส้นทาง Side treks

หมู่บ้านดาราปานี ตั้งอยู่บนความสูง 1960 เมตร เป็นหมู่บ้านใหญ่ที่มีทั้งที่ทำการไปรษณีย์ สถานีตำรวจ และเป็นจุดลงทะเบียนและเช็คใบอนุญาต (Permits) ผู้ที่จะเข้าสู่เส้นทางเทรคกิ้ง Annapurna Circuit

…..

จากที่พักฉันเดินข้ามสะพานแขวน แล้วตามไซ ผู้ช่วยไกด์เข้าสู่เส้นทางเทรล ช่วงแรกร่มรื่นไปด้วยป่าไม้สีเขียว เพียงชั่วครู่เดียวก็วกกลับเข้าสู่เส้นทางถนน เสียงบีบแตรรถจี๊ปมาแต่ไกล ฉันก็ทำได้เหมือนกับคนเมื่อวานคือหันไปมองค้อน แล้วรีบหลบเข้าข้างทาง รถที่วิ่งผ่านไปมานำฝุ่นกองใหญ่มาฝากคนเดินเท้าทุกครั้งที่ผ่านไป

ในเส้นทางซึ่งสลับไปมาระหว่างทางถนน และทางเทรล ถ้าเดินบนเส้นถนนก็จะง่าย และไม่ชันมาก วิวที่เห็นจะเปิดกว้างเพราะเดินลัดเลาะไปตามริมเขาแต่ไม่ได้ความรู้สึกบุกป่าฝ่าดงได้สัมผัสอารมณ์นักผจญภัยมากเท่ากับเส้นทางเทรล แน่นอนว่าฉันเลือกพาตัวเองไปเดินในป่าเพื่อให้ได้ความรู้สึกผจญภัยนั้น ฉันเดินขึ้นลงลัดเลาะ ผ่านป่าที่ร่มรื่น มีต้นไม้สูงใหญ่ลำต้นห้อมล้อมไปด้วยมอสเขียวห่อหุ้ม ให้ความสดชื่น ฉันรู้สึกว่าทางนี้ไม่ยาก มีความชันบ้างตามประสาการเดินเขาให้พอได้เหงื่อ ได้ออกแรง สนุกกับการกระโดดลัดเลาะหินน้อยใหญ่ ข้ามรากไม้และลำธาร บางช่วงมีสะพานเป็นไม้ธรรมชาติที่พาดไว้พอให้เดินสะดวก ฉันตามไซไปห่างๆ และเกือบหลงกันในป่าเพราะต้นไม้ทึบบดบังหลังที่เห็นไวไวของเขา ขณะที่ฉันก้มหน้าก้มตาเดินหลบก้อนหิน กลัวสะดุดล้ม เงยหน้ามาอีกทีฉันก็ไม่เห็นไซ

และพบว่าตัวเองยืนโดดเดี่ยว รอบตัวไม่มีใคร

ป่าทึบร่มรื่น ช่วงสายๆ มีแสงแดดส่องเป็นลำแสงลงมาถึงลำธารน้ำตรงหน้า บรรยากาศดีแต่ฉันก็ไม่กล้าเสียเวลาชื่นชมกับมัน นอกจากพยายามเดินคลำทางโดยดูจากร่องรอยเส้นทางที่น่าจะเป็นทางคนเดิน มองหาสัญลักษณ์เครื่องหมายบอกทางแดงขาว จนมาเจอไซยืนรออยู่เงียบๆ ระหว่างเดินหาฉันยังพออุ่นใจได้บ้าง เพราะพบนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มเล็ก 2 กลุ่ม กำลังยืนดูแผนที่เพื่อออกจากป่านี้เช่นกัน

เส้นทางเทรคกิ้งอันนาปุรณะเซอร์กิตนี้เป็นเส้นทางเทรคที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเดินเองได้โดยไม่จำเป็นต้องมีไกด์นำทาง

นักท่องเที่ยวต้องของใบอนุญาต (Permits) 2 ใบ สำหรับการเดินเทรคเส้นอันนาปุรณะ จากหน่วยงานรัฐบาล สามารถขอได้จากสำนักงานท่องเที่ยวเนปาลทั้งในเมืองกาฐมาณฑุและเมืองโพครา คือ

  • Trekker Information Management Systems (TIMS) และ
  • Annapurna Conservation Area Permit (ACAP)

หลังจากเดินผ่านป่าทึบ ก็เข้าสู่ป่าสน ต้นเมเปิ้ล ต้นโอ๊ค และมีดอกไม้สวยๆ ทั้งต้นพีช ดอกกุหลาบป่า (rhodorendon) มีสีสันสวยงามให้หยุดถ่ายรูปแทบทุกก้าวย่างจนถึงหมู่บ้านดานาคิว (Danaque) ไกด์เรียกพวกเราไปยืนดูยอดเขาสูงที่มีชื่อเสียงในแถบนี้ แล้วชี้บอกว่ายอดไหนชื่ออะไร ความสูงเท่าไหร่  เช่น Manaslu (8163 m.) ,Annapurna II (7937m.) , Lamjung Himal (6986m.) ฉันยืนมองตามที่ไกด์ชี้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นว่ายอดไหนจะชื่ออะไร สูงแค่ไหน แค่รู้สึกว่าบนยอดสีขาวที่เป็นหิมะปกคลุมคงจะเย็นดี 

ฉันเดินข้ามผ่านน้ำตก ปีนขึ้นทางชันเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางในป่าทึบอีกครั้ง ใช้เวลาไม่นานก็ออกมาจบกันเส้นทางถนนให้เดินเลาะไหล่เขาไปเจอกับเพื่อนอีกกลุ่มที่เลือกเดินตามเส้นทางถนนที่หมู่บ้านทิมัง (Timang) จุดพักทานอาหารกลางที่วิวสวยสุดยอดด้วยเทือกเขาสูงที่ล้อมรอบ สวยงาม

หลังจากทานอาหารกลางวัน เราออกเดินกันต่อ ยอดเขาสูงใหญ่ยังเคียงข้างอยู่ในสายตาให้ฉันเดินมองความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาหิมาลัยตลอดทาง แต่น่าเสียดายที่ท้องฟ้ามีเมฆมาก ยอดอันนาปุรณะ 4 (Annapurna IV-7525m.) จึงไม่ได้เผยโฉมออกมาให้เห็นเลย

ฉันยังเดินต่อไปบนเส้นทางถนน มีรถวิ่งสวนไปมาแบบห่างๆ ฉันต้องคอยเงี่ยหูฟังเสียงรถที่อาจจะกระหึ่มตามมาเพื่อรีบหลบก่อนจะมีเสียงบีบแตรไล่หลังให้รำคาญใจ นอกจากคนเดิน รถจี๊ป ยังมีรถมอเตอร์ไซค์,รถจักรยานเสือภูเขาร่วมใช้เส้นทางจำนวนไม่น้อย

ความขรุขระของเส้นทาง ผสานไปกับความงดงามตลอดเส้นทางดูจะเป็นที่นิยมสำหรับนักปั่น นักขี่ที่ชอบความท้าทาย เร้าใจ จนกลายเป็นความนิยมอีกแบบของเส้นทางเทรค Annapurna Circuit ที่ได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางเทรคที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของโลก เส้นทางนี้จะค่อยเปิดเผยความสวยงามชุ่มชื้นจากป่าเขตร้อนสู่เขตภูเขาสูงที่มีวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบชาวทิเบต จากนั้นข้ามช่องเขาโทรอง (Thorung La) ที่ความสูงกว่า 5400 เมตร ลงสู่หุบเขาคาลิ กันดาคิ (Kali Gandaki) ดินแดนที่แห้งแล้งแบบทะเลทรายในเขตหิมาลัย ในอดีตเคยเป็นเส้นทางการค้าสำคัญระหว่างเนปาลกับทิเบต ความหลากหลายยังคงมีเสน่ห์ให้ผู้คนได้เข้ามาค้นหา ไม่ว่าจะด้วยการเดินทางแบบใด

ฉันเดินมานั่งรอเพื่อนที่หมู่บ้านโกโต (Koto) หมู่บ้านเล็กเป็นจุดแวะลงทะเบียนของเส้นอันนาปุรณะอีกแห่ง จุดลงทะเบียนมีความจำเป็นเพื่อตรวจสอบว่านักท่องเที่ยวเข้ามาและได้ออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าหากหายหรือขาดการติดต่อ ข้อมูลจากการลงทะเบียนจะสามารถบอกได้ว่านักท่องเที่ยวได้มาลงทะเบียนที่หมู่บ้านใดเป็นหมู่บ้านสุดท้าย การค้นหา หรือติดตามจะได้กระชับพื้นที่ได้มากขึ้น

จากหมู่บ้านโกโต ออกเดินอีกประมาณ 25 นาที ก็ถึงหมู่บ้านชาเม (Chame) จุดหมายปลายทาง วันนี้ได้ระยะความสูงเพิ่มขึ้นมา 820 ม. มาอยู่ที่ 2710 ม.เหนือระดับน้ำทะเล

ที่พักเป็นแบบธรรมดา ไม่มีห้องน้ำในตัว แถมช่างมาถูกเวลาเหลือเกิน ไฟดับทั้งหมู่บ้านมา 2-3 วันแล้ว หลังทานอาหารเย็นเรียบร้อย ก็แยกย้ายกันนอนเพราะความเหนื่อย และความมืดสนิทของที่พักคืนนี้

[ระยะทาง 15.46 กม. ใช้เวลา 8.29 ชม. รวมเวลาพัก]

ตอนที่แล้ว | ตอนต่อไป

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.